กรุงเทพฯ 12 มิ.ย.- สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถนำเซลล์เชื้อเพลิงไปใช้กับรถยนต์ขับเคลื่อนเป็นรถไฟฟ้าได้เป็นพลังงานสะอาดปราศจากมลพิษรถลากที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ 20 ที่นั่งนี้ เป็นรถต้นแบบที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากแก๊สไฮโดรเจน เมื่อเติมไฮโดรเจนเข้าไปในถังเซลล์เชื้อเพลิง PEMFC และออกซิเจนจากอากาศ จะทำปฏิกิริยา พลังงานที่ได้จะกลายเป็นน้ำ ประกอบกับใช้กับมอเตอร์ขนาด 960 วัตต์ เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า รถสามารถขับเคลื่อนความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เป็นพลังงานสะอาดไม่มีมลพิษและไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเป็นผลงานที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ และคณะ ศึกษาเรื่อง โครงสร้างต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ จำนวน 6 ชุด เพื่อนำไปใช้ประกอบกับรถเมล์ หรือรถยนต์ ซึ่ง ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 11 กิโลวัตต์ดังกล่าว ได้พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัยจากต้นแบบพลังงงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 8-10 กิโลวัตต์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วุฒิสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อหาแนวทางการสร้างรถ ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเป็นรถพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรถยนต์นำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ได้ทำรายงานให้รัฐบาลทราบเรื่องนี้แล้วหากสนใจ วช. ก็ยินดีที่ให้นำผลงานวิจัยนี้นำไปใช้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย
โตเกียว 10 มิ.ย. - บริษัทญี่ปุ่นนำหุ่นยนต์ 2 ตัวที่สามารถทำอาหารและทำครัวได้ด้วย มาสาธิตการทำอาหารและบริการในนิทรรศการเครื่องประกอบอาหารในกรุงโตเกียว เมื่อวานนี้ หุ่นยนต์พ่อครัวต้นแบบ ที่เรียกว่าโรโบเชฟนี้ มาสาธิตการทำอาหารในงานอินเตอร์เนชันแนล ฟู้ด แมชีเนอรี แอนด์ เทคโนโลยี เอ็กซโป ที่กรุงโตเกียว เช่น เมนูแพนเค้ก ซูชิ และหั่นผัก ประเทศญี่ปุ่นใช้หุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวน 800,000 ตัวทั่วโลก และเป็นตลาดหุ่นยนต์มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในรอบทศวรรษ ขณะที่ประชากรสูงอายุมีจำนวนมากขึ้นและคนในวัยแรงงานมีจำนวนลดลง จึงมีแนวโน้มว่าความต้องการใช้หุ่นยนต์ทำครัวน่าจะมีมากขึ้น และเชื่อว่าหุ่นยนต์ก็สามารถทำอาหารเป็นสำหรับหุ่นยนต์ในนิทรรศการอาหารของญี่ปุ่นนี้ มีทั้งหุ่นยนต์ฝานแตงกวาและหั่นผัก รวมทั้งหุ่นยนต์โต๊ะสองล้อคล้ายรถเซกเวย์บริการเสิร์ฟถึงที่ ประธานบริษัทหุ่นยนต์ กล่าวว่า ในปัจจุบันแต่ละครอบครัวต่างก็มีรถยนต์ใช้งาน แต่ในอนาคตทุกครอบครัวจะต้องมีหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่เรียกว่าฮิวแมนนอยด์ที่สามารถช่วยงานทุกอย่างในบ้านได้ หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ที่นำมาในงานเอ็กซโปครั้งนี้มาเพื่อสาธิตการทำงานเท่านั้น ยังไม่ได้จัดจำหน่าย ซึ่งผู้ผลิตคาดว่าหุ่นยนต์มีราคาประมาณ 180,000 ดอลลาร์ (6.3 ล้านบาท). -สำนักข่าวไทย
วิธีการเลี้ยงมดแดงจัดทำโดย นางสาวกนกวรรณ มุมไธสง ข้าราชการครูชำนาญการโรงเรียนบ้านหญ้าคาประชาเนรมิต *****************************วิธีการเลี้ยงมดแดง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะลี้ยงมดแดงให้หมดโดยใช้สารเสริม เช่น เชฟริน 80%โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 X 20 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินคลอดเวลา อาจเป็นขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้ ครึ่งหนึ่งใส่อาหาร ครึ่งหนึ่งใส่น้ำ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
กัลยา อุเมมุระ New 11การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์ การขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์พืช แต่เดิมใช้วิธีปลูกพืชจำนวนมาก แล้วคัดเลือกเอาเฉพาะต้นที่มีลักษณะดีตามต้องการ ทำการเก็บเมล็ดหรือท่อนพันธุ์ไว้เพื่อนำมาใช้ในการขยายพันธุ์ในฤดูกาลถัดไป แต่มีข้อจำกัดหลายประการ คือ ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการปลูกเพื่อการคัดเลือกและการขยายพันธุ์ ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมสูงซึ่งยากต่อการคัดเลือกพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตามจริง รวมทั้งต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการปฏิบัติงาน ในส่วนของพันธุ์ก็ยากต่อการได้ต้นพืชที่คงลักษณะทางพันธุกรรมเช่นเดิมได้ เมื่อผ่านการเพาะปลูกในหลายๆรุ่น อาจเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์หรือเกิดจากการกลายพันธุ์ได้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจึงได้นำมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการคัดเลือก และขยายพันธุ์พืช เพราะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่พืชใช้ในการเจริญเติบโตได้ ต้นพืชที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจึงมีลักษณะตรงตามลักษณะทางพันธุกรรม สามารถใช้เพิ่มจำนวนต้นพืชให้ได้ปริมาณมาก โดยทุกต้นมีลักษณะเหมือนกับพืชต้นแบบทุกประการ นอกจากนี้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยังได้นำมาใช้เพื่อการสร้างพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมใหม่ๆ โดยการปรับสภาพการเพาะเลี้ยงให้แตกต่างไปจากเดิม หรือเติมสารบางชนิดในอาหารเพาะเลี้ยง เพื่อการคัดเลือกต้นพืชที่สามารถตอบสนองต่อสารหรือสภาพการเพาะเลี้ยงที่ใช้ เช่น การสร้างพืชทนดินเค็ม และการสร้างพืชทนต่อสารกำจัดวัชพืช ทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่ เวลา และแรงงานที่นำมาใช้ในการคัดเลือกและการขยายพันธุ์ในประเทศไทย การขยายพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้นำมาใช้ในธุรกิจการผลิตกล้าไม้ต่างๆ เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ต้นยูคาลิปตัส ไม้ป่า และไม้ยืนต้นอื่นๆ เครื่องหมายดีเอ็นเอจึงเป็นวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพอย่างหนึ่งที่ได้นำมาใช้คัดเลือกพืชหรือสัตว์เพื่อที่จะนำมาเพาะปลูกเพาะเลี้ยง หรือนำมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยอาศัยคุณสมบัติของเครื่องหมายดีเอ็นเอที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ทำให้สามารถคัดแยกพืชหรือสัตว์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต้องการได้ขณะที่เพิ่งเริ่มเจริญเติบโต จึงมีส่วนช่วยลดแรงงาน ค่าต้นทุน และพื้นที่ในการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยง เช่น ในสุกร มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวก (halothane positive) ที่ส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสุกร ทำให้เนื้อมีคุณภาพไม่ดี จึงได้นำเครื่องหมายดีเอ็นเอมาใช้เพื่อคัดแยกสุกรที่มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวกออกจากสุกรปกติ ช่วยให้ประหยัดเวลา ลดต้นทุนใน การผลิต จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28 คลังความรู้ออนไลน จาหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ...guru.sanook.com/encyclopedia/การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในงานด้านการเกษตร
กัลยา อุเมมุระ New 12เทคโนโลยีในการถนอมอาหาร * วิธีการเก็บอาหารไม่ให้เสีย สำหรับผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีตู้เย็นใช้ *ครูผู้หนึ่งในประเทศไนจีเรียคิดวิธีเก็บอาหารไม่ให้ เสีย สำหรับผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีตู้เย็นใช้ และแนวคิดดังกล่าว ได้รับรางวัลความคิดริเริ่มยอดเยี่ยม จากบริษัทนาฬิกาโรเล็กซ์ เมื่อ ปี 2543 ด้วยอุณหภูมิที่ร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนานั้น สร้างปัญหาให้ กับการเก็บอาหารไม่ให้เน่าเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้คนไม่มีตู้เย็น ใช้ หรือว่ามี แต่ค่าไฟราคาแพงเมื่อปี 2538 ครูคนหนึ่งชื่อโมฮัมหมัด บาอับบา ในประเทศไนจีเรีย พบวิธี แก้ปัญหานี้ โดยเค้าเรียกว่า วิธีแก้ปัญหาความร้อนแบบใส่ไหอยู่ใน ไห หรือ Pot in Pot Cooling Systemวิธีดังกล่าวประกอบด้วยไห หรือภาชนะเก็บอาหารรูปทรงกลมซึ่งเป็นดิน เหนียวสองใบ ใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่ง และนำไหใบเล็กใส่ไว้ในไหใบใหญ่ เสร็จแล้ว นำทรายเปียกเทใส่ ระหว่างช่องว่างของไหสองใบนี้ และคลุมด้วยผ้าที่เปียกชื้น อีกทีหนึ่งวิธีนี้ช่วยให้เก็บอาหารที่อยู่ในไหใบเล็กด้วยกระบวนการของการระเหย โดย ความชื้นของทรายเปียกที่อยู่ระหว่างไหสองใบ จะช่วยถ่ายเทความร้อนออกไปด้วย การระเหยผ่านทางผิวนอกของไหใบใหญ่วิธีดังกล่าวสามารถช่วยให้อุณหภูมิภาชนะ หรือไหใบข้างในที่ใช้เก็บอาหาร นั้นลดลงได้หลายองศา และอาหารที่เก็บด้วยวิธีนี้ก็จะคงสภาพอยู่ได้ โดยไม่ เสียหลายสัปดาห์ทีเดียวหลังจากที่ผู้คนในประเทศไนจีเรียและประเทศอื่นๆ ของทวีปแอฟริกาเริ่มใช้ วิธีนี้เพื่อเก็บอาหาร เพราะว่ามีราคาถูกนั้น คุณครูโมฮัมหมัด บาอับบา ได้ ใช้เงินทุนส่วนตัวของเขาลงทุนสร้างระบบไหเก็บอาหารนี้ 5,000 ใบ เพื่อใช้ใน ชุมชนของตนและเมื่อปี 2543 บริษัทนาฬิกาโรเล็กซ์ของสวิสเซอร์แลนด์ ได้มอบนาฬิกา โรเล็กซ์สำหรับผู้ประกอบการ แก่คุณครูโมฮัมหมัด บาอับบา ในฐานะที่เขาช่วย พัฒนาโครงการที่ส่งเสริมความรู้ และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์. แหล่งที่มา Posted Sun, 01/03/2009 - 14:11 by Admin www.ptwit.ac.th/eet_eng/index.php?q=node/126
Kanlaya umemura ความรู้เกี่ยวกับมดวิธีการสื่อสารของมดเนื่องจากมดเป็นสัตว์สังคมที่อยู่ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่างเป็นระบบบางชนิดมีรังมหึมา ซึ่งมีมดอยู่ร่วมกันถึง 22 ล้านตัว อยู่กันอย่างเป็นระเบียบไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกี่ยงงานกัน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างมาก ว่ามดจัดระบบประชากรให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์จึงสนใจที่จะศึกษาการดำรงชีวิตของมด เช่น มดสื่อสารกันได้อย่างไร จากการศึกษาพบว่ามดสื่อสารกันโดยใช้อวัยวะที่เรียกว่าหนวดสัมผัสกันและใช้สารเคมีที่ปล่อยออกมา นักวิทยาศาสตร์บางท่านยังเชื่อว่ามดบางชนิดสามารถใช้เสียงสื่อสารกันได้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามดบางชนิดเมื่อไปพบแหล่งอาหารก็จะปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาจากต่อมภายนอก (Exocrine gland) ที่เรียกว่าต่อมดูเฟอร์ (Dufoue's gland) สารเคมีชนิดนี้เรียกว่าฟีโรโมน มดจะปล่อยฟีโรโมนขณะเดินไปพบอาหาร และยังพบอีกว่า ฟีโรโมนนี้จะระเหยได้ทำให้ปริมาณของฟีโรโมนจะจางลงไปเรื่อยๆ ฟีโรโมนของมดบางชนิดจะจางหายไปในเวลาไม่เกิด 100 วินาทีซึ่งการระเหยของสารเคมีนี้มีประโยชน์ต่อการสื่อสารของมด กล่าวคือถ้าแหล่งอาหารเก่าหมด เจอแหล่งอาหารใหม่ มดจะสามารถติดตามกลิ่นใหม่ไปยังแหล่งอาหารได้ถูกต้อง ไม่สับสนกับกลิ่นเดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามดชอบเดินตามรอยฟีโรโมนที่มีกลิ่นแรงมากกว่ากลิ่นที่จาง Beckers, Deneuberg และคณะ พบว่ามดสามารถหาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากรังไปสู่แหล่งอาหารได้ ถึงแม้จะมีสิ่งอื่นมารบกวนระหว่างเส้นทางที่เดินทางก็ตาม ดังตัวอย่างการทดลองนำอาหารไปไว้ใกล้รังมด เขาพบว่ามดจะเดินตามกันไปและกลับตามเส้นตรงที่ลากไว้ระหว่างรังกับอาหาร การเดินตามกันไปนี้มดจะเดินตามกลิ่นของฟีโรโมนที่มดตัวหน้าปล่อยไว้ เพราะฉะนั้นปริมาณฟีโรโมนตามเส้นทางจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามจำนวนมดที่เดินไป ถึงแม้จะมีบางส่วนระเหยไปบ้างก็ตาม และพบว่ามดจะเดินไปตามเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเข้มข้นกว่าเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเจือจาง จากความรู้ดังกล่านี้ Beckers ใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไปว่า มดสามารถค้นหาเส้นทางที่ไปยังแหล่งอาหารที่มีระยะทางสั้นที่สุดได้อย่างไร เขาทำการทดลองโดยนำสิ่งกีดขวางไปกั้นบนเส้นทางเดินของมดระหว่างรังมดกับอาหาร เมื่อมีสิ่งกีดขวางกั้นทางเดินของมด มดก็จะพยายามเดินไปข้างหน้าตามกลิ่นของฟีโรโมน แต่ก็ไปไม่ได้ มีทางเลือก 2 ทางที่ทำได้ คือจะเดินอ้อมไปทางซ้ายหรือทางขวา ซึ่งเขาคาดว่ามดจำนวนครึ่งหนึ่งควรจะเดินอ้อมไปทางซ้าย และอีกครึ่งหนึ่งอ้อมไปทางขวางและทั้ง 2 กลุ่ม จะมาพบกันตามเส้นทางเดิมที่มีกลิ่นฟีโรโมน แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่าจะได้รับกลิ่นของฟีโรโมนที่ตกค้างอยู่ตามทางเดินเดิมได้แรงกว่าเส้นทางที่ยาวกว่า มดส่วนใหญ่จึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางไปในเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่า และมดส่วนใหญ่ที่เดินทางนี้จะปล่อยฟีโรโมนออกมาสะสมในเส้นทางนี้มากขึ้น และจากข้อเท็จจริงที่ว่ามดชอบเดินตามกลิ่นฟีโรโมนที่แรงมากกว่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนจางกว่า มดทุกตัวจึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางที่มีระยะทางสั้นกว่า จึงกล่าวได้ว่าการค้นหาเส้นทางที่มีระยะทางที่สั้นที่สุดจากรังไปยังอาหารของมดสัมพันธ์กับรูปร่างของสิ่งกีดขวางและพฤติกรรมการแยกย้ายไปหาอาหารของมด แหล่งที่มา www.skn.ac.th/skl/project1/ant48/po7.htm
HP LaserJet P2035 เพิ่มมูลค่าให้ออฟฟิศด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำ 30 แผ่นต่อนาที เริ่มพิมพ์แผ่นแรกใน 8 วินาที พร้อมเสริมประสิทธิภาพการใช้ด้วยเทคโนโลยี HP Instant-on ประหยัดพลังงาน ใช้สะดวกสบาย...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือ เอชพี ได้ประกาศแนะนำเครื่องพิมพ์ HP LaserJet P2035 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ประสิทธิภาพสูง สำหรับงานพิมพ์เอกสารที่รวดเร็วในราคาต้นทุน ด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำถึง 30 แผ่นต่อนาที (สำหรับขนาด A4) และความเร็วในการพิมพ์แผ่นแรกในเพียง 8 วินาที (Ready Mode) ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดพลังงานในคราวเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี HP Instant-on และฟังก์ชันใช้งานอย่างสะดวกสบายเหมาะสำหรับสำนักงาน ผู้สนใจสามารถสอบถามราคาและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ HP Contact Center โทร 0-2353-9000 ต่อ 1 ข่าวจากไทยรัฐ วันที่ : 12 มิถุนายน 2552 เวลา 17:23 น.เครือข่าย HSPA+ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฮับ เปิดให้บริการเครือข่าย HSPA+ ในประเทศสิงคโปร์ โดยสตาร์ฮับถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียแปซิฟิก ที่ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยความเร็วถึง 21 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อให้ผู้ใช้บริการของสตาร์ฮับสามารถใช้งานแอพพลิเคชันความเร็วสูง นอกจากนี้ สตาร์ฮับยังเลือกให้หัวเว่ยเป็นผู้ขยายและอัพเกรดเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.5G เป็น HSPA+ ถือเป็นกลยุทธ์ในการมอบประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสตาร์ฮับนายชาน กิง ฮุง ประธานฝ่ายเพอร์ซัลนัลโซลูชันและแอดวานซ์มัลติมีเดียเซอร์วิซ บริษัท สตาร์ฮับ กล่าวว่า การเปิดให้บริการ HSPA+ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ เนื่องจาก บริการดังกล่าวสามารถให้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 21 เมกะบิต ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งที่มีความละเอียดสูง และใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึง แอพพลิเคชันอื่นๆ ที่ต้องการแบนด์วิธประสิทธิภาพสูงนายหวัน เปียว ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบติดตั้งเครือข่ายในการเปิดใช้บริการเครือข่าย HSPA+ โดยเพิ่มความเร็วในการให้บริการจาก 14.4 เมกะบิตต่อวินาที เป็น 21 เมกกะบิตต่อวินาที ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการติดตั้งเครือข่ายทั่วโลก เพื่อมอบความสำเร็จและประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการข่าวจากทยรัฐวันที่ : 9 มิถุนายน 2552 เวลา 16:08 น. นาวสาวปิยรัตน์ ต่อสกุล
ส่ง news card 11 - 12 ครับนายบัญชา มณีจันทร์News Card 11 ภาพยั่วยุทางเน็ตเสี่ยงต่อเด็กหญิงงานวิจัยชิ้นล่าสุด โดย เจนนี่ จี นอลล์ และคณะแห่งโรงพยาบาลศูนย์เด็กชินชินเนติ แห่งรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาถึงเด็กหญิงที่เคยถูกเป็นเหยื่อ 104 คน และไม่เคยถูกเป็นเหยื่อ 69 คน อายุระหว่าง 14 ถึง 17 ปี ซึ่งถูกคัดเลือกมาจากหน่วยงานป้องกันเด็กและสตรี 54% เป็นอเมริกันผิวขาว 46% เป็นชนกลุ่มน้อยอเมริกัน ซึ่ง 82% ผิวดำ นอกนั้นเชื้อชาติอื่น ๆ 18% ผู้วิจัยได้ระบุว่า อาชญากรรมทางเพศเริ่มต้นจาก อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ซึ่งมาจากบริการเครือข่ายสังคมเป็นมายสเปส เฟสบุ๊ก ไฮไฟว์ และมักจะเป็นการสร้างอวตาร (Avatar) หรือชีวิตที่สองซึ่งสามารถที่จะเลือกรูปร่างหน้าตาได้ตามที่ใจชอบ ผู้วิจัยได้ระบุว่า เด็กหญิง 40% รายงานว่ามีประสบการณ์ทางเพศออนไลน์มาก่อน และ 26% พบกับบุคคลภายนอกจริงหลังจากการรู้จักทางอินเทอร์เน็ต และเด็กที่เคยถูกกระทำชำเรามาก่อนมักจะมีประสบการณ์ทั้งสองอย่าง ผลการศึกษาชี้ว่า การถูกกระทำชำเรานั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการมีเพศสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตมา ก่อน ซึ่งชี้ให้เห็น ว่าเด็กหญิงที่มักจะชอบแสดงออกด้านรูปร่างหน้าตาที่ยั่วยวน รวมทั้งเสื้อผ้ามักจะมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบออนไลน์มาก่อน แม้ว่าบางทีเด็กอาจจะไม่รู้ตัวหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผู้วิจัยยังได้เตือนว่า คุณพ่อคุณแม่เด็กหญิงจะต้อง เฝ้าระมัดระวังเป็นอย่างมากเมื่อเด็กเล่นอยู่บนจออินเทอร์เน็ต และคอยสอดส่องดูว่าเด็กมักจะแต่งรูปร่างหน้าตาอวตาร หรือ ชีวิตที่สองในเน็ตโป๊หรือมีลักษณะยั่วยวนหรือไม่ รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล Boonmark@rsu.ac.thแหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_columns/default.aspx?CategoryID=99&NewsType=2นายบัญชา มณีจันทร์ 15 มิถุนายน 2552News Card 12 กทช.เร่งออกเกณฑ์ป้องกันผูกขาดโทรคมนาคมนายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า หลังจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เรื่อง มาตรการกำกับพฤติกรรมที่มีลักษณะต่อต้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม พ.ศ…. คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ หรือประมาณปลายเดือน มิ.ย.2552 จะสามารถเสนอให้คณะกรรมการ กทช.พิจารณาเพื่อปรับปรุง และแก้ไขร่างดังกล่าวก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา หลังจากประกาศใช้แล้ว ตามกฎหมายได้ระบุให้สำนักงานเลขา กทช. ศึกษา และประกาศว่าผู้ประกอบการมีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่อย่างไร ภายในระยะเวลา 180 วัน เพื่อเสนอมาตรการเฉพาะกำกับดูแล และเสนอต่อคณะกรรมการ กทช.พิจารณาเป็นประจำทุก 2 ปี หรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความต้องการของตลาด รวมถึงสภาพการแข่งขันนายสุรนันท์ กล่าวอีกว่า การพิจารณาผู้รับใบอนุญาต ต้องดูว่ารายใดมีอำนาจเหนือตลาดกีดกันการแข่งขันในตลาด โดยการไล่คู่แข่งให้ออกจากตลาด หรือกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ในการเข้าสู่ตลาด โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณา คือ โครงสร้างตลาด โดยตามร่างประกาศฯ ข้อ 8 ผู้ประกอบการในตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 40% ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด หรือผู้ประกอบการในตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง มีส่วนแบ่งตลาดระหว่าง 25-40% มีปัจจัยอื่นมาสนับสนุนตามความเหมาะสมที่มา ไทยรัฐ 13 มิถุนายน 2552แหล่งที่มา : www.digitalthai.net/นายบัญชา มณีจันทร์ 15 มิถุนายน 2552
ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยมดแดงไข่นายบัญชา มณีจัีนทร์ประโยชน์ของมดแดง1. ใช้เป็นอาหารได้จากไข่และตัวมดแดง โดยทั่วไป มดแดงมีกรดมดให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาว หรือน้ำสมสายชู2. ใช้เป็นยาสูดดมแก้เป็นลม แก้หวัด หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะ ใช้ลบรอยไฝ โดยใช้ตัวมดแดงกัดตรงไฝให้มดแดงเยี่ยวใส่ ไฝจะบวมและเปื่อยละลายหลุดไปด้วยฤทธิ์ของกรดมดแดง3. ใช้กำจัดศัตรูพืชสำหรับพืชยืนต้นต่าง ๆ หรือสวนไม้ผล ถ้าหากมีมดแดงอาศัยอยู่มากจะไม่มีพวกเพลี้ย หนอนและแมลงอื่น ๆ รบกวน ทำให้ไม้ผลที่ปลูกติดลูกดก
อิสราเอลพัฒนาหุ่นยนต์งูสายลับ อิสราเอล 12 มิ.ย. - สำนักข่าวสกาย นิวส์ รายงานว่านักวิทยาศาสตร์ของกองทัพอิสราเอลได้ออกแบบงูหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถส่งเป็นสายลับสอดแนมข้าศึก และวางระเบิดได้ งูหุ่นยนต์ดังกล่าวใช้เครื่องบังคับจากระยะไกล สามารถบังคับให้ตั้งตัวตรงตั้งฉากกับพื้นเพื่อมองข้ามสิ่งกีดขวาง อีกทั้งเลื้อยเข้าไปตามรอยแยกของอาคารเพื่อเก็บข้อมูลกำลังรบของฝ่ายศัตรู นักวิจัยศึกษาลักษณะการเคลื่อนไหวของงูจริง เพื่อนำมาสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง ทหารที่นำหุ่นยนต์งูตัวนี้เข้าสู่สนามรบสามารถบังคับจากคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว และติดตามความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวิดีโอที่ติดไว้ในงูหุ่นยนต์ลักษณะงูหุ่นยนต์มีลำตัวยาว 6 ฟุต ซึ่งใช้สีพรางกายเข้ากับสภาพภูมิประเทศ กองทัพอิสราเอลมีแผนจะให้หน่วยทหารใช้งานงูหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกถล่มได้ อย่างไรก็ดี งูหุ่นยนต์ยังอยู่ในช่วงของการทดลองและกำลังประเมินมูลค่าต้นทุนการผลิต.ที่มา : www.mcot.net – สำนักข่าวไทยวช.เปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์กรุงเทพฯ 12 มิ.ย.- สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถนำเซลล์เชื้อเพลิงไปใช้กับรถยนต์ขับเคลื่อนเป็นรถไฟฟ้าได้เป็นพลังงานสะอาดปราศจากมลพิษ รถลากที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ 20 ที่นั่งนี้ เป็นรถต้นแบบที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากแก๊สไฮโดรเจน เมื่อเติมไฮโดรเจนเข้าไปในถังเซลล์เชื้อเพลิง PEMFC และออกซิเจนจากอากาศ จะทำปฏิกิริยา พลังงานที่ได้จะกลายเป็นน้ำ ประกอบกับใช้กับมอเตอร์ขนาด 960 วัตต์ เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า รถสามารถขับเคลื่อนความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เป็นพลังงานสะอาดไม่มีมลพิษและไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเป็นผลงานที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ และคณะ ศึกษาเรื่อง โครงสร้างต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ จำนวน 6 ชุด เพื่อนำไปใช้ประกอบกับรถเมล์ หรือรถยนต์ ซึ่ง ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 11 กิโลวัตต์ดังกล่าว ได้พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัยจากต้นแบบพลังงงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 8-10 กิโลวัตต์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วุฒิสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อหาแนวทางการสร้างรถ ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเป็นรถพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรถยนต์นำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ได้ทำรายงานให้รัฐบาลทราบเรื่องนี้แล้วหากสนใจ วช. ก็ยินดีที่ให้นำผลงานวิจัยนี้นำไปใช้ต่อไปที่มา : www.mcot.net - สำนักข่าวไทย
ข่าวที่ 11ภาพข่าว: I-Note ปากกาอัจฉริยะ บันทึกข้อมูลไร้สายFriday, 31 October 2008 10:18 -- เทคโนโลยีสารสนเทศกรุงเทพฯ--31 ต.ค.--นิวส์ เพอร์เฟค คอมมิวนิเคชั่นบริษัท นาโมบิซ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แนะนำ I-Note ( Mobile note taker ) เทคโนโลยีปากกาที่สามารถแปลงลายมือเป็นข้อมูลดิจิตอลได้ทันที ผ่านระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Windows Vista รองรับการเขียนได้มากกว่า 10 ภาษา ใช้ได้กับกระดาษขนาดเอ 4 ทั่วไป ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ดีไซน์สวยหรู เล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และนักธุรกิจทั่วไป เพื่อการจดบันทึก หรือการนำเสนองานโดยการเขียนลงบนกระดาษส่งผ่านคอมพิวเตอร์และนำเสนอไปยังโปรเจคเตอร์ ได้ทันที ที่มา http://www.newswit.com/news/2008-10-31/b26d57b1f5ebb06f9067bb5986033e32/ข่าวที่ 12AITALK สั่ง"ไอพอดนาโน"ด้วยเสียง สำหรับใครที่เป็นเจ้าของ iPod Nano แล้วอยากใช้งานฟังก์ชันควบคุมคำสั่งด้วยเสียง (voice controll) อย่างที่มีอยู่ใน iPod Shuffle 3G(เล็กสุด พูดได้) และ iPhone 3GS วันนี้ทีมงานสายข่าว Gadget มีคำตอบที่น่าสนใจมาฝากทุกท่านครับ AITALK ของ Aibelive เป็นอุปกรณ์เสิรมที่มีปุ่มควบคุมการทำงานเพียงปุ่มเดียว โดยเมื่อต่อคอนเน็คเตอร์เข้ากับด้านล่างของ iPod ผู้ใช้จะสามารถสั่งเล่น และค้นหาอัลบั้ม หรือเพลงที่ต้องการเล่นได้ด้วยเสียงของคุณเอง ทางบริษัท Aibelive อ้างว่า เทคโนโลยีทีใช้มีความถูกต้องในการตีความจากเสียงถึง 90% (แปลว่า มันอาจเลือกเล่นเพลงที่ไม่ถูกต้อง 10%) ระบบรู้จำเสียง (voice recognition) จะสามารถเข้าใจภาษาที่แตกต่างกันได้ถึง 17 ภาษา (จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศษ ฯลฯ) โดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาฝึกให้ระบบต้องเรียนรู้ก่อนแต่อย่างใด พูดง่ายๆ ก็คือ พร้อมใช้งานได้ทันที เพียงแค่กดปุ่มรับคำสั่งบนคลิปหนีบที่มาด้วยกันกับชุดควบคุม แล้วออกคำสั่งด้วยเสียงของผู้ใช้ ระบบจะทวนคำสั่งซ้ำก่อนทำงาน ซึ่งรวมถึงการอ่านชื่อเพลง และอัลบั้มให้ฟัง AITALK ได้ถูกนำแสดงในงาน COMPUTEX 2009 ที่ไต้หวัน สำหรับการกำหนดการวางตลาดยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่จะวางที่แรกในอเมริกาเหนือ โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 85 เหรียญฯ (ประมาณ 3,000 บาทที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409236วันที่ 27 พฤษภาคม 2552ความรู้เพิ่มเติม การเลี้ยงมดแดงไข่การผสมพันธุ์ มดแดงชอบผสมพันธุ์วันที่อากาศปลอดโปร่ง มดเพศผู้กับแม่เป้งจะบินออกจากรัง แล้วจับคู่ผสมพันธุ์หลังปล่อยน้ำเชื้อแล้วทั้งคู่จะตกลงมาบนพื้นดิน มดเพสผู้จะตายแม่เป้งกลับไปรังแล้งวางไข่ว่าที่ พ.ต.ณรงค์ชัย ค่ายใสกล่าวถึงการเลี้ยงไข่มดแดงว่าสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยการอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น บริเวณที่มีมดแดงอยู่แล้ว ตามต้นไม้ที่มีใบกว้าง มีแหล่งน้ำธรรมชาติ มดแดงต้องการสร้างกรดน้ำส้ม เพิ่มอาหาร ให้น้ำ มดแดงสามารถขยายอาณาจักรได้รวดเร็ว ไม่ไปหาอาหารไกล ใช้เชือกโยงระหว่างต้นไม้ประหยัดเวลาการเดินทางขึ้นลงต้นไม้ เสริมอาหารเศษอาหาร หัวปลา หอยเชอร์รี่ ตัวหนอน มดแดงสร้างรังจำนวมากนั่นคือผลผลิตจากการเลี้ยงมดแดงด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านการลียงมดแดงที่ปริมาณมดแดงมีน้อยทำการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ให้ทรงพุ่มโปร่ง กำจัดมดอื่นประมาณ 1 เดือน โดยใช้เหยื่อพาล่อสูตร น้ำตาลทรายครึ่งกิโลกรัม บอแรกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ กรดซิตริก1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 กระป๋องนม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ไปวางตามโคนต้นไม้ภายในสวน หรือใช้สูตรปลากระป๋อง ออกมาขยี้ผสมกับบอแรกซ์ 1 ซ้อนชา นำไปวางล่อมดที่โคนต้นไม้ทำลายมดชนิดอื่นก่อนปล่อยมดแดง เพราะมดต่างกลุ่มจะกัดกันต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง การขยายรังมดแดงเป็นวิธีที่ง่ายคือนำเชือกมาทำสะพานไปยังต้นไม้ข้างเคียง ให้อาหาร ให้น้ำที่มา http://gotoknow.org/blog/singkhon/143346วันที่ 22 กันยายน 2551
ส่งหุ่นยนต์ทะยานเดินทางในอวกาศปลูกกระท่อมบนดวงจันทร์ ทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยมลาาราดาเลน แห่งสวีเดน กำลังจัดเตรียมหุ่นยนต์ชื่อ “รูนีย์” โดยร่วมกับจิตรกร ให้พร้อมที่จะส่งกระท่อมสีแดงหลังเล็ก ขึ้นไปตั้งบนดวงจันทร์ เพื่อให้เป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงความสำเร็จของมนุษยชาติ ในปี พ.ศ. 2555 นี้ นักวิจัยและนายไมเคิล เกนเบร์ก จิตรกร ได้ร่วมงานกันตามโครงการ “บ้านบนดวงจันทร์” ตัวกระท่อมเป็นผลงานของจิตรกร เป็นสีแดงทั้งหลัง ริมขอบสีขาว ศาสตราจารย์ลาร์ อัสปันด์ หัวหน้าทีมกล่าวแจ้งว่า “เราต้องการสอนนักศึกษาให้รู้จักคิดทำสิ่งใหม่ๆร่วมกัน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด นักศึกษาจะต้องช่วยกันอยู่ตลอดตั้งแต่ออกความคิดในการสร้างและวางโปรแกรม เพื่อให้สำเร็จเป็นหุ่นยนต์เป็นตัวเป็นตนขึ้นให้ได้”จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552 หน้า 7คิดกลิ่นประกอบเกมคอมพิวเตอร์ มีกลิ่นควันดินปืน คอเกมคอมพิวเตอร์ อาจจะได้รสชาติเหมือนจริงเหมือนจังขึ้น ในการเล่นเกมสงคราม โดยจะใช้กลิ่นควันดินปืนเหมือนอยู่ในสนามรบด้วย แม้จะนุ่งชุดนอนเล่นอยู่ในห้องนอนของตัวเองก็ตาม เวบ “ไทมส์ ออนไลน์ ” ได้เปิดเผยว่า นักคอมพิวเตอร์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแอม แห่งอังกฤษ ได้ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสร้างกลิ่นประกอบ สำหรับเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกเป็นจริงเป็นจังขึ้นในการเล่นเกมรบทัพจับศึก หรือเกมแข่งรถ ทางกระทรวงกลาโหม ได้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ก่อนเพื่อน เมื่อเล็งเห็นว่า อาจนำเกมคอมพิวเตอร์ไปใช้เป็นประโยชน์ในการฝึกซ้อมของทหารได้ บริษัทไบโอแพคของสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์การศึกษาได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ของเทคโนโลยีนี้ ใช้ประกอบกับเครื่องเล่นเกมขึ้น เริ่มออกจำหน่ายในอเมริกาแล้ว มันสามารถปล่อยกลิ่นต่างๆออกจากเครื่องเล่นเกม เป็นกลิ่นต่างๆ ตั้งแต่กลิ่นควันดินปืนไปจนถึงกลิ่นของขนมปัง จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552 หน้า 7
วิธีการเลี้ยงมดแดง ค้นคว้าโดย นางโศภนิศ นาดี รหัสประจำตัว 52210091. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง 2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร 3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ 4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้ 5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย อาหารของมดแดง มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น
การบ้านครั้งที่ 6 ข่าวที่ 11 และ 12 บทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น ทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ ทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก ลองย้อนไปในอดีตโลกมีกำเนิดมาประมาณ 4600 ล้านปี เชื่อกันว่า ยุคไดโนเสาร์เมื่อห้าแสนปีที่แล้วมนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่างกันและพัฒนามาเป็นภาษา มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือ และจารึกไว้ตามผนึกถ้ำ เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่ามนุษย์ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการพัฒนาตัวหนังสือที่ใช้แทนภาษาพูด และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ทำให้การสื่อสารด้วยข้อความและภาษาเพิ่มขึ้นมาก เทคโนโลยีพัฒนามาจนถึงการสื่อสารกัน โดยส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว และเมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว ก็มีการส่งภาพโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ทำให้มีการใช้สารสนเทศในรูปแบบข่าวสารมากขึ้น ในปัจจุบันมีสถานีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แ ละสื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการกระจ่ายข่าวสาร มีการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อรายงานเหตุการณ์สด เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ จะเห็นได้ว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องให้เห็นด้วยhttp://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/it/index.htmlวว. พัฒนาผลิตภัณฑ์“ไพลจีนิค” แผ่นผ้าอนามัยสำหรับจุดซ่อนเร้นสตรีจากสมุนไพรไทย สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เจาะกลุ่มตลาดน้ำยาอนามัยสตรีมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไพลจีนิค” แผ่นผ้าอนามัยเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ระบุมีผลยับยั้ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสตรี เชื้อก่อโรคในช่องคลอด เชื้อปนเปื้อนตามสุขภัณฑ์ หวังเพิ่มปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ลดการนำเข้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศ นางสาวพิศมัย เจนวนิชปัญจกุล รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. กล่าวชี้แจงว่า จากการที่ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. ดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาอนามัยสตรีสำหรับสมุนไพรไพล” ได้ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “ไพลจีนิค” (PLYGENIC) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นผ้าอนามัยเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นภายนอกสำหรับสตรี มีผลในการยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสตรี เช่น เชื้อก่อโรคในช่องคลอด เป็นต้น และยังสามารถกำจัดเชื้อที่ปนเปื้อนตามพื้นผิวสุขภัณฑ์ ซึ่งมีลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์คือมีน้ำมันไพลเป็นองค์ประกอบหลัก และมีความเป็นกรดอ่อนใกล้เคียงกับสภาวะภายในปรกติของช่องคลอดhttp://www.tistr.or.th/tistr2006/newsboard/shownews.php?Category=newsboard&No=139
ภูมิปัญญาชาวบ้าน / สมุนไพรใกล้ตัวมะระขี้นก มะระขี้นก เป็นพืชชนิดหนึ่งมีชื่อท้องถิ่นว่า ผักเหย ผักไห มะร้อยรู มะห่อย มะไห่ จัดเป็นไม้เถามีมือเกาะใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ ดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลือง ผลมีผิวขรุขระมีรสขม นิยมใช้ส่วนยอด ใบอ่อนและผลมาลวกหรือต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยอดและใบอ่อนนำมาทำเป็นแกงเลียง ต้มกะทิ ผลนำมาผ่าซีกเอาเมล็ดออกใส่ในแกงกะทิก็ได้ สำหรับส่วนที่นำมาเป็นยาได้แก่ ผล ใบ และราก สรรพคุณทางยาและวิธีใช้ 1. รักษาโรคเบาหวาน วิธีใช้ : ผลและใบลวกจิ้มน้ำพริก หรือใช้ปรุงอาหารทานเป็นประจำ เป็นการลดน้ำตาลในเลือดทางการแพทย์ใช้รักษาโรคเบาหวานมาแต่โบราณ 2. แก้บิด วิธีใช้ : ใช้น้ำคั้นจากผลสด 1 แก้ว ผสมน้ำกิน 3. ขับพยาธิ ขับลม บำรุงธาตุ วิธีใช้ : ใช้ใบแห้งนำมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำดื่มรับประทาน หรือใช้ใบสด 120 กรัม ตำละเอียดคั้นเอาน้ำกิน หรือใช้เมล็ด 2-3 เมล็ด กิน ขับพยาธิตัวกลม 4. แก้จุกเสียด แน่นท้อง บำรุงธาตุ ขับลม วิธีใช้ : ใช้ใบสดและผลสด ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำรับประทาน 5. แก้คัน หิด และโรคผิวหนัง วิธีใช้ : ใช้ผลตากแห้งบดให้ละเอียด แล้วนำมาโรยบริเวณที่เป็นแผล 6. รักษาฝี บวม อักเสบ วิธีใช้ : ใช้ผลสดตำให้ละเอียด นำไปพอกบริเวณที่เป็นแผล ลดอาการอักเสบและเป็นหนองได้ ใช้ใบแห้งบดเป็นผงชงเหล้ากิน +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วิธีการเลี้ยงมดแดง 1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง 2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร 3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ 4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้ 5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย อาหารของมดแดง มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่ มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น ประโยชน์ของมดแดง 1. ใช้เป็นอาหารได้จากไข่และตัวมดแดงเอง โดยทั่วไปที่ตัวมดแดงมีกรดมดให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชู 2. ใช้เป็นยา - สูดดมแก้เป็นลม แก้หวัด หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะ โดยใช้ตัวมดแดง - ใช้ลบรอยไฝ โดยใช้ตัวมดแดงกัดตรงไฝให้มดแดงเยี่ยวใส่ ไฝจะบวมและเปื่อยละลายหลุดไปด้วยฤทธิ์ของกรดมดแดง 3. ใช้กำจัดศัตรูพืช สำหรับพืชยืนต้นต่าง ๆ หรือสวนไม้ผล ถ้าหากมีมดแดงอาศัยอยู่มากจะไม่มีพวกเพลี้ย หนอนและแมลงอื่น ๆ รบกวน ทำให้ไม้ผลที่ปลูกติดลูกดก สำหรับโทษของมดแดง หากถูกมดแดงกัดจะเจ็บ เยี่ยวมดแดงถ้าถูกตาจะปวดแสบปวดร้อน ถ้าถูกผ้าสีสดจะซีดและเป็นรอยด่าง สามารถสอบถามรายละเอียดการเลี้ยงมดแดงเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายป้องกันและกำจัดศัตรูพืชสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี โทร. (045) 311-052 ในวันเวลาราชการ
ข่าวชิ้นที่ 6 ( วันที่ 13 มิถุนายน 2552 ) นางทิวากร สังแก้ว โรคสุดฮิตกลุ่มคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ โรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบตามอวัยวะที่มีปัญหา ได้แก่ กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นประสาทอักเสบ เอ็นอักเสบ และข้ออักเสบ ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ จะมีโรคเส้นประสาทที่ข้อมืออักเสบเป็นโรคสุดฮิต ที่มีการอักเสบของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ที่มีชื่อเรียกว่า carpal tunnel syndrome (CTS) และ guyon cannel syndrome (GCS) โดย CTS จะมีปัญหาการอักเสบของเส้นประสาทมีเดียน ขณะที่ GCS เป็นการอักเสบของเส้นประสาทอัลนาร์ ดังมีรายละเอียดดังนี้ อาการและอาการแสดง เนื่องจากกลุ่มโรคนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อบางตัวของแขนส่วนล่างและมือ นอกจากนั้นยังนำกระแสประสาทจากตัวรับรู้สึกที่มือและแขนส่วนล่างไปยังไขสันหลังและต่อไปยังสมอง ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทเหล่านี้ ก็จะส่งผลต่ออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เส้นประสาทนี้ไปเลี้ยง และขณะเดียวกันอาจมีการสูญเสียความรู้สึกสัมผัสบริเวณมือ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นประสาท ใดมีการอักเสบหรือถูกกดทับ และอาการจะถูกกระตุ้นเมื่อทำงานและอากาศที่เย็นอาการของ CTS อาการชาทางด้านฝ่ามือของนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งซีกของนิ้วนาง (ทางด้านใกล้นิ้วโป้ง) ถ้าอาการมากขึ้นจะส่งผลต่ออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งมือ และโคนนิ้วโป้ง มีอาการเจ็บเมื่อทำงานหรือเมื่อข้อมืออยู่ในลักษณะงอ พับ กระดกข้อมือ หรือมีแรงกดบริเวณข้อมือhttp://www.doctor.or.th/taxonomy/term/107/allนาโนเทคโนโลยี นาโนเทคโนโลยี (อังกฤษ: Nanotechnology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการ การสร้างหรือการวิเคราะห์ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ในระดับนาโนเมตร(ประมาณ 1-100 นาโนเมตร) รวมถึงการออกแบบหรือการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้สร้างหรือวิเคราะห์วัสดุในระดับที่เล็กมากๆ เช่น การจัดอะตอมและโมเลกุลในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้โครงสร้างของวัสดุหรืออุปกรณ์มีคุณสมบัติพิเศษขึ้นไม่ว่าทางด้านฟิสิกส์ เคมี หรือชีวภาพ และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ความหวังที่จะฝ่าวิกฤติปัจจุบันของมนุษยชาติจากนาโนเทคโนโลยีมีดังนี้พบทางออกที่จะได้ใช้พลังงานราคาถูกและสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีน้ำที่สะอาดเพียงพอสำหรับทุกคนในโลก ทำให้มนุษย์สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนกว่าเดิม (มนุษย์อาจมีอายุเฉลี่ยถึง 200 ปี) สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างพอเพียงกับประชากรโลก เพิ่มศักยภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้คนทั้งโลกอย่างทั่วถึง ทัดเทียม และพอเพียง เพิ่มศักยภาพในการสำรวจอวกาศมากขึ้น http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0
News cards 11,12 Homework 6 นายพาสันติ์ เวทย์จรัสAxis Q1755 กล้องวีดีโอบนเครือข่ายรุ่นล่าสุดกับระบบแสดงผลแบบ HDTV รองรับการซูมถึง 12 เท่าAxis Communications ตอกย้ำการเป็นผู้นำเทคโนโลยีโซลูชั่นวีดีโอบนเครือข่ายด้วย Axis Q1755 กล้องวิดีโอบนเครือข่ายรุ่นล่าสุด ที่แสดงผลแบบ HDTV ด้วยความละเอียด 1080i ให้ภาพคมชัดในทุกช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังสามารถซูมได้ถึง 12 เท่า ให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดในทุกรายละเอียดของความปลอดภัย นอกจากนี้ Axis Q1755 ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ ด้วยระบบการจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลโดยตรงจากเครือข่าย (Power over Ethernet) พร้อมทั้งช่องใส่การ์ดเก็บข้อมูล (SD/SDHC Card) ในตัวเครื่อง และโซลูชั่น “Gatekeeper” ที่จะจับตาทุกรายละเอียดของวัตถุที่เข้ามาในพื้นที่ของคุณ แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/593869/ วันที่ 17 มิ.ย.52*****************************************************************************************เอเซอร์ เปิดตัว โปรเจคเตอร์ P1270 ประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยมบริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัว DLP โปรเจคเตอร์ P1270 เจาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และการใช้งานในออฟฟิศทั่วไป ที่ต้องการความสว่างในระดับ professional ซึ่งให้ความสว่างมากถึง 3,100 ANSI Lumens แสดงภาพในระดับ XGA (1,024 x 768) และรองรับสูงสุดที่ระดับ UXGA (1,600 x 1,200) WSXGA+ (1,680 x 1,050) เหมาะกับห้องขนาดกลางที่มีแสงสว่างรบกวนหรือการใช้งานที่ต้องการความสว่างสูง และยังมีพอร์ต HDMI (Video, HDCP) ที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความละเอียดสูง, รองรับการแสดงผลทั้ง 4:3 และ 16:9 อัตโนมัติ ด้วย Acer SmartFormat Technology, อัตราส่วนฉายภาพได้มากถึง 62" ที่ระยะ 2 เมตร ที่เพรียบพร้อมด้วย ColorBoost II technology ทำให้ภาพฉายสดใส สมจริง นอกจากนั้น ยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 50% ในขณะ standby เครื่องด้วย EcoProjection technology รวมทั้งฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงเมนูภาษาไทย ซึ่งทั้งหมดนี้กับราคาที่คุ้มค่าเพียง 43,900 บาท (ราคารวม VAT 7%) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/593869/ วันที่ 17 มิ.ย.52
Homework 6สรุปการขยายพันธุผักหวานป่า นางโศภนิศ นาดี รหัสประจำตัว 52210009 การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด เนื่องจากวิธีการอื่น ๆ มีเปอร์เซ็นต์การออกรากด่ำมาก และใช้เวลานานไม่น้อยกว่า 4 เดือน จึงจะออกราก รวมทั้งจำนวนกิ่งที่ได้น้อย เนื่องจากต้นแม่พันธุ์หายาก การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดปฏิบัติ ดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง หรือภาชนะที่มีผิวหยาบ ควรใส่ถุงมือยางขณะทำงาน 3. นำเมล็ดแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก 4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน 5. ดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว 6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครื่งเซนติเมตร ในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน 8. ดูแลรดน้ำ ระวังอย่าให้แฉะ การปลูกและบำรุงรักษาควรเริ่มเตรียมหลุม หลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกครึ่งปี๊บ โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อน รดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก ในการถอดถุงพลาสติกเพื่อนำกล้าลงปลูกในหลุม ต้องระวังอย่าให้กระเปาะดิน เพราะต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่ายเมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งเหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนเหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ ให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป การย้ายต้นกล้าแบบล้างราก 1. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 โดยปริมาตร ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตรผสมกัน คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50% 2. เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุม3. ครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด โดยใช้สายยางฉีดน้ำพร้อมกับตัด ส่วนเหนือดินเหลือตอสูงประมาณ 5 ซม 4. นำต้นกล้าที่ล้างรากและตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาด5. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี มาแบ่งเป็นคู่ ๆ ซ้อนกัน 2 ชั้น โรยด้วยขุยมะพร้าม ให้เป็นแถบยาวบาง ๆ ความกว้างของแถบเท่ากับ ความยาวของรากต้นกล้า6. นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน7. ม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าหลวม ๆ เหมือนห่อโรตี ปิดหัวท้ายห่อ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ8. บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ ภายในด้วยกระดาษลูกฟูก9. ผนึกภายนอกลังตรงรอยต่อด้วยเทปกระดาษ โดยเว้นช่องระบายอากาศไว้แล้วนำไปส่งไปรษณีย์10. การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นานประมาณ 8-10 วัน ทั้งนี้เมื่อได้รับต้นกล้าแล้วต้องรีบชำทันที 11. หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ 12. จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นและต้องเจาะช่องระบายอากาศ คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่าผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน มีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) การบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้ การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน
ข่าวที่ 11นักวิทยาศาสตร์พัฒนากรดน้ำดีเป็นวัสดุอุดฟันฮ่องกง 21 พ.ค.- นักวิทยาศาสตร์ในแคนาดาและจีนพัฒนาวัสดุที่แข็งแรงโดยสกัดมาจากกรดน้ำดีของมนุษย์ โดยหวังว่าจะสามารถนำไปให้ทันตแพทย์ใช้เพื่ออุดฟันผุ จากที่ในปัจจุบันต้องใช้ปรอทหรือพลาสติกซึ่งสร้างความวิตกว่าอาจจะเป็นพิษนักวิจัยเขียนบทความลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ACS Applied Materials & Interfaces กล่าวว่า รู้วิธีที่จะได้กรดน้ำดีของมนุษย์และเปลี่ยนกรดเหล่านั้นให้เป็นพลาสติกที่แข็งแรงคงทน ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถต้านทานการปริแตกได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงช่วยลดการเจ็บปวดของคนไข้ที่จะต้องมาอุดฟันที่แตกกรดน้ำดีเป็นสารตามธรรมชาติที่ผลิตจากตับและถูกนำไปเก็บไว้ในถุงน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมันที่มา : สำนักข่าวไทย www.mcot.net สำนักข่าวไทยwwwข่าวที่ 12ผลิตภัณฑ์อีเธอร์เน็ตเซอร์วิสเร้าเตอร์ MX Series และอีเธอร์เน็ตสวิตช์ EX4200 ประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างแบบมัลติเพิล 10Gbps ของ ESnet หรือชื่อเต็มว่า Energy Science Network Fourth Generation (เครือข่ายวิทยาศาสตร์การพลังงานรุ่นที่สี่) ต่อเชื่อมตรงไปยังไซต์อื่นๆ อีกมากกว่าสี่สิบแห่ง และเครือข่ายงานวิจัยทั่วโลกอีกมากกว่าหนึ่งร้อยแห่ง ทำหน้าที่เป็นทรัพยากรการสื่อสารข้อมูลงานค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์และวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรอง รับการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาล รวมถึงโครงการยักษ์ เช่น Large Hadron Collider (LHC) ที่ CERN สวิตเซอร์แลนด์, Earth System Grid (ESG) ที่วิจัยสภาพการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก เป็นต้น.mcot.netที่มา http://www.newswit.com/news/2009-05-26/12a6de4003321e64312c94847695062d/
การปลูกผักหวานป่าการขยายพันธุ ์1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาด 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผื่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว์ในที่ร่ม 2-3 วัน5. ดรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครื่งเซนดิเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะการปลูกและบำรงรักษา ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ไดยเร็วต่อไป คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่าผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน
วิธีการเลี้ยงมดแดง 1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง 2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร 3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ 4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้ 5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย อาหารของมดแดง มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น
ข่อสรุปงานชั้นที่ 6ลักษณะทั่วไปของผักหวานป่า ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ชาวบ้านแถวจังหวัดสุรินทร์เรียก ผักหวานชื่อที่เรียกกันทั่วไป คือ ผักหวาน การขยายพันธุ์ผักหวานป่า ที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ดการปลูกและการบำรุงรักษา ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก การย้ายต้นกล้าแบบล้างรากเมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. หรือก่อนการส่งกล้าให้ลูกค้าประมาณ 2 อาทิตย์ ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุมการกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ไดยเร็วต่อไป คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) ปิยรัตน์ ต่อสกุล
Sunitar.กล่าวว่า5 อาหารเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเพิ่มเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจที่เกิดจากอาหารได้แก่1.อาหารไขมันสูงหรือเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อวัวติดมัน2.ขนมหวาน โดยเฉาะที่อุดมด้วย น้ำตาล กะทิ คอเลสเตอรอล เช่น ทองหยิบ ตลอดจนขนมหวานอย่างเช่นข้าวเหนียวมะม่วง3.อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้จะมีผักแต่ก็ไม่พอกับร่างกายแต่มากไปด้วยแป้ง ไขมัน รสเค็ม4.อาหารรสเค็ม ไม่เหมาะกับผู้ป่วยภาวะหัวใจส้มเหลว เพราะทำให้เหนื่อยหอบ ตัวบวม หลีกเลี่ยงอาหารปรุงรสเค็มจัด อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง กุ้งแห้ง ปลาเค็ม5.เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโตอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ ทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่มhttp://health.kapook.com.................................................ระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ระบบที่มีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่เรารู้จักกันดี คือระบบฝากหรือถอนเงินอัตโนมัติ หรือบัตรเอทีเอ็ม จากนี้ยังมีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นบัตรเครดิตผู้ที่ใช้สามารถซื้อสินค้าจากที่ต่างๆแทนเงินสดซึ่งจะมีการเรียกเก็บเงินภายหลังบัตรอิเล็กจะเป็นบัตรพลาสติกมีแถบแม่เหล็กที่มีรหัสประจำตัวของผู้ที่ใช้เพื่อบอกรายละเอียดว่าผู้ถือบัตรคือใครบัตรอิเล็กทรอนิกส์อีกอย่างคือบัตรเก่ง บัตรชนิดใหม่นี้บรรจุชิพเป็นหน่วยความจำและวงจรไม่โครโพรเซสเซอร์ทำให้บัตรมีขีดความสามารถในการประมวลผลและจดจำข้อมูลไว้ในบัตรนี้อาจนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น ใช้เก็บประวัติคนไข้และในอนาคตอันใกล้นี้มีแนวโน้มที่ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนบัตรประชาชน บัตรนักเรียนนักศึกษาhttp://www.chakkham.ac.th/technology/newtechno สุนิทรา พลยางนอก 19/6/2552
sunitra. กล่าวว่าการขยายพันธุ ์การขยายพันธุ์ผักหวานป่าคือ วิธีการเพาะเมล็ดโดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สดใหม่ 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง เช่นในกระดังหรือเข่งไม้ไผ่ 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากัน คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน5. ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติก6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ 7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ การปลูกและบำรงรักษา ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ ในการถอดถุงพลาสติกเพื่อนำกล้าลงปลูกในหลุม ต้องระวังอย่าให้กระเปาะดินแตกหักหรือรากขาด จากนั้นหว่านเมล็ดถั่วเขียวเป็นวงรอบหลุมให้ห่างจากต้นกล้าประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้ต้นถั่วเป็นพี่เลี้ยงในระยะแรก ก่อนสิ้นฤดูฝนประมาณเดือนกันยายน ให้หว่านถั่วมะแฮะ หรือพืชตระกูลถั่วที่มีลำต้นสูงและไม่ทิ้งใบช่วงฤดูแล้ง โดยหว่านเป็นวงรอบห่างจากต้นผักหวานป่า รัศมี 70-100 ซม. เพื่อให้เป็นไม้บังร่มในช่วงฤดูแล้ง โดยเลือกสภาพที่ดินที่ลาดเอียงเล็กน้อย การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50% เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรง เมื่อครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด ตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาดนำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี โรยด้วยปุยมะพร้าวชื้นหรือแกลบดำที่ปราศจากเชื้อโรค นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน ม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าให้เป็นแท่งกลมพอหลวม ๆ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นาน หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดตามอัตราที่แนะนำในฉลาก ข้อพึงระวังในการส่งกล้าแบบนี้ จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นเกินไปและต้องเจาะช่องระบายอากาศ คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ข้อคิดเห็นได้รู้จักวิธีปลูกผักหวานป่าและการดูแลรักษาและประโยชน์ที่ได้จากคุณค่าของผักหวาน นางสุนิทรา พลยางนอก
งานชิ้นที่ 6ฉบับวันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 0:00 น ข่าวที่ 1 ของใหม่ พนักงานของโซนี่ โชว์เครื่องเล่นดีวีดีพกพารุ่นใหม่ “ดีวีพี-เอฟเอ็กซ์ 930” แสดงผลผ่านหน้าจอแอลซีดีความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว มีช่องเสียบยูเอสบี สำหรับเล่นเพลงดิจิทัลและดูภาพ วางจำหน่ายแล้วที่ประเทศญี่ปุ่นข่าวที่ 2 สุดยอดกล้องมือถือโนเกีย เอ็น 86 8 เอ็มพี ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขากล้องมือถือยอดเยี่ยม ประจำ ปี ค.ศ. 2009 จากทิปา ซึ่งเป็นองค์กรของสื่อมวลชนการถ่ายภาพในกลุ่มประเทศยุโรป โทรศัพท์มือถือโนเกียรุ่นนี้ เด่นที่กล้อง 8 ล้านพิกเซล เลนส์คาร์ล ไซส์ มีเลนส์ภาพกว้าง และแฟลชแอลอีดี อัพโหลดภาพเข้าโอวี่แชร์และฟลิกเกอร์ได้ทันทีที่มา http://www.kruchet.com/mod/resource/view.php?id=11
ข่าว ไอซีทีกูเกิลบริการแปลภาษาเปอร์เชียหวังเข้าถึงข่าวในอิหร่านซานฟรานซิสโก 19 มิ.ย.- กูเกิลอิงค์เปิดให้บริการแปลเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเปอร์เซียและจากภาษาเปอร์เชียเป็นภาษาอังกฤษ หวังเข้าถึงข่าวสารในอิหร่านมากขึ้นหลังจากทางการอิหร่านจำกัดการรายงานข่าวเหตุประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีกูเกิลประกาศในบล็อกวันนี้ว่า ได้เพิ่มบริการแปลภาษาเปอร์เซียหรือฟาร์ซีเป็นภาษาที่ 42 บริการนี้จะแปลเนื้อหาจากเว็บไซต์ บล็อกและไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเปอร์ชีย และจากภาษาเปอร์เชียเป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ นายฟรานซ์ อูช หัวหน้ากลุ่มแปลภาษาของกูเกิลเผยว่า บริการนี้จะช่วยให้คนทั้งในและนอกอิหร่านได้สื่อสารและเข้าถึงข่าวสารความเป็นไปในอิหร่านได้ดีขึ้น เดิมกูเกิลกำลังเพิ่มบริการแปลภาษาเปอร์เชียอยู่แล้ว แต่ได้เร่งมือขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นในขณะนี้กลุ่มผู้สนับสนุนนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี ที่พ่ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านใช้บริการทางอินเทอร์เน็ต เช่น ทวิตเตอร์ ยูทูบ เฟซบุ้ค เป็นช่องทางนัดแนะการชุมนุมและเผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรงในอิหร่านแม้ว่าทางการพยายามขัดขวางก็ตาม ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐขอให้ทวิตเตอร์เลื่อนกำหนดการปรับปรุงบริการออกไปก่อนเพื่อให้ชาวอิหร่านสามารถติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกต่อไป.- สำนักข่าวไทยไมโครซอฟท์จะเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต้านไวรัสฟรี ซาน ฟรานซิสโก 18 มิ.ย.- ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจซอฟต์แวร์ในสหรัฐ ยืนยันจะเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต้านไวรัสฟรี ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ไม่มีงบประมาณมากพอในการซื้อโปรแกรมต้านไวรัสเวอร์ชั่นล่าสุดมาโหลดลงเครื่องซอฟต์แวร์ต้านไวรัสเวอร์ชั่น Microsoft Security Essentials หรือ MSE จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 23 เดือนนี้เป็นต้นไป ในบราซิล อิสราเอล และสหรัฐ ก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นภายในปีนี้ ไมโครซอฟท์ ระบุว่า ซอฟต์แวร์ต้านไวรัสรุ่นนี้ สามารถต้านได้ทั้งไวรัสคอมพิวเตอร์ สปายแวร์ รูทคิตส์ และ โทรจันส์ไมโครซอฟท์เห็นถึงความจำเป็นที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จะต้องโหลดโปรแกรมต้านไวรัสลงเครื่อง เพราะปัจจุบัน การก่ออาชญากรรมในโลกไซเบอร์มีความสลับซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้คอมพิวเตอร์เครื่องที่ถูกโจมตีด้วยไวรัส ไม่สามารถใช้งานได้ แต่การที่จะต้องซื้อโปรแกรมต้านไวรัสรุ่นใหม่มาโหลดลงเครื่องอยู่เป็นประจำ ก็เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองอย่างมาก และผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนมากก็ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งยังไม่มีความพร้อมทั้งในเรื่องงบประมาณและการพัฒนาโปรแกรมต้านไวรัส ส่งผลให้ไมโครซอฟท์ต้องพัฒนาโปรแกรมต้านไวรัสและเปิดให้โหลดลงเครื่องได้ฟรี -สำนักข่าวไทย
โทรศัพท์มือถือรุ่นทรหดที่สุดในโลก แอนนาโนวา ดอท คอม 17 มิ.ย. - บริษัท โซนิม เทคโนโลยี ผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นแลนด์โรเวอร์ S1 ซึ่งอ้างว่ามีความทนทรหดที่สุดในโลก โดยมี เซอร์เรนัลพ์ ไฟน์เนส นักสำรวจผู้มากประสบการณ์ เจ้าของสถิติชาวอังกฤษอายุมากที่สุดที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เป็นสักขีพยานโทรศัพท์รุ่นนี้แม้ภายนอกอาจดูใหญ่โตเทอะทะ ไม่ได้บอบบางกะทัดรัดเหมือนกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ แต่ก็มีคุณภาพสูง โดยผู้ออกแบบเล็งกลุ่มเป้าหมายคือนักผจญภัยกลางแจ้ง เนื่องจากเป็นโทรศัพท์ที่มีการปิดผนึกอย่างดี กันฝุ่น กันสะเทือนแรง ๆ และการตกจากที่สูง อีกทั้งสามารถกันน้ำที่ระดับความลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถรองรับแรงกดทับได้ถึง 400 กิโลกรัมส่วนราคาจำหน่ายโทรศัพท์รุ่นนี้ คือ 299.99 ปอนด์ (16,800 บาท) ภายในมีกล้องกันน้ำ ค่าความละเอียด 2 ล้านเมกะพิกเซลพร้อมแฟลชในตัว รวมถึงระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) สามารถใช้เป็นไฟฉายและฟังวิทยุเอฟเอ็มได้ด้วย เจ้าหน้าที่ของบริษัท โซนิม กล่าวว่า เมื่อเริ่มสร้างโทรศัพท์ชนิดนี้ ยังไม่มีมาตรฐานการทดสอบหรือการกำหนดค่ามาตรฐานการเป็นโทรศัพท์รุ่นทรหด เขาจึงกำหนดมาตรฐานทดสอบขึ้นเอง 12 ข้อ เพื่อความเป็นโทรศัพท์ที่ยังคงคุณภาพสูง เช่น การทดสอบปุ่มกด จะต้องผ่านการทดสอบกดติดต่อกันกว่า 5 แสนครั้ง แบตเตอรี่สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 1,500 ชั่วโมง และหากต้องการใช้โทรศัพท์ก็สามารถพูดติดต่อกันได้นาน 18 ชั่วโมง. –สำนักข่าวไทยนาซาส่งยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์แหลมคานาเวอรัล19 มิ.ย.-องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ส่งจรวดแอตลาสพร้อมยานอวกาศไร้นักบิน 2 ลำไปสำรวจดวงจันทร์เพื่อทำแผนที่และตามหาแหล่งน้ำการส่งยานอวกาศ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) เป็นโครงการใหม่ของนาซา โดยมีเป้าหมายนำมนุษย์กลับไปลงบนดวงจันทร์ภายในปี 2563 ยานลำนี้จะสำรวจภูมิประเทศของดวงจันทร์เพื่อเน้นทำแผนที่ในบริเวณที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน คาดว่ายานทั้งสองลำคือ LRO และยานลำเล็กกว่าซึ่งมีชื่อว่า LCROSS จะเดินทางถึงดวงจันทร์ใน 4 วันข้างหน้า ยาน LRO บรรทุกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 7 อย่าง เช่น กล้อง เครื่องตรวจจับด้วยอินฟราเรด และเครื่องวัดความสูงด้วยแสงเลเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีกล้องโทรทรรศน์ซึ่งห่อหุ้มด้วยหนังมนุษย์เทียม เพื่อใช้ประเมินรังสีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์สำหรับกล้องที่อยู่ในยาน LRO จะมีความสามารถในการมองเห็นวัตถุที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้หาอุปกรณ์ที่ยานอพอลโลทิ้งไว้บนดวงจันทร์ในระหว่างปี 2512-2515 นอกจากนี้ จะตามหาแร่ธาตุ ทำแผนที่รายละเอียดอุณหภูมิ และค้นหาพื้นที่ที่ถูกแสงอาทิตย์ส่องมากที่สุด.-สำนักข่าวไทย
ทิวากร สังแก้วลักษณะทั่วไปของผักหวานป่า ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมดร แค่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม การขยายพันธุ ์ การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีขั้นตอนดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาด 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก 4. นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน 5. ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว 6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร 7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ใตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ การปลูกและบำรุงรักษา ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป
บทความ 6 การปลูกผักหวานป่านายบัญชา มณีจันทร์ ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยว ติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุกและสดใหม่เท่านั้น แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไต้ร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าให้แฉะ เมื่อ ผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น อย่าง ไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้แหล่งที่มา : รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ , เอกสารประกอบการสอนวิชา สารสนเทศเพื่อการศึกษา
อัสซุส เผยโฉมเซิร์ฟเวอร์ชูสวล.รักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์บอร์ด ชู กรีนดีไซน์ พร้อมเลือกชิพเซต อินเทล 5500 Series IOH เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซีพียูเพาเวอร์ 6 เฟส พร้อม เมมโมรี่ วีอาร์ดี ดีไซน์ 3 เฟส ...รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท อัสซุส บริษัทผู้นำการผลิตเซิร์ฟเวอร์ เปิดตัว อัสซุสเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์บอร์ด ภายใต้แนวคิด กรีนดีไซน์ รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบให้เพาเวอร์ซัพพลายใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย แต่มีประสิทธิภาพในการนำพลังงานมาใช้ให้คุ้มค่าสูงถึง 80% ทั้งนี้ สามารถจัดสรรการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานด้วยซีพียูเพาเวอร์ 6 เฟส พร้อม เมมโมรี่ วีอาร์ดี ดีไซน์ 3 เฟส รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เซิร์ฟเวอร์และเซิร์ฟเวอร์บอร์ดดังกล่าว เลือกใช้ชิพเซต อินเทล รุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพขั้นสูงสุดอย่าง Quad-Core Intel Xeon Processor 5500 Series สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี DDR3 พร้อมช่วยยกระดับแพลตฟอร์มของอัสซุสให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ของอัสซุสรุ่น ASUS RS700D-E6/PS8 TS500-E6/PS4 และเซิร์ฟเวอร์บอร์ดรุ่น ASUS Z8PE-D18 Z8NA-D6 ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย• โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิถุนายน 2552, 07:00 น. ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/13406 ทรูมูฟ จับกระแสแบล็กเบอรี่เจาะคอนซูมเมอร์เปิดตัว 3 แพคเกจใหม่ ลงตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตหวังเพิ่มประสบการณ์ใช้งานไวไฟ และเครือข่าย3G ในอนาคต เชื่อน่าจะขายได้กว่า 3,000 เครื่องนายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2548 ทรูมูฟได้เริ่มทำการตลาดแบล็คเบอร์รี่รายแรกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร และขยายไปสู่ลูกค้าบุคคล จนขณะนี้ เป็นที่นิยมในกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะ แบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ที่มีฟังก์ชันครบครันและเป็นครั้งแรกในตระกูลแบล็คเบอร์รี่ที่ใช้งานภาษาไทยได้ รองรับ Wi-Fi และ 3G จึงให้อิสระในการสื่อสารไร้สายเต็มพิกัดสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการให้บริการสื่อสารไร้สายของกลุ่มทรู รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับแพ็คเกจทรูมูฟแบล็กเบอรี่ ประกอบด้วย 3 แพ็คเกจหลัก ได้แก่ แพ็คเกจ BlackBerry 449, 599 และ 899 บาท นอกจากนี้ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ให้ซื้อแบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ได้ในราคาเพียง 22,900 บาท เมื่อสมัครใช้แพ็คเกจรายเดือนใดก็ได้ โดยลูกค้าทรูมูฟยังเลือกซื้อเครื่องเปล่า ในราคาสุดคุ้ม 25,500 บาท รับฟรีค่าบริการแบล็กเบอรี่รายเดือน 599 บาท นาน 6 เดือน ทั้งนี้มีเครื่องแบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าทรูมูฟเท่านั้น วางจำหน่ายที่ ร้านทรู เออร์เบิน พาร์ค สยามพารากอน ทรูมูฟ สแควร์ สยามสแควร์ซอย 2 ร้านทรูช้อป จามจุรีสแควร์ ทรูช้อป ทองหล่อ ทรูมูฟช้อป เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ทรูช้อป อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ สีลม และทรูช้อป ไอทีมอลล์ ฟอร์จูนที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/13406
การปลูกผักหวานป่าส.ต.ท.นพกร พุทธา ผักหวานป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กเป็นพุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยว ติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุกและสดใหม่เท่านั้น แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไต้ร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าให้แฉะ เมื่อ ผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง มีโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น อย่าง ไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้แหล่งที่มา : รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ , เอกสารประกอบการสอนวิชา สารสนเทศเพื่อการศึกษา
ข่าวที่ 11 ไอซีทีหารือด้านอวกาศกับเลขาฯ APSCO ภายหลังปลัดออกโรงความร่วมมือด้านอวกาศกับ APSCO เผยไทยพร้อมร่วมมือทุกประเทศ เน้นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร คาดอนาคตอุตสาหกรรอุปกรณ์สื่อสารขยายตัว... นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวภายหลังหารือกับ นายจาง เหว่ย เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือ APSCO ว่า กระทรวงฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือโครงการความร่วมมือขององค์การ APSCO และความร่วมมือในระดับทวิภาคีไทย-จีน ระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.2552 เพื่อร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแผนงานโครงการประจำปี 2009 ของสำนักงานเลขาธิการ APSCO แผนงานภายใต้โครงการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากดาวเทียม SMMS และกิจกรรมความร่วมมือของประเทศสมาชิกในองค์การฯ ตลอดจนความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและจีนในอนาคต อย่างไรก็ตาม การวิจัยและพัฒนาภายใต้โครงการ SMMS นี้ นับเป็นนวัตกรรมด้านอวกาศชิ้นแรกที่ดำเนินการโดยคนไทย และเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที ด้วยการนำข้อมูลภาพถ่ายของดาวเทียม SMMS ทั้งในรูปแบบ CCD และ Hyperspectrum มาทำการวิจัยและประยุกต์ใช้ในกิจการ ที่สำคัญๆ ของประเทศไทย เช่น การเกษตร การเฝ้าระวังภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ อนาคตอาจประสานความร่วมมือในการแบ่งปันข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกดวงอื่นๆ เช่น CBERS และ HJ-1B กับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก โดยกระทรวงฯ กำลังดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสร้างสถานีภาคพื้นดินรับข้อมูลจากดาวเทียมดังกล่าว” ปลัดไอซีที กล่าว ข่าวจาก : ไทยรัฐ วันที่ : 19 มิถุนายน 2552 เวลา 17:31 น.ข่าวที่ 12 เนคเทคMOU 2พันธมิตรตั้งเครือข่ายCoE -Center of Excellence นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมมือ หรือเอ็มโอยูกับ 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ มก.จัดเครือข่ายศูนย์ความรู้เฉพาะด้านวิศวกรรมความรู้และวิศวกรรมภาษา และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเครือข่ายศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์ และการจัดการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเนคเทค และเครือข่ายวิจัยสู่กระบวนทัศน์ ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง หรือ Research Networking for Prosperous Future อีกทั้งส่งผลต่อการพัฒนาบุคลากร และกระบวนการวิจัยที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของการตั้ง CoE มี 3 ประการ คือ 1.แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับหน่วยงาน และมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม 2.พัฒนารูปแบบการทำงานที่เหมาะสมในศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน โดยหาวิธีทำอย่างไรให้เกิดหน่วยงานเข้มแข็ง เพื่อสร้างทีมงานอย่างแท้จริง และ 3.สร้างเครือข่ายบุคลากรด้านการวิจัย และคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประเทศไทย ยังขาดแคลนบุคลากรด้านดังกล่าวอยู่ ข่าวจาก : ไทยรัฐ วันที่ : 19 มิถุนายน 2552 เวลา 17:45 น.
เนรมิต 'มหาวิทยาลัยไซเบอร์' 'สามารถ'จับมือม.หอการค้าไทยพัฒนาอีเลิร์นนิ่ง วอนรัฐผลักดันงบสร้างบุคลากรมั่นใจ 3 ปี ตื่นตัว"สามารถเทลคอม" เตรียมพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่งให้กับม.หอการค้าไทย เผยอัตราการเติบโตยังไม่ขยายตัว แจงปัญหาอุปสรรคยังขาดแรงขับเคลื่อนภาครัฐวอนเร่งผลักดันงบประมาณรวมไปถึงบุคลากรยังขาดองค์ความรู้ มั่นใจภายใน 3 ปีกระแสตื่นตัวสูงนายประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่ง (ระบบการศึกษาทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ต) ให้กับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยใช้ชื่อหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการนั้นใช้ชื่อว่า "UPLUS" หรือ U Plus Solutions for Cyber Universityสำหรับซอฟต์แวร์ UPLUS นั้นประกอบด้วยชุดวิชา, ผลการศึกษา การเชื่อมต่อระบบการชำระด้วยบัตรเครดิตหรือ E PAYMENT และยังเชื่อมต่อวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ดังนั้นกิจกรรมในสถาบันการศึกษาสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ได้ในทันทีนอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยรังสิตยังให้บริษัทพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่งและได้เซ็นสัญญาไปก่อนหน้านี้โดยอี-เลิร์นนิ่ง ที่พัฒนาใช้สำหรับเป็นบทเรียนใส่เข้าไปในเว็บให้นักศึกษาใช้เรียนเสริมต่อจากหลักสูตรภาคปกติ และในอีกส่วน คือ Cyber U คือ การเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางไกล มีด้วยกัน 3 สาขาวิชา คือ นิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรีใบที่สอง) (Bachelor of Law) ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำสังคม ธุรกิจและการเมือง (Master of Art, Leadership Society Business and Politics) และ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Master of Sciences Information Technology Management) ส่วนกลยุทธ์ด้านการตลาดบริษัทเน้นสร้างทีมเวิร์กเน้นการตลาดในเชิงรุก และมุ่งเจาะตลาดโดยตรง ได้แก่ ตลาด Online Degree เน้นขยายสู่มหาวิทยาลัยของภาครัฐให้มากขึ้น , ตลาด Online Training จะเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดไปสู่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยหัวข้อฝึกอบรมกว่า 300 หัวข้อ และ คิดค้น พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า โดยบริษัทจะเน้นดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยครบวงจรนายประสิทธิ์ชัย ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับการเรียนการสอนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตอัตราการเติบโตไม่รวดเร็วเท่าใดนัก เนื่องจากยังขาดแรงผลักดันจากภาครัฐ โดยเฉพาะงบประมาณยังไม่ถูกจัดสรรออกมา ดังนั้นภาคเอกชนบริหารจัดการต้องวางแผนทำธุรกิจล่วงหน้าไว้ก่อน แต่ก็ยังติดปัญหาการสร้างองค์ความรู้ และบุคลากรสำหรับผลประกอบการนั้นไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากว่าระบบการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นส่วนเสริมรายได้ในกลุ่มเท่านั้นแต่เชื่อว่าภายใน 3 ปีข้างหน้ามีอัตราการเติบโตขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะในเวลานี้บรรดาเอกชนอยู่ระหว่างตัดสินใจลงทุนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า"ตอนนี้ระบบการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นช่วงตั้งไข่ทุกคนเห็นว่ากำลังเป็นช่วงที่มีประสิทธิภาพ" นายประสิทธิ์ชัย กล่าว จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2436 18 มิ.ย. - 20 มิ.ย. 2552
ไอบีเอ็มจัดประกวดโครงงานไอที ชิง 1 ล้านหวังกระตุ้นธุรกิจ SME ให้ใช้ไอทีปรับปรุงประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจขาลง มั่นใจกิจกรรมช่วยให้องค์กรเห็นปัญหาภายใน ช่วยพัฒนาศักยภาพและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ภายในเวลาที่รวดเร็ว...ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ได้จัดการประกวดโครงงานไอที “บิสซิเนส เรียลลิตี้ ชาเลนจ์” (Business Reality Challenge) เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันไอทีมูลค่า 1,000,000 บาทแก่องค์กรของผู้ชนะเลิศ เพื่อใช้พัฒนาธุรกิจต่อไป โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ไอบีเอ็มจัดขึ้นในปี 2552 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รวมถึง ช่วยรับมือปัญหาต่างๆ และประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นในปัจจุบันผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า องค์กรธุรกิจที่ต้องการร่วมการประกวดดังกล่าว ต้องเขียนเรียงความ ความยาวไม่เกิน 100 คำ โดยบรรยายเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายด้านไอทีที่องค์กรกำลังเผชิญ และระบุว่าจะนำรางวัลที่ได้ไปช่วยองค์กรสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างไร โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมการประกวดฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2009 โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน จะได้รับผลิตภัณฑ์และโซลูชันไอทีจากไอบีเอ็ม รวมถึง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการให้คำปรึกษา รวมมูลค่า 1,000,000 บาท หรือประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการประเมินผลงานของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนการประกาศรายชื่อผู้ชนะ จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2552นางพรรณสิรี อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจทั่วไป บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดเอสเอ็มอีในประเทศไทยถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดสำหรับไอบีเอ็ม บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสะดวกให้แก่องค์กรดังกล่าว ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างความแตกต่างทางธุรกิจและกระตุ้นการเติบโต ส่วนการประกวด ไอบีเอ็ม บิสซิเนส เรียลลิตี้ ชาเลนจ์ ในครั้งนี้ ช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจปัญหาสำคัญด้านธุรกิจและเทคโนโลยีของหน่วยงานเอสเอ็มอี และสามารถนำเสนอโซลูชันเพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์กรที่มีสิทธิ์ร่วมการประกวด ต้องมีจำนวนพนักงานระหว่าง 100-999 คน มีความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึง การปกป้องข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจ โดยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่เหนือกว่าในเวลาอันรวดเร็ว โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิถุนายน 2552, 07:00 น. สุกัญญา แจ้งหมื่นไวย์
การขยายพันธุ ์ การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด เนื่องจากวิธีการอื่น ๆ เช่น การตอน การตัดชำ มีเปอร์เซ็นต์การออกรากด่ำมาก และใช้เวลานานไม่น้อยกว่า 4 เดือน จึงจะออกราก รวมทั้งจำนวนกิ่งที่ได้น้อย เนื่องจากต้นแม่พันธุ์หายาก การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดจึงเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฎิบัติ ดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง หรือภาชนะที่มีผิวหยาบ เช่นในกระดังหรือเข่งไม้ไผ่ ควรใส่ถุงมือยางขณะทำงานเนื่องจากเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก 4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผื่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว์ในที่ร่ม 2-3 วัน 5. ดรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว 6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครื่งเซนดิเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร 7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 % 8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ เนื่องจากในปัจจุบันพบว่า มีการจำหน่ายต้นกล้าเพาะเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งมีปัญหาในการขนส่ง เนื่องจากน้ำหนักมากและเปลืองพื้นที่ จากผลการทดลองหาแนวทางส่งกล้าให้ได้จำนวนมากขึ้น และมีอัดราการชำรอดสูงอาจทำไต้ ดังนี้ 1. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 โดยปริมาตร ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตรผสมกัน คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50% 2. เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. หรือก่อนการส่งกล้าให้ลูกค้าประมาณ 2 อาทิตย์ ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุม 3. เมื่อครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด โดยใช้สายยางฉีดน้ำพร้อมกับตัด ส่วนเหนือดินทิ้งให้เหลือตอสูงประมาณ 5 ซม.< 4. นำต้นกล้าที่ล้างรากและตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาด 5. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี มาแบ่งเป็นคู่ ๆ ซ้อนกัน 2 ชั้น โรยด้วยขุยมะพร้ามชื้นหรือแกลบดำที่ปราศจากเชื้อโรค (อาจเตรียมได้โดยการอบหรือนึ่ง หรือราดด้วยยากันราก่อนนำมาใช้) ให้เป็นแถบยาวบาง ๆ ความกว้างของแถบเท่ากับ ความยาวของรากต้นกล้า ต้องระวังวัสดุที่ใช้อย่าให้แฉะ 6. นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน 7. ม้วนกระดาาหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าให้เป็นแท่งกลมพอหลวม ๆ เหมือนห่อโรตี ปิดหัวท้ายห่อ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ 8. บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ ภายในด้วยกระดาษลูกฟูก โดยวางในแนวตั้งพอหลวม ๆ 9. ผนึกภายนอกลังตรงรอยต่อด้วยเทปกระดาษ โดยเว้นช่องระบายอากาศไว้แล้วนำไปส่งไปรษณีย์ 10. การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นานประมาณ 8-10 วัน โดยมีอัตราการรอดตายสูง 80% ทั้งนี้เมื่อได้รับต้นกล้าแล้วต้องรีบชำทันที และเลี้ยงในสภาพแสง 40-50% พร้อมกับให้ชื้นอย่างสม่ำเสมอในระยะแรกๆ 11. หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดตามอัตราที่แนะนำในฉลาก 12. ข้อพึงระวังในการส่งกล้าแบบนี้ จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นเกินไปและต้องเจาะช่องระบายอากาศ คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน
กรุงเทพฯ 12 มิ.ย.- สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถนำเซลล์เชื้อเพลิงไปใช้กับรถยนต์ขับเคลื่อนเป็นรถไฟฟ้าได้เป็นพลังงานสะอาดปราศจากมลพิษรถลากที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ 20 ที่นั่งนี้ เป็นรถต้นแบบที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากแก๊สไฮโดรเจน เมื่อเติมไฮโดรเจนเข้าไปในถังเซลล์เชื้อเพลิง PEMFC และออกซิเจนจากอากาศ จะทำปฏิกิริยา พลังงานที่ได้จะกลายเป็นน้ำ ประกอบกับใช้กับมอเตอร์ขนาด 960 วัตต์ เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า รถสามารถขับเคลื่อนความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เป็นพลังงานสะอาดไม่มีมลพิษและไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเป็นผลงานที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ และคณะ ศึกษาเรื่อง โครงสร้างต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ จำนวน 6 ชุด เพื่อนำไปใช้ประกอบกับรถเมล์ หรือรถยนต์ ซึ่ง ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 11 กิโลวัตต์ดังกล่าว ได้พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัยจากต้นแบบพลังงงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 8-10 กิโลวัตต์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วุฒิสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อหาแนวทางการสร้างรถ ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเป็นรถพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรถยนต์นำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ได้ทำรายงานให้รัฐบาลทราบเรื่องนี้แล้วหากสนใจ วช. ก็ยินดีที่ให้นำผลงานวิจัยนี้นำไปใช้ต่อไป.-สำนักข่าวไทย
ตอบลบโตเกียว 10 มิ.ย. - บริษัทญี่ปุ่นนำหุ่นยนต์ 2 ตัวที่สามารถทำอาหารและทำครัวได้ด้วย มาสาธิตการทำอาหารและบริการในนิทรรศการเครื่องประกอบอาหารในกรุงโตเกียว เมื่อวานนี้ หุ่นยนต์พ่อครัวต้นแบบ ที่เรียกว่า
ตอบลบโรโบเชฟนี้ มาสาธิตการทำอาหารในงานอินเตอร์เนชันแนล ฟู้ด แมชีเนอรี แอนด์ เทคโนโลยี เอ็กซโป ที่กรุงโตเกียว เช่น เมนูแพนเค้ก ซูชิ และหั่นผัก ประเทศญี่ปุ่นใช้หุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวน 800,000 ตัวทั่วโลก และเป็นตลาดหุ่นยนต์มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในรอบทศวรรษ ขณะที่ประชากรสูงอายุมีจำนวนมากขึ้นและคนในวัยแรงงานมีจำนวนลดลง จึงมีแนวโน้มว่าความต้องการใช้หุ่นยนต์ทำครัวน่าจะมีมากขึ้น และเชื่อว่าหุ่นยนต์ก็สามารถทำอาหารเป็นสำหรับหุ่นยนต์ในนิทรรศการอาหารของญี่ปุ่นนี้ มีทั้งหุ่นยนต์ฝานแตงกวาและหั่นผัก รวมทั้งหุ่นยนต์โต๊ะสองล้อคล้ายรถเซกเวย์บริการเสิร์ฟถึงที่ ประธานบริษัทหุ่นยนต์ กล่าวว่า ในปัจจุบันแต่ละครอบครัวต่างก็มีรถยนต์ใช้งาน แต่ในอนาคตทุกครอบครัวจะต้องมีหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่เรียกว่าฮิวแมนนอยด์ที่สามารถช่วยงานทุกอย่างในบ้านได้ หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ที่นำมาในงานเอ็กซโปครั้งนี้มาเพื่อสาธิตการทำงานเท่านั้น ยังไม่ได้จัดจำหน่าย ซึ่งผู้ผลิตคาดว่าหุ่นยนต์มีราคาประมาณ 180,000 ดอลลาร์ (6.3 ล้านบาท). -สำนักข่าวไทย
วิธีการเลี้ยงมดแดง
ตอบลบจัดทำโดย นางสาวกนกวรรณ มุมไธสง ข้าราชการครูชำนาญการ
โรงเรียนบ้านหญ้าคาประชาเนรมิต
*****************************
วิธีการเลี้ยงมดแดง มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะลี้ยงมดแดงให้หมดโดยใช้สารเสริม เช่น เชฟริน 80%โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำ
ที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 X 20 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร
3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินคลอดเวลา อาจเป็นขวดน้ำพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้ ครึ่งหนึ่งใส่อาหาร ครึ่งหนึ่งใส่น้ำ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้
5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
กัลยา อุเมมุระ
ตอบลบNew 11
การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อการขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์
การขยายพันธุ์และการคัดเลือกพันธุ์พืช แต่เดิมใช้วิธีปลูกพืชจำนวนมาก แล้วคัดเลือกเอาเฉพาะต้นที่มีลักษณะดีตามต้องการ ทำการเก็บเมล็ดหรือท่อนพันธุ์ไว้เพื่อนำมาใช้ในการขยายพันธุ์ในฤดูกาลถัดไป แต่มีข้อจำกัดหลายประการ คือ ต้องใช้พื้นที่ขนาดใหญ่ในการปลูกเพื่อการคัดเลือกและการขยายพันธุ์ ได้รับอิทธิพลจากสภาพแวดล้อมสูงซึ่งยากต่อการคัดเลือกพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมตามจริง รวมทั้งต้องใช้แรงงานจำนวนมากในการปฏิบัติงาน ในส่วนของพันธุ์ก็ยากต่อการได้ต้นพืชที่คงลักษณะทางพันธุกรรมเช่นเดิมได้ เมื่อผ่านการเพาะปลูกในหลายๆรุ่น อาจเกิดจากการผสมข้ามพันธุ์หรือเกิดจากการกลายพันธุ์ได้การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชจึงได้นำมาใช้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการคัดเลือก และขยายพันธุ์พืช เพราะสามารถควบคุมสภาพแวดล้อมต่างๆ ที่พืชใช้ในการเจริญเติบโตได้ ต้นพืชที่ได้จากการเพาะเลี้ยงจึงมีลักษณะตรงตามลักษณะทางพันธุกรรม สามารถใช้เพิ่มจำนวนต้นพืชให้ได้ปริมาณมาก โดยทุกต้นมีลักษณะเหมือนกับพืชต้นแบบทุกประการ นอกจากนี้ การเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อพืชยังได้นำมาใช้เพื่อการสร้างพืชที่มีลักษณะทางพันธุกรรมใหม่ๆ โดยการปรับสภาพการเพาะเลี้ยงให้แตกต่างไปจากเดิม หรือเติมสารบางชนิดในอาหารเพาะเลี้ยง เพื่อการคัดเลือกต้นพืชที่สามารถตอบสนองต่อสารหรือสภาพการเพาะเลี้ยงที่ใช้ เช่น การสร้างพืชทนดินเค็ม และการสร้างพืชทนต่อสารกำจัดวัชพืช ทั้งยังช่วยประหยัดพื้นที่ เวลา และแรงงานที่นำมาใช้ในการคัดเลือกและการขยายพันธุ์ในประเทศไทย การขยายพันธุ์ และการคัดเลือกพันธุ์พืชโดยใช้เทคนิคการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อได้นำมาใช้ในธุรกิจการผลิตกล้าไม้ต่างๆ เช่น กล้วยไม้ ต้นสัก ต้นยูคาลิปตัส ไม้ป่า และไม้ยืนต้นอื่นๆ เครื่องหมายดีเอ็นเอจึงเป็นวิธีการทางเทคโนโลยีชีวภาพอย่างหนึ่งที่ได้นำมาใช้คัดเลือกพืชหรือสัตว์เพื่อที่จะนำมาเพาะปลูกเพาะเลี้ยง หรือนำมาใช้เป็นพ่อแม่พันธุ์ โดยอาศัยคุณสมบัติของเครื่องหมายดีเอ็นเอที่สามารถตรวจสอบได้ในทุกระยะการเจริญเติบโตของสิ่งมีชีวิต ทำให้สามารถคัดแยกพืชหรือสัตว์ที่มีลักษณะทางพันธุกรรมที่ต้องการได้ขณะที่เพิ่งเริ่มเจริญเติบโต จึงมีส่วนช่วยลดแรงงาน ค่าต้นทุน และพื้นที่ในการเพาะปลูกหรือเพาะเลี้ยง เช่น ในสุกร มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวก (halothane positive) ที่ส่งผลต่อคุณภาพของเนื้อสุกร ทำให้เนื้อมีคุณภาพไม่ดี จึงได้นำเครื่องหมายดีเอ็นเอมาใช้เพื่อคัดแยกสุกรที่มีลักษณะพันธุกรรมฮาโลเทนบวกออกจากสุกรปกติ ช่วยให้ประหยัดเวลา ลดต้นทุนใน การผลิต จาก สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 28 คลังความรู้ออนไลน จาหนังสือสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน ...
guru.sanook.com/encyclopedia/การใช้เทคโนโลยีชีวภาพในงานด้านการเกษตร
กัลยา อุเมมุระ
ตอบลบNew 12
เทคโนโลยีในการถนอมอาหาร * วิธีการเก็บอาหารไม่ให้เสีย สำหรับผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีตู้เย็นใช้ *
ครูผู้หนึ่งในประเทศไนจีเรียคิดวิธีเก็บอาหารไม่ให้ เสีย สำหรับผู้คนในประเทศกำลังพัฒนาที่ไม่มีตู้เย็นใช้ และแนวคิดดังกล่าว ได้รับรางวัลความคิดริเริ่มยอดเยี่ยม จากบริษัทนาฬิกาโรเล็กซ์ เมื่อ ปี 2543 ด้วยอุณหภูมิที่ร้อนโดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศกำลังพัฒนานั้น สร้างปัญหาให้ กับการเก็บอาหารไม่ให้เน่าเสีย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าผู้คนไม่มีตู้เย็น ใช้ หรือว่ามี แต่ค่าไฟราคาแพงเมื่อปี 2538 ครูคนหนึ่งชื่อโมฮัมหมัด บาอับบา ในประเทศไนจีเรีย พบวิธี แก้ปัญหานี้ โดยเค้าเรียกว่า วิธีแก้ปัญหาความร้อนแบบใส่ไหอยู่ใน ไห หรือ Pot in Pot Cooling Systemวิธีดังกล่าวประกอบด้วยไห หรือภาชนะเก็บอาหารรูปทรงกลมซึ่งเป็นดิน เหนียวสองใบ ใหญ่หนึ่ง เล็กหนึ่ง และนำไหใบเล็กใส่ไว้ในไหใบใหญ่ เสร็จแล้ว นำทรายเปียกเทใส่ ระหว่างช่องว่างของไหสองใบนี้ และคลุมด้วยผ้าที่เปียกชื้น อีกทีหนึ่งวิธีนี้ช่วยให้เก็บอาหารที่อยู่ในไหใบเล็กด้วยกระบวนการของการระเหย โดย ความชื้นของทรายเปียกที่อยู่ระหว่างไหสองใบ จะช่วยถ่ายเทความร้อนออกไปด้วย การระเหยผ่านทางผิวนอกของไหใบใหญ่วิธีดังกล่าวสามารถช่วยให้อุณหภูมิภาชนะ หรือไหใบข้างในที่ใช้เก็บอาหาร นั้นลดลงได้หลายองศา และอาหารที่เก็บด้วยวิธีนี้ก็จะคงสภาพอยู่ได้ โดยไม่ เสียหลายสัปดาห์ทีเดียวหลังจากที่ผู้คนในประเทศไนจีเรียและประเทศอื่นๆ ของทวีปแอฟริกาเริ่มใช้ วิธีนี้เพื่อเก็บอาหาร เพราะว่ามีราคาถูกนั้น คุณครูโมฮัมหมัด บาอับบา ได้ ใช้เงินทุนส่วนตัวของเขาลงทุนสร้างระบบไหเก็บอาหารนี้ 5,000 ใบ เพื่อใช้ใน ชุมชนของตนและเมื่อปี 2543 บริษัทนาฬิกาโรเล็กซ์ของสวิสเซอร์แลนด์ ได้มอบนาฬิกา โรเล็กซ์สำหรับผู้ประกอบการ แก่คุณครูโมฮัมหมัด บาอับบา ในฐานะที่เขาช่วย พัฒนาโครงการที่ส่งเสริมความรู้ และความเป็นอยู่ที่ดีของมนุษย์.
แหล่งที่มา Posted Sun, 01/03/2009 - 14:11 by Admin www.ptwit.ac.th/eet_eng/index.php?q=node/126
Kanlaya umemura
ตอบลบความรู้เกี่ยวกับมด
วิธีการสื่อสารของมด
เนื่องจากมดเป็นสัตว์สังคมที่อยู่ร่วมกันโดยแบ่งหน้าที่กันรับผิดชอบอย่างเป็นระบบบางชนิดมีรังมหึมา ซึ่งมีมดอยู่ร่วมกันถึง 22 ล้านตัว อยู่กันอย่างเป็นระเบียบไม่มีการทะเลาะเบาะแว้งหรือเกี่ยงงานกัน จึงเป็นสิ่งมหัศจรรย์อย่างมาก ว่ามดจัดระบบประชากรให้อยู่ร่วมกันอย่างสันติได้อย่างไร นักวิทยาศาสตร์จึงสนใจที่จะศึกษาการดำรงชีวิตของมด เช่น มดสื่อสารกันได้อย่างไร จากการศึกษาพบว่ามดสื่อสารกันโดยใช้อวัยวะที่เรียกว่าหนวดสัมผัสกันและใช้สารเคมีที่ปล่อยออกมา นักวิทยาศาสตร์บางท่านยังเชื่อว่ามดบางชนิดสามารถใช้เสียงสื่อสารกันได้ด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามดบางชนิดเมื่อไปพบแหล่งอาหารก็จะปล่อยสารเคมีชนิดหนึ่งออกมาจากต่อมภายนอก (Exocrine gland) ที่เรียกว่าต่อมดูเฟอร์ (Dufoue's gland) สารเคมีชนิดนี้เรียกว่าฟีโรโมน มดจะปล่อยฟีโรโมนขณะเดินไปพบอาหาร และยังพบอีกว่า ฟีโรโมนนี้จะระเหยได้ทำให้ปริมาณของฟีโรโมนจะจางลงไปเรื่อยๆ ฟีโรโมนของมดบางชนิดจะจางหายไปในเวลาไม่เกิด 100 วินาทีซึ่งการระเหยของสารเคมีนี้มีประโยชน์ต่อการสื่อสารของมด กล่าวคือถ้าแหล่งอาหารเก่าหมด เจอแหล่งอาหารใหม่ มดจะสามารถติดตามกลิ่นใหม่ไปยังแหล่งอาหารได้ถูกต้อง ไม่สับสนกับกลิ่นเดิม นอกจากนี้ยังพบว่ามดชอบเดินตามรอยฟีโรโมนที่มีกลิ่นแรงมากกว่ากลิ่นที่จาง Beckers, Deneuberg และคณะ พบว่ามดสามารถหาเส้นทางที่สั้นที่สุดจากรังไปสู่แหล่งอาหารได้ ถึงแม้จะมีสิ่งอื่นมารบกวนระหว่างเส้นทางที่เดินทางก็ตาม ดังตัวอย่างการทดลองนำอาหารไปไว้ใกล้รังมด เขาพบว่ามดจะเดินตามกันไปและกลับตามเส้นตรงที่ลากไว้ระหว่างรังกับอาหาร การเดินตามกันไปนี้มดจะเดินตามกลิ่นของฟีโรโมนที่มดตัวหน้าปล่อยไว้ เพราะฉะนั้นปริมาณฟีโรโมนตามเส้นทางจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นตามจำนวนมดที่เดินไป ถึงแม้จะมีบางส่วนระเหยไปบ้างก็ตาม และพบว่ามดจะเดินไปตามเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเข้มข้นกว่าเส้นทางที่มีปริมาณฟีโรโมนเจือจาง จากความรู้ดังกล่านี้ Beckers ใช้เป็นพื้นฐานในการศึกษาต่อไปว่า มดสามารถค้นหาเส้นทางที่ไปยังแหล่งอาหารที่มีระยะทางสั้นที่สุดได้อย่างไร เขาทำการทดลองโดยนำสิ่งกีดขวางไปกั้นบนเส้นทางเดินของมดระหว่างรังมดกับอาหาร เมื่อมีสิ่งกีดขวางกั้นทางเดินของมด มดก็จะพยายามเดินไปข้างหน้าตามกลิ่นของฟีโรโมน แต่ก็ไปไม่ได้ มีทางเลือก 2 ทางที่ทำได้ คือจะเดินอ้อมไปทางซ้ายหรือทางขวา ซึ่งเขาคาดว่ามดจำนวนครึ่งหนึ่งควรจะเดินอ้อมไปทางซ้าย และอีกครึ่งหนึ่งอ้อมไปทางขวางและทั้ง 2 กลุ่ม จะมาพบกันตามเส้นทางเดิมที่มีกลิ่นฟีโรโมน แต่จากข้อเท็จจริงที่ว่าเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่าจะได้รับกลิ่นของฟีโรโมนที่ตกค้างอยู่ตามทางเดินเดิมได้แรงกว่าเส้นทางที่ยาวกว่า มดส่วนใหญ่จึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางไปในเส้นทางที่มีระยะสั้นกว่า และมดส่วนใหญ่ที่เดินทางนี้จะปล่อยฟีโรโมนออกมาสะสมในเส้นทางนี้มากขึ้น และจากข้อเท็จจริงที่ว่ามดชอบเดินตามกลิ่นฟีโรโมนที่แรงมากกว่าที่มีกลิ่นฟีโรโมนจางกว่า มดทุกตัวจึงเลือกเดินอ้อมสิ่งกีดขวางที่มีระยะทางสั้นกว่า จึงกล่าวได้ว่าการค้นหาเส้นทางที่มีระยะทางที่สั้นที่สุดจากรังไปยังอาหารของมดสัมพันธ์กับรูปร่างของสิ่งกีดขวางและพฤติกรรมการแยกย้ายไปหาอาหารของมด
แหล่งที่มา www.skn.ac.th/skl/project1/ant48/po7.htm
HP LaserJet P2035 เพิ่มมูลค่าให้ออฟฟิศ
ตอบลบด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำ 30 แผ่นต่อนาที เริ่มพิมพ์แผ่นแรกใน 8 วินาที พร้อมเสริมประสิทธิภาพการใช้ด้วยเทคโนโลยี HP Instant-on ประหยัดพลังงาน ใช้สะดวกสบาย...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ฮิวเลตต์-แพคการ์ด หรือ เอชพี ได้ประกาศแนะนำเครื่องพิมพ์ HP LaserJet P2035 เครื่องพิมพ์เลเซอร์ประสิทธิภาพสูง สำหรับงานพิมพ์เอกสารที่รวดเร็วในราคาต้นทุน ด้วยความเร็วในการพิมพ์ขาวดำถึง 30 แผ่นต่อนาที (สำหรับขนาด A4) และความเร็วในการพิมพ์แผ่นแรกในเพียง 8 วินาที (Ready Mode) ขณะเดียวกัน ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและประหยัดพลังงานในคราวเดียวกัน ด้วยเทคโนโลยี HP Instant-on และฟังก์ชันใช้งานอย่างสะดวกสบายเหมาะสำหรับสำนักงาน ผู้สนใจสามารถสอบถามราคาและรายละเอียดผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมได้ที่ HP Contact Center โทร 0-2353-9000 ต่อ 1
ข่าวจากไทยรัฐ
วันที่ : 12 มิถุนายน 2552 เวลา 17:23 น.
เครือข่าย HSPA+ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงบนมือถือ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด ร่วมกับ บริษัท สตาร์ฮับ เปิดให้บริการเครือข่าย HSPA+ ในประเทศสิงคโปร์ โดยสตาร์ฮับถือเป็นผู้ให้บริการรายแรกในเอเชียแปซิฟิก ที่ให้บริการเครือข่ายอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ ด้วยความเร็วถึง 21 เมกะบิตต่อวินาที เพื่อให้ผู้ใช้บริการของสตาร์ฮับสามารถใช้งานแอพพลิเคชันความเร็วสูง นอกจากนี้ สตาร์ฮับยังเลือกให้หัวเว่ยเป็นผู้ขยายและอัพเกรดเครือข่ายอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3.5G เป็น HSPA+ ถือเป็นกลยุทธ์ในการมอบประสบการณ์อินเทอร์เน็ตความเร็วสูงผ่านโทรศัพท์เคลื่อนที่ของสตาร์ฮับ
นายชาน กิง ฮุง ประธานฝ่ายเพอร์ซัลนัลโซลูชันและแอดวานซ์มัลติมีเดียเซอร์วิซ บริษัท สตาร์ฮับ กล่าวว่า การเปิดให้บริการ HSPA+ ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของวงการอุตสาหกรรมอินเทอร์เน็ตบนโทรศัพท์มือถือ เนื่องจาก บริการดังกล่าวสามารถให้ความเร็วสูงสุดได้ถึง 21 เมกะบิต ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถรับชมวิดีโอสตรีมมิ่งที่มีความละเอียดสูง และใช้บริการอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง รวมถึง แอพพลิเคชันอื่นๆ ที่ต้องการแบนด์วิธประสิทธิภาพสูง
นายหวัน เปียว ประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ไร้สาย บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ เป็นผู้รับผิดชอบติดตั้งเครือข่ายในการเปิดใช้บริการเครือข่าย HSPA+ โดยเพิ่มความเร็วในการให้บริการจาก 14.4 เมกะบิตต่อวินาที เป็น 21 เมกกะบิตต่อวินาที ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเทคโนโลยีและประสบการณ์ในการติดตั้งเครือข่ายทั่วโลก เพื่อมอบความสำเร็จและประสบการณ์ที่ดีแก่ผู้ให้บริการและผู้ใช้บริการ
ข่าวจากทยรัฐ
วันที่ : 9 มิถุนายน 2552 เวลา 16:08 น.
นาวสาวปิยรัตน์ ต่อสกุล
ส่ง news card 11 - 12 ครับ
ตอบลบนายบัญชา มณีจันทร์
News Card 11 ภาพยั่วยุทางเน็ตเสี่ยงต่อเด็กหญิง
งานวิจัยชิ้นล่าสุด โดย เจนนี่ จี นอลล์ และคณะแห่งโรงพยาบาลศูนย์เด็กชินชินเนติ แห่งรัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา ได้ศึกษาถึงเด็กหญิงที่เคยถูกเป็นเหยื่อ 104 คน และไม่เคยถูกเป็นเหยื่อ 69 คน อายุระหว่าง 14 ถึง 17 ปี ซึ่งถูกคัดเลือกมาจากหน่วยงานป้องกันเด็กและสตรี 54% เป็นอเมริกันผิวขาว 46% เป็นชนกลุ่มน้อยอเมริกัน ซึ่ง 82% ผิวดำ นอกนั้นเชื้อชาติอื่น ๆ 18% ผู้วิจัยได้ระบุว่า อาชญากรรมทางเพศเริ่มต้นจาก อินเทอร์เน็ตจำนวนมาก ซึ่งมาจากบริการเครือข่ายสังคมเป็นมายสเปส เฟสบุ๊ก ไฮไฟว์ และมักจะเป็นการสร้างอวตาร (Avatar) หรือชีวิตที่สองซึ่งสามารถที่จะเลือกรูปร่างหน้าตาได้ตามที่ใจชอบ ผู้วิจัยได้ระบุว่า เด็กหญิง 40% รายงานว่ามีประสบการณ์ทางเพศออนไลน์มาก่อน และ 26% พบกับบุคคลภายนอกจริงหลังจากการรู้จักทางอินเทอร์เน็ต และเด็กที่เคยถูกกระทำชำเรามาก่อนมักจะมีประสบการณ์ทั้งสองอย่าง ผลการศึกษาชี้ว่า การถูกกระทำชำเรานั้นเกี่ยวข้องโดยตรงกับการมีเพศสัมพันธ์ทางอินเทอร์เน็ตมา ก่อน ซึ่งชี้ให้เห็น ว่าเด็กหญิงที่มักจะชอบแสดงออกด้านรูปร่างหน้าตาที่ยั่วยวน รวมทั้งเสื้อผ้ามักจะมีความสัมพันธ์ทางเพศแบบออนไลน์มาก่อน แม้ว่าบางทีเด็กอาจจะไม่รู้ตัวหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ผู้วิจัยยังได้เตือนว่า คุณพ่อคุณแม่เด็กหญิงจะต้อง เฝ้าระมัดระวังเป็นอย่างมากเมื่อเด็กเล่นอยู่บนจออินเทอร์เน็ต และคอยสอดส่องดูว่าเด็กมักจะแต่งรูปร่างหน้าตาอวตาร หรือ ชีวิตที่สองในเน็ตโป๊หรือมีลักษณะยั่วยวนหรือไม่
รศ.ดร.บุญมาก ศิริเนาวกุล Boonmark@rsu.ac.th
แหล่งที่มา : http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_columns/default.aspx?CategoryID=99&NewsType=2
นายบัญชา มณีจันทร์ 15 มิถุนายน 2552
News Card 12 กทช.เร่งออกเกณฑ์ป้องกันผูกขาดโทรคมนาคม
นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กทช. กล่าวว่า หลังจากการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เรื่อง มาตรการกำกับพฤติกรรมที่มีลักษณะต่อต้านการแข่งขันในตลาดโทรคมนาคม พ.ศ…. คาดว่าภายใน 2 สัปดาห์ หรือประมาณปลายเดือน มิ.ย.2552 จะสามารถเสนอให้คณะกรรมการ กทช.พิจารณาเพื่อปรับปรุง และแก้ไขร่างดังกล่าวก่อนประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา หลังจากประกาศใช้แล้ว ตามกฎหมายได้ระบุให้สำนักงานเลขา กทช. ศึกษา และประกาศว่าผู้ประกอบการมีอำนาจเหนือตลาดหรือไม่อย่างไร ภายในระยะเวลา 180 วัน เพื่อเสนอมาตรการเฉพาะกำกับดูแล และเสนอต่อคณะกรรมการ กทช.พิจารณาเป็นประจำทุก 2 ปี หรือตามระยะเวลาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และความต้องการของตลาด รวมถึงสภาพการแข่งขัน
นายสุรนันท์ กล่าวอีกว่า การพิจารณาผู้รับใบอนุญาต ต้องดูว่ารายใดมีอำนาจเหนือตลาดกีดกันการแข่งขันในตลาด โดยการไล่คู่แข่งให้ออกจากตลาด หรือกีดกันผู้ประกอบการรายใหม่ในการเข้าสู่ตลาด โดยใช้หลักเกณฑ์พิจารณา คือ โครงสร้างตลาด โดยตามร่างประกาศฯ ข้อ 8 ผู้ประกอบการในตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง มีส่วนแบ่งตลาดเกิน 40% ถือว่าเป็นผู้มีอำนาจเหนือตลาด หรือผู้ประกอบการในตลาดที่มีการกระจุกตัวสูง มีส่วนแบ่งตลาดระหว่าง 25-40% มีปัจจัยอื่นมาสนับสนุนตามความเหมาะสม
ที่มา ไทยรัฐ 13 มิถุนายน 2552
แหล่งที่มา : www.digitalthai.net/
นายบัญชา มณีจันทร์ 15 มิถุนายน 2552
ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการเลี้ยมดแดงไข่
ตอบลบนายบัญชา มณีจัีนทร์
ประโยชน์ของมดแดง
1. ใช้เป็นอาหารได้จากไข่และตัวมดแดง โดยทั่วไป มดแดงมีกรดมดให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาว หรือน้ำสมสายชู
2. ใช้เป็นยาสูดดมแก้เป็นลม แก้หวัด หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะ ใช้ลบรอยไฝ โดยใช้ตัวมดแดงกัดตรงไฝให้มดแดงเยี่ยวใส่ ไฝจะบวมและเปื่อยละลายหลุดไปด้วยฤทธิ์ของกรดมดแดง
3. ใช้กำจัดศัตรูพืชสำหรับพืชยืนต้นต่าง ๆ หรือสวนไม้ผล ถ้าหากมีมดแดงอาศัยอยู่มากจะไม่มีพวกเพลี้ย หนอนและแมลงอื่น ๆ รบกวน ทำให้ไม้ผลที่ปลูกติดลูกดก
อิสราเอลพัฒนาหุ่นยนต์งูสายลับ
ตอบลบอิสราเอล 12 มิ.ย. - สำนักข่าวสกาย นิวส์ รายงานว่านักวิทยาศาสตร์ของกองทัพอิสราเอลได้ออกแบบงูหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถส่งเป็นสายลับสอดแนมข้าศึก และวางระเบิดได้
งูหุ่นยนต์ดังกล่าวใช้เครื่องบังคับจากระยะไกล สามารถบังคับให้ตั้งตัวตรงตั้งฉากกับพื้นเพื่อมองข้ามสิ่งกีดขวาง อีกทั้งเลื้อยเข้าไปตามรอยแยกของอาคารเพื่อเก็บข้อมูลกำลังรบของฝ่ายศัตรู นักวิจัยศึกษาลักษณะการเคลื่อนไหวของงูจริง เพื่อนำมาสร้างหุ่นยนต์ที่สามารถเลียนแบบการเคลื่อนไหวได้อย่างถูกต้อง ทหารที่นำหุ่นยนต์งูตัวนี้เข้าสู่สนามรบสามารถบังคับจากคอมพิวเตอร์กระเป๋าหิ้ว และติดตามความเคลื่อนไหวผ่านกล้องวิดีโอที่ติดไว้ในงูหุ่นยนต์
ลักษณะงูหุ่นยนต์มีลำตัวยาว 6 ฟุต ซึ่งใช้สีพรางกายเข้ากับสภาพภูมิประเทศ กองทัพอิสราเอลมีแผนจะให้หน่วยทหารใช้งานงูหุ่นยนต์ ซึ่งสามารถนำมาใช้ค้นหาผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตึกถล่มได้ อย่างไรก็ดี งูหุ่นยนต์ยังอยู่ในช่วงของการทดลองและกำลังประเมินมูลค่าต้นทุนการผลิต.
ที่มา : www.mcot.net – สำนักข่าวไทย
วช.เปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์
กรุงเทพฯ 12 มิ.ย.- สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติเปิดตัวต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ ที่สามารถนำเซลล์เชื้อเพลิงไปใช้กับรถยนต์ขับเคลื่อนเป็นรถไฟฟ้าได้เป็นพลังงานสะอาดปราศจากมลพิษ รถลากที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิง PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ 20 ที่นั่งนี้ เป็นรถต้นแบบที่ใช้พลังงานเชื้อเพลิงจากแก๊สไฮโดรเจน เมื่อเติมไฮโดรเจนเข้าไปในถังเซลล์เชื้อเพลิง PEMFC และออกซิเจนจากอากาศ จะทำปฏิกิริยา พลังงานที่ได้จะกลายเป็นน้ำ ประกอบกับใช้กับมอเตอร์ขนาด 960 วัตต์ เกิดเป็นพลังงานไฟฟ้า รถสามารถขับเคลื่อนความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้เป็นพลังงานสะอาดไม่มีมลพิษและไม่ต้องใช้น้ำมันเชื้อเพลิงปิโตรเลียมเป็นผลงานที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ หรือ วช. ได้ให้ทุนสนับสนุนการวิจัยแก่ พล.อ.ท.มรกต ชาญสำรวจ และคณะ ศึกษาเรื่อง โครงสร้างต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 11 กิโลวัตต์ จำนวน 6 ชุด เพื่อนำไปใช้ประกอบกับรถเมล์ หรือรถยนต์ ซึ่ง ศ.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า ต้นแบบพลังงานเซลล์เชื้อเพลิงขนาด 11 กิโลวัตต์ดังกล่าว ได้พัฒนาต่อยอดจากผลงานวิจัยจากต้นแบบพลังงงานเซลล์เชื้อเพลิง ชนิด PEMFC ขนาด 8-10 กิโลวัตต์ ตามที่คณะกรรมาธิการวิทยาศาสตร์ วุฒิสภา ได้ตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อหาแนวทางการสร้างรถ ที่ใช้เซลล์เชื้อเพลิงเพื่อเป็นรถพลังงานไฟฟ้าแห่งชาติ เพื่อให้ผู้ประกอบการรถยนต์นำไปใช้เป็นต้นแบบในการผลิตเชิงพาณิชย์ต่อไป อย่างไรก็ตาม ได้ทำรายงานให้รัฐบาลทราบเรื่องนี้แล้วหากสนใจ วช. ก็ยินดีที่ให้นำผลงานวิจัยนี้นำไปใช้ต่อไป
ที่มา : www.mcot.net - สำนักข่าวไทย
ข่าวที่ 11
ตอบลบภาพข่าว: I-Note ปากกาอัจฉริยะ บันทึกข้อมูลไร้สาย
Friday, 31 October 2008 10:18 -- เทคโนโลยีสารสนเทศ
กรุงเทพฯ--31 ต.ค.--นิวส์ เพอร์เฟค คอมมิวนิเคชั่น
บริษัท นาโมบิซ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ แนะนำ I-Note ( Mobile note taker ) เทคโนโลยีปากกาที่สามารถแปลงลายมือเป็นข้อมูลดิจิตอลได้ทันที ผ่านระบบปฏิบัติการ Windows XP และ Windows Vista รองรับการเขียนได้มากกว่า 10 ภาษา ใช้ได้กับกระดาษขนาดเอ 4 ทั่วไป ใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์ ดีไซน์สวยหรู เล็กกะทัดรัด พกพาสะดวก เหมาะสำหรับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา อาจารย์ และนักธุรกิจทั่วไป เพื่อการจดบันทึก หรือการนำเสนองานโดยการเขียนลงบนกระดาษส่งผ่านคอมพิวเตอร์และนำเสนอไปยังโปรเจคเตอร์ ได้ทันที
ที่มา http://www.newswit.com/news/2008-10-31/b26d57b1f5ebb06f9067bb5986033e32/
ข่าวที่ 12
AITALK สั่ง"ไอพอดนาโน"ด้วยเสียง
สำหรับใครที่เป็นเจ้าของ iPod Nano แล้วอยากใช้งานฟังก์ชันควบคุมคำสั่งด้วยเสียง (voice controll) อย่างที่มีอยู่ใน iPod Shuffle 3G(เล็กสุด พูดได้) และ iPhone 3GS วันนี้ทีมงานสายข่าว Gadget มีคำตอบที่น่าสนใจมาฝากทุกท่านครับ
AITALK ของ Aibelive เป็นอุปกรณ์เสิรมที่มีปุ่มควบคุมการทำงานเพียงปุ่มเดียว โดยเมื่อต่อคอนเน็คเตอร์เข้ากับด้านล่างของ iPod ผู้ใช้จะสามารถสั่งเล่น และค้นหาอัลบั้ม หรือเพลงที่ต้องการเล่นได้ด้วยเสียงของคุณเอง
ทางบริษัท Aibelive อ้างว่า เทคโนโลยีทีใช้มีความถูกต้องในการตีความจากเสียงถึง 90% (แปลว่า มันอาจเลือกเล่นเพลงที่ไม่ถูกต้อง 10%) ระบบรู้จำเสียง (voice recognition) จะสามารถเข้าใจภาษาที่แตกต่างกันได้ถึง 17 ภาษา (จีน, อังกฤษ, ฝรั่งเศษ ฯลฯ) โดยผู้ใช้ไม่ต้องเสียเวลาฝึกให้ระบบต้องเรียนรู้ก่อนแต่อย่างใด พูดง่ายๆ ก็คือ พร้อมใช้งานได้ทันที เพียงแค่กดปุ่มรับคำสั่งบนคลิปหนีบที่มาด้วยกันกับชุดควบคุม แล้วออกคำสั่งด้วยเสียงของผู้ใช้ ระบบจะทวนคำสั่งซ้ำก่อนทำงาน ซึ่งรวมถึงการอ่านชื่อเพลง และอัลบั้มให้ฟัง
AITALK ได้ถูกนำแสดงในงาน COMPUTEX 2009 ที่ไต้หวัน สำหรับการกำหนดการวางตลาดยังไม่มีการเปิดเผยออกมา แต่จะวางที่แรกในอเมริกาเหนือ โดยสนนราคาอยู่ที่ประมาณ 85 เหรียญฯ (ประมาณ 3,000 บาท
ที่มา http://www.arip.co.th/news.php?id=409236
วันที่ 27 พฤษภาคม 2552
ความรู้เพิ่มเติม การเลี้ยงมดแดงไข่
การผสมพันธุ์ มดแดงชอบผสมพันธุ์วันที่อากาศปลอดโปร่ง มดเพศผู้กับแม่เป้งจะบินออกจากรัง แล้วจับคู่ผสมพันธุ์หลังปล่อยน้ำเชื้อแล้วทั้งคู่จะตกลงมาบนพื้นดิน มดเพสผู้จะตายแม่เป้งกลับไปรังแล้งวางไข่ว่าที่ พ.ต.ณรงค์ชัย ค่ายใสกล่าวถึงการเลี้ยงไข่มดแดงว่าสามารถทำได้ 2 วิธีคือ การเลี้ยงแบบธรรมชาติ โดยการอาศัยภูมิปัญญาท้องถิ่น บริเวณที่มีมดแดงอยู่แล้ว ตามต้นไม้ที่มีใบกว้าง มีแหล่งน้ำธรรมชาติ มดแดงต้องการสร้างกรดน้ำส้ม เพิ่มอาหาร ให้น้ำ มดแดงสามารถขยายอาณาจักรได้รวดเร็ว ไม่ไปหาอาหารไกล ใช้เชือกโยงระหว่างต้นไม้ประหยัดเวลาการเดินทางขึ้นลงต้นไม้ เสริมอาหารเศษอาหาร หัวปลา หอยเชอร์รี่ ตัวหนอน มดแดงสร้างรังจำนวมากนั่นคือผลผลิตจากการเลี้ยงมดแดงด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้านการลียงมดแดงที่ปริมาณมดแดงมีน้อยทำการตัดแต่งกิ่งต้นไม้ให้ทรงพุ่มโปร่ง กำจัดมดอื่นประมาณ 1 เดือน โดยใช้เหยื่อพาล่อสูตร น้ำตาลทรายครึ่งกิโลกรัม บอแรกซ์ 2 ช้อนโต๊ะ กรดซิตริก1 ช้อนชา ผสมน้ำ 1 กระป๋องนม คลุกเคล้าให้เข้ากัน ไปวางตามโคนต้นไม้ภายในสวน หรือใช้สูตรปลากระป๋อง ออกมาขยี้ผสมกับบอแรกซ์ 1 ซ้อนชา นำไปวางล่อมดที่โคนต้นไม้ทำลายมดชนิดอื่นก่อนปล่อยมดแดง เพราะมดต่างกลุ่มจะกัดกันต่อสู้กันจนตายไปข้างหนึ่ง การขยายรังมดแดงเป็นวิธีที่ง่ายคือนำเชือกมาทำสะพานไปยังต้นไม้ข้างเคียง ให้อาหาร ให้น้ำ
ที่มา http://gotoknow.org/blog/singkhon/143346
วันที่ 22 กันยายน 2551
ส่งหุ่นยนต์ทะยานเดินทางในอวกาศปลูกกระท่อมบนดวงจันทร์
ตอบลบทีมนักวิจัยมหาวิทยาลัยมลาาราดาเลน แห่งสวีเดน กำลังจัดเตรียมหุ่นยนต์ชื่อ “รูนีย์” โดยร่วมกับจิตรกร ให้พร้อมที่จะส่งกระท่อมสีแดงหลังเล็ก ขึ้นไปตั้งบนดวงจันทร์ เพื่อให้เป็นอนุสาวรีย์ที่แสดงความสำเร็จของมนุษยชาติ ในปี พ.ศ. 2555 นี้
นักวิจัยและนายไมเคิล เกนเบร์ก จิตรกร ได้ร่วมงานกันตามโครงการ “บ้านบนดวงจันทร์” ตัวกระท่อมเป็นผลงานของจิตรกร เป็นสีแดงทั้งหลัง ริมขอบสีขาว
ศาสตราจารย์ลาร์ อัสปันด์ หัวหน้าทีมกล่าวแจ้งว่า “เราต้องการสอนนักศึกษาให้รู้จักคิดทำสิ่งใหม่ๆร่วมกัน ด้วยเทคโนโลยีล่าสุด นักศึกษาจะต้องช่วยกันอยู่ตลอดตั้งแต่ออกความคิดในการสร้างและวางโปรแกรม เพื่อให้สำเร็จเป็นหุ่นยนต์เป็นตัวเป็นตนขึ้นให้ได้”
จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552 หน้า 7
คิดกลิ่นประกอบเกมคอมพิวเตอร์ มีกลิ่นควันดินปืน
คอเกมคอมพิวเตอร์ อาจจะได้รสชาติเหมือนจริงเหมือนจังขึ้น ในการเล่นเกมสงคราม โดยจะใช้กลิ่นควันดินปืนเหมือนอยู่ในสนามรบด้วย แม้จะนุ่งชุดนอนเล่นอยู่ในห้องนอนของตัวเองก็ตาม
เวบ “ไทมส์ ออนไลน์ ” ได้เปิดเผยว่า นักคอมพิวเตอร์ศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยเบอร์มิงแอม แห่งอังกฤษ ได้ช่วยพัฒนาเทคโนโลยีสร้างกลิ่นประกอบ สำหรับเกมคอมพิวเตอร์ เพื่อช่วยให้ผู้เล่นเกิดความรู้สึกเป็นจริงเป็นจังขึ้นในการเล่นเกมรบทัพจับศึก หรือเกมแข่งรถ ทางกระทรวงกลาโหม ได้เห็นประโยชน์ของเทคโนโลยีนี้ก่อนเพื่อน เมื่อเล็งเห็นว่า อาจนำเกมคอมพิวเตอร์ไปใช้เป็นประโยชน์ในการฝึกซ้อมของทหารได้
บริษัทไบโอแพคของสหรัฐ ซึ่งเป็นบริษัทผลิตอุปกรณ์การศึกษาได้ประดิษฐ์อุปกรณ์ของเทคโนโลยีนี้ ใช้ประกอบกับเครื่องเล่นเกมขึ้น เริ่มออกจำหน่ายในอเมริกาแล้ว มันสามารถปล่อยกลิ่นต่างๆออกจากเครื่องเล่นเกม เป็นกลิ่นต่างๆ ตั้งแต่กลิ่นควันดินปืนไปจนถึงกลิ่นของขนมปัง
จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552 หน้า 7
วิธีการเลี้ยงมดแดง ค้นคว้าโดย นางโศภนิศ นาดี รหัสประจำตัว 5221009
ตอบลบ1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร
3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้
5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
อาหารของมดแดง
มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร
จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง
ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น
ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง
มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย
มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น
การบ้านครั้งที่ 6 ข่าวที่ 11 และ 12
ตอบลบบทบาทความสำคัญของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ความก้าวหน้าทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ทำให้มีการพัฒนาคิดค้นสิ่งอำนวยความสะดวกสบายต่อการดำชีวิตเป็นอันมาก เทคโนโลยีได้เข้ามาเสริมปัจจัยพื้นฐานการดำรงชีวิตได้เป็นอย่างดี เทคโนโลยีทำให้การสร้างที่พักอาศัยมีคุณภาพมาตรฐาน สามารถผลิตสินค้าและให้บริการต่าง ๆ เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์มากขึ้น
ทำให้ระบบการผลิตสามารถผลิตสินค้าได้เป็นจำนวนมากมีราคาถูกลง สินค้าได้คุณภาพ ทำให้มีการติดต่อสื่อสารกันได้สะดวก การเดินทางเชื่อมโยงถึงกันทำให้ประชากรในโลกติดต่อรับฟังข่าวสารกันได้ตลอดเวลา พัฒนาการของเทคโนโลยีทำให้ชีวิตความเป็นอยู่เปลี่ยนไปมาก ลองย้อนไปในอดีตโลกมีกำเนิดมาประมาณ 4600 ล้านปี เชื่อกันว่า ยุคไดโนเสาร์เมื่อห้าแสนปีที่แล้วมนุษย์สามารถส่งสัญญาณท่าทางสื่อสารระหว่างกันและพัฒนามาเป็นภาษา มนุษย์สามารถสร้างตัวหนังสือ และจารึกไว้ตามผนึกถ้ำ เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่ามนุษย์ต้องใช้เวลานานพอสมควรในการพัฒนาตัวหนังสือที่ใช้แทนภาษาพูด และจากหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 5000 ปีที่แล้ว กล่าวได้ว่าหลักฐานทางประวัติศาสตร์พบว่า มนุษย์สามารถจัดพิมพ์หนังสือได้เมื่อประมาณ 500 ถึง 800 ปีที่แล้ว เทคโนโลยีเริ่มเข้ามาช่วยในการพิมพ์ ทำให้การสื่อสารด้วยข้อความและภาษาเพิ่มขึ้นมาก เทคโนโลยีพัฒนามาจนถึงการสื่อสารกัน โดยส่งข้อความเป็นเสียงทางสายโทรศัพท์ได้ประมาณร้อยกว่าปีที่แล้ว และเมื่อประมาณห้าสิบปีที่แล้ว ก็มีการส่งภาพโทรทัศน์และคอมพิวเตอร์ทำให้มีการใช้สารสนเทศในรูปแบบข่าวสารมากขึ้น ในปัจจุบันมีสถานีวิทยุ โทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ แ ละสื่อต่าง ๆ ที่ใช้ในการกระจ่ายข่าวสาร มีการแพร่ภาพทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเพื่อรายงานเหตุการณ์สด เห็นได้ชัดว่าเทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมาก บทบาทของการพัฒนาเทคโนโลยีรวดเร็วขึ้นเมื่อมีการพัฒนาอุปกรณ์ทางด้านคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ จะเห็นได้ว่าในช่วงสี่ห้าปีที่ผ่านมาจะมีผลิตภัณฑ์ใหม่ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์เข้าไปเกี่ยวข้องให้เห็นด้วย
http://web.ku.ac.th/schoolnet/snet1/network/it/index.html
วว. พัฒนาผลิตภัณฑ์“ไพลจีนิค” แผ่นผ้าอนามัยสำหรับจุดซ่อนเร้นสตรีจากสมุนไพรไทย
สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เจาะกลุ่มตลาดน้ำยาอนามัยสตรีมูลค่ากว่า 400 ล้านบาท พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ “ไพลจีนิค” แผ่นผ้าอนามัยเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้น ระบุมีผลยับยั้ง ฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสตรี เชื้อก่อโรคในช่องคลอด เชื้อปนเปื้อนตามสุขภัณฑ์ หวังเพิ่มปริมาณการใช้ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรไทย ลดการนำเข้าเคมีภัณฑ์จากต่างประเทศ
นางสาวพิศมัย เจนวนิชปัญจกุล รองผู้ว่าการกลุ่มวิจัยและพัฒนา ด้านพัฒนาอย่างยั่งยืน วว. กล่าวชี้แจงว่า จากการที่ฝ่ายเภสัชและผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ วว. ดำเนิน “โครงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำยาอนามัยสตรีสำหรับสมุนไพรไพล” ได้ประสบผลสำเร็จในการวิจัยและพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่มีชื่อว่า “ไพลจีนิค” (PLYGENIC) ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แผ่นผ้าอนามัยเช็ดทำความสะอาดจุดซ่อนเร้นภายนอกสำหรับสตรี มีผลในการยับยั้งและฆ่าเชื้อแบคทีเรียก่อโรคสตรี เช่น เชื้อก่อโรคในช่องคลอด เป็นต้น และยังสามารถกำจัดเชื้อที่ปนเปื้อนตามพื้นผิวสุขภัณฑ์ ซึ่งมีลักษณะเด่นของผลิตภัณฑ์คือมีน้ำมันไพลเป็นองค์ประกอบหลัก และมีความเป็นกรดอ่อนใกล้เคียงกับสภาวะภายในปรกติของช่องคลอด
http://www.tistr.or.th/tistr2006/newsboard/shownews.php?Category=newsboard&No=139
ภูมิปัญญาชาวบ้าน / สมุนไพรใกล้ตัว
ตอบลบมะระขี้นก
มะระขี้นก เป็นพืชชนิดหนึ่งมีชื่อท้องถิ่นว่า ผักเหย ผักไห มะร้อยรู มะห่อย มะไห่ จัดเป็นไม้เถามีมือเกาะใบเดี่ยวรูปฝ่ามือ ดอกเดี่ยว กลีบดอกสีเหลือง ผลมีผิวขรุขระมีรสขม นิยมใช้ส่วนยอด ใบอ่อนและผลมาลวกหรือต้มเป็นผักจิ้มน้ำพริก นอกจากนี้ยอดและใบอ่อนนำมาทำเป็นแกงเลียง ต้มกะทิ ผลนำมาผ่าซีกเอาเมล็ดออกใส่ในแกงกะทิก็ได้ สำหรับส่วนที่นำมาเป็นยาได้แก่ ผล ใบ และราก
สรรพคุณทางยาและวิธีใช้
1. รักษาโรคเบาหวาน
วิธีใช้ : ผลและใบลวกจิ้มน้ำพริก หรือใช้ปรุงอาหารทานเป็นประจำ เป็นการลดน้ำตาลในเลือดทางการแพทย์ใช้รักษาโรคเบาหวานมาแต่โบราณ
2. แก้บิด
วิธีใช้ : ใช้น้ำคั้นจากผลสด 1 แก้ว ผสมน้ำกิน
3. ขับพยาธิ ขับลม บำรุงธาตุ
วิธีใช้ : ใช้ใบแห้งนำมาบดให้ละเอียดผสมกับน้ำดื่มรับประทาน หรือใช้ใบสด 120 กรัม ตำละเอียดคั้นเอาน้ำกิน หรือใช้เมล็ด 2-3 เมล็ด กิน ขับพยาธิตัวกลม
4. แก้จุกเสียด แน่นท้อง บำรุงธาตุ ขับลม
วิธีใช้ : ใช้ใบสดและผลสด ตำให้ละเอียดแล้วคั้นเอาแต่น้ำรับประทาน
5. แก้คัน หิด และโรคผิวหนัง
วิธีใช้ : ใช้ผลตากแห้งบดให้ละเอียด แล้วนำมาโรยบริเวณที่เป็นแผล
6. รักษาฝี บวม อักเสบ
วิธีใช้ : ใช้ผลสดตำให้ละเอียด นำไปพอกบริเวณที่เป็นแผล ลดอาการอักเสบและเป็นหนองได้ ใช้ใบแห้งบดเป็นผงชงเหล้ากิน
+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++
วิธีการเลี้ยงมดแดง
ตอบลบ1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร
3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้
5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
อาหารของมดแดง
มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร
จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่ มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง
ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง
คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด
วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น
ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง
มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น
ประโยชน์ของมดแดง
1. ใช้เป็นอาหารได้จากไข่และตัวมดแดงเอง โดยทั่วไปที่ตัวมดแดงมีกรดมดให้รสเปรี้ยว ใช้แทนมะนาวหรือน้ำส้มสายชู
2. ใช้เป็นยา
- สูดดมแก้เป็นลม แก้หวัด หน้ามืด ตาลาย วิงเวียนศีรษะ โดยใช้ตัวมดแดง
- ใช้ลบรอยไฝ โดยใช้ตัวมดแดงกัดตรงไฝให้มดแดงเยี่ยวใส่ ไฝจะบวมและเปื่อยละลายหลุดไปด้วยฤทธิ์ของกรดมดแดง
3. ใช้กำจัดศัตรูพืช สำหรับพืชยืนต้นต่าง ๆ หรือสวนไม้ผล ถ้าหากมีมดแดงอาศัยอยู่มากจะไม่มีพวกเพลี้ย หนอนและแมลงอื่น ๆ รบกวน ทำให้ไม้ผลที่ปลูกติดลูกดก
สำหรับโทษของมดแดง หากถูกมดแดงกัดจะเจ็บ เยี่ยวมดแดงถ้าถูกตาจะปวดแสบปวดร้อน ถ้าถูกผ้าสีสดจะซีดและเป็นรอยด่าง
สามารถสอบถามรายละเอียดการเลี้ยงมดแดงเพิ่มเติมได้ที่
ฝ่ายป้องกันและกำจัดศัตรูพืชสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี โทร. (045) 311-052 ในวันเวลาราชการ
ข่าวชิ้นที่ 6 ( วันที่ 13 มิถุนายน 2552 ) นางทิวากร สังแก้ว
ตอบลบโรคสุดฮิตกลุ่มคนที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์
โรคที่เกี่ยวข้องกับการทำงานสามารถแบ่งได้หลายรูปแบบตามอวัยวะที่มีปัญหา ได้แก่ กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นประสาทอักเสบ เอ็นอักเสบ และข้ออักเสบ ผู้ที่ทำงานกับคอมพิวเตอร์ จะมีโรคเส้นประสาทที่ข้อมืออักเสบเป็นโรคสุดฮิต ที่มีการอักเสบของเส้นประสาทบริเวณข้อมือ ที่มีชื่อเรียกว่า carpal tunnel syndrome (CTS) และ guyon cannel syndrome (GCS) โดย CTS จะมีปัญหาการอักเสบของเส้นประสาทมีเดียน ขณะที่ GCS เป็นการอักเสบของเส้นประสาทอัลนาร์ ดังมีรายละเอียดดังนี้ อาการและอาการแสดง เนื่องจากกลุ่มโรคนี้เกี่ยวข้องโดยตรงกับการอักเสบของเส้นประสาท ซึ่งเป็นเส้นประสาทที่มาเลี้ยงกล้ามเนื้อบางตัวของแขนส่วนล่างและมือ นอกจากนั้นยังนำกระแสประสาทจากตัวรับรู้สึกที่มือและแขนส่วนล่างไปยังไขสันหลังและต่อไปยังสมอง
ดังนั้น เมื่อเกิดความผิดปกติของเส้นประสาทเหล่านี้ ก็จะส่งผลต่ออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อที่เส้นประสาทนี้ไปเลี้ยง และขณะเดียวกันอาจมีการสูญเสียความรู้สึกสัมผัสบริเวณมือ ขึ้นอยู่กับว่าเส้นประสาท ใดมีการอักเสบหรือถูกกดทับ และอาการจะถูกกระตุ้นเมื่อทำงานและอากาศที่เย็น
อาการของ CTS อาการชาทางด้านฝ่ามือของนิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และครึ่งซีกของนิ้วนาง (ทางด้านใกล้นิ้วโป้ง) ถ้าอาการมากขึ้นจะส่งผลต่ออาการอ่อนแรงของกล้ามเนื้อ โดยเฉพาะกล้ามเนื้อบริเวณอุ้งมือ และโคนนิ้วโป้ง มีอาการเจ็บเมื่อทำงานหรือเมื่อข้อมืออยู่ในลักษณะงอ พับ กระดกข้อมือ หรือมีแรงกดบริเวณข้อมือ
http://www.doctor.or.th/taxonomy/term/107/all
นาโนเทคโนโลยี
นาโนเทคโนโลยี (อังกฤษ: Nanotechnology) คือ เทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการจัดการ การสร้างหรือการวิเคราะห์ วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องจักรหรือผลิตภัณฑ์ที่มีขนาดเล็กมาก ๆ ในระดับนาโนเมตร(ประมาณ 1-100 นาโนเมตร) รวมถึงการออกแบบหรือการประดิษฐ์เครื่องมือเพื่อใช้สร้างหรือวิเคราะห์วัสดุในระดับที่เล็กมากๆ เช่น การจัดอะตอมและโมเลกุลในตำแหน่งที่ต้องการได้อย่างถูกต้องแม่นยำ ส่งผลให้โครงสร้างของวัสดุหรืออุปกรณ์มีคุณสมบัติพิเศษขึ้นไม่ว่าทางด้านฟิสิกส์ เคมี หรือชีวภาพ และสามารถนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ได้
ความหวังที่จะฝ่าวิกฤติปัจจุบันของมนุษยชาติจากนาโนเทคโนโลยีมีดังนี้
พบทางออกที่จะได้ใช้พลังงานราคาถูกและสะอาดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีน้ำที่สะอาดเพียงพอสำหรับทุกคนในโลก ทำให้มนุษย์สุขภาพแข็งแรงและอายุยืนกว่าเดิม (มนุษย์อาจมีอายุเฉลี่ยถึง 200 ปี) สามารถเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้อย่างพอเพียงกับประชากรโลก เพิ่มศักยภาพในการติดต่อสื่อสารของผู้คนทั้งโลกอย่างทั่วถึง ทัดเทียม และพอเพียง เพิ่มศักยภาพในการสำรวจอวกาศมากขึ้น
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%84%E0%B9%82%E0%B8%99%E0%B9%82%E0%B8%A5%E0
News cards 11,12 Homework 6 นายพาสันติ์ เวทย์จรัส
ตอบลบAxis Q1755 กล้องวีดีโอบนเครือข่ายรุ่นล่าสุด
กับระบบแสดงผลแบบ HDTV รองรับการซูมถึง 12 เท่า
Axis Communications ตอกย้ำการเป็นผู้นำเทคโนโลยีโซลูชั่นวีดีโอบนเครือข่ายด้วย Axis Q1755 กล้องวิดีโอบนเครือข่ายรุ่นล่าสุด ที่แสดงผลแบบ HDTV ด้วยความละเอียด 1080i ให้ภาพคมชัดในทุกช่วงเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน ทั้งยังสามารถซูมได้ถึง 12 เท่า ให้คุณมั่นใจได้ว่าจะไม่พลาดในทุกรายละเอียดของความปลอดภัย
นอกจากนี้ Axis Q1755 ยังถูกออกแบบมาเพื่อให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ใช้ ด้วยระบบการจ่ายไฟผ่านสายเคเบิลโดยตรงจากเครือข่าย (Power over Ethernet) พร้อมทั้งช่องใส่การ์ดเก็บข้อมูล (SD/SDHC Card) ในตัวเครื่อง และโซลูชั่น “Gatekeeper” ที่จะจับตาทุกรายละเอียดของวัตถุที่เข้ามาในพื้นที่ของคุณ
แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/593869/
วันที่ 17 มิ.ย.52
*****************************************************************************************
เอเซอร์ เปิดตัว โปรเจคเตอร์ P1270 ประสิทธิภาพสูง ประหยัดพลังงานเป็นเยี่ยม
บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด เปิดตัว DLP โปรเจคเตอร์ P1270 เจาะกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี และการใช้งานในออฟฟิศทั่วไป ที่ต้องการความสว่างในระดับ professional ซึ่งให้ความสว่างมากถึง 3,100 ANSI Lumens แสดงภาพในระดับ XGA (1,024 x 768) และรองรับสูงสุดที่ระดับ UXGA (1,600 x 1,200) WSXGA+ (1,680 x 1,050) เหมาะกับห้องขนาดกลางที่มีแสงสว่างรบกวนหรือการใช้งานที่ต้องการความสว่างสูง และยังมีพอร์ต HDMI (Video, HDCP) ที่รองรับการเชื่อมต่อข้อมูลที่มีความละเอียดสูง, รองรับการแสดงผลทั้ง 4:3 และ 16:9 อัตโนมัติ ด้วย Acer SmartFormat Technology, อัตราส่วนฉายภาพได้มากถึง 62" ที่ระยะ 2 เมตร ที่เพรียบพร้อมด้วย ColorBoost II technology ทำให้ภาพฉายสดใส สมจริง นอกจากนั้น ยังช่วยประหยัดพลังงานได้มากถึง 50% ในขณะ standby เครื่องด้วย EcoProjection technology รวมทั้งฟังก์ชั่นต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกต่อการใช้งาน รวมถึงเมนูภาษาไทย ซึ่งทั้งหมดนี้กับราคาที่คุ้มค่าเพียง 43,900 บาท (ราคารวม VAT 7%) สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์เอเซอร์ทั่วประเทศ หรือที่เอเซอร์ คอลล์ เซ็นเตอร์ ที่เบอร์โทรศัพท์ 0 2685 4311 หรือคลิกไปที่ www.acer.co.th
แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/593869/
วันที่ 17 มิ.ย.52
Homework 6
ตอบลบสรุปการขยายพันธุผักหวานป่า นางโศภนิศ นาดี รหัสประจำตัว 52210009
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด เนื่องจากวิธีการอื่น ๆ มีเปอร์เซ็นต์การออกรากด่ำมาก และใช้เวลานานไม่น้อยกว่า 4 เดือน จึงจะออกราก รวมทั้งจำนวนกิ่งที่ได้น้อย เนื่องจากต้นแม่พันธุ์หายาก การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดปฏิบัติ ดังนี้ 1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง หรือภาชนะที่มีผิวหยาบ ควรใส่ถุงมือยางขณะทำงาน 3. นำเมล็ดแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก 4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน 5. ดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว 6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครื่งเซนติเมตร ในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน 8. ดูแลรดน้ำ ระวังอย่าให้แฉะ การปลูกและบำรุงรักษาควรเริ่มเตรียมหลุม หลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกครึ่งปี๊บ โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อน รดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก ในการถอดถุงพลาสติกเพื่อนำกล้าลงปลูกในหลุม ต้องระวังอย่าให้กระเปาะดิน เพราะต้นกล้าชะงักการเจริญเติบโต การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่ายเมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งเหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนเหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ ให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป การย้ายต้นกล้าแบบล้างราก 1. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 โดยปริมาตร ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตรผสมกัน คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50% 2. เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุม3. ครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด โดยใช้สายยางฉีดน้ำพร้อมกับตัด ส่วนเหนือดินเหลือตอสูงประมาณ 5 ซม 4. นำต้นกล้าที่ล้างรากและตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาด5. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี มาแบ่งเป็นคู่ ๆ ซ้อนกัน 2 ชั้น โรยด้วยขุยมะพร้าม ให้เป็นแถบยาวบาง ๆ ความกว้างของแถบเท่ากับ ความยาวของรากต้นกล้า6. นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน7. ม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าหลวม ๆ เหมือนห่อโรตี ปิดหัวท้ายห่อ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ8. บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ ภายในด้วยกระดาษลูกฟูก9. ผนึกภายนอกลังตรงรอยต่อด้วยเทปกระดาษ โดยเว้นช่องระบายอากาศไว้แล้วนำไปส่งไปรษณีย์10. การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นานประมาณ 8-10 วัน ทั้งนี้เมื่อได้รับต้นกล้าแล้วต้องรีบชำทันที 11. หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ 12. จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นและต้องเจาะช่องระบายอากาศ
คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่าผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน มีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ) การบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้ การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน
ข่าวที่ 11
ตอบลบนักวิทยาศาสตร์พัฒนากรดน้ำดีเป็นวัสดุอุดฟัน
ฮ่องกง 21 พ.ค.- นักวิทยาศาสตร์ในแคนาดาและจีนพัฒนาวัสดุที่แข็งแรงโดยสกัดมาจากกรดน้ำดีของมนุษย์ โดยหวังว่าจะสามารถนำไปให้ทันตแพทย์ใช้เพื่ออุดฟันผุ จากที่ในปัจจุบันต้องใช้ปรอทหรือพลาสติกซึ่งสร้างความวิตกว่าอาจจะเป็นพิษ
นักวิจัยเขียนบทความลงในวารสารวิทยาศาสตร์ ACS Applied Materials & Interfaces กล่าวว่า รู้วิธีที่จะได้กรดน้ำดีของมนุษย์และเปลี่ยนกรดเหล่านั้นให้เป็นพลาสติกที่แข็งแรงคงทน ซึ่งดูเหมือนว่าจะสามารถต้านทานการปริแตกได้ดีกว่าวัสดุอื่นๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน จึงช่วยลดการเจ็บปวดของคนไข้ที่จะต้องมาอุดฟันที่แตกกรดน้ำดีเป็นสารตามธรรมชาติที่ผลิตจากตับและถูกนำไปเก็บไว้ในถุงน้ำดีเพื่อช่วยย่อยไขมัน
ที่มา : สำนักข่าวไทย www.mcot.net สำนักข่าวไทยwww
ข่าวที่ 12
ผลิตภัณฑ์อีเธอร์เน็ตเซอร์วิสเร้าเตอร์ MX Series และอีเธอร์เน็ตสวิตช์ EX4200 ประกอบขึ้นเป็นโครงสร้างแบบมัลติเพิล 10Gbps ของ ESnet หรือชื่อเต็มว่า Energy Science Network Fourth Generation (เครือข่ายวิทยาศาสตร์การพลังงานรุ่นที่สี่) ต่อเชื่อมตรงไปยังไซต์อื่นๆ อีกมากกว่าสี่สิบแห่ง และเครือข่ายงานวิจัยทั่วโลกอีกมากกว่าหนึ่งร้อยแห่ง ทำหน้าที่เป็นทรัพยากรการสื่อสารข้อมูลงานค้นคว้าของนักวิทยาศาสตร์และวิจัยที่กระจายอยู่ทั่วทุกมุมโลกอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งรอง รับการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมหาศาล รวมถึงโครงการยักษ์ เช่น Large Hadron Collider (LHC) ที่ CERN สวิตเซอร์แลนด์, Earth System Grid (ESG) ที่วิจัยสภาพการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศโลก เป็นต้น.mcot.net
ที่มา http://www.newswit.com/news/2009-05-26/12a6de4003321e64312c94847695062d/
การปลูกผักหวานป่า
ตอบลบการขยายพันธุ ์
1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น
2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาด
3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก
4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผื่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว์ในที่ร่ม 2-3 วัน
5. ดรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว
6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครื่งเซนดิเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร
7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %
8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ
การปลูกและบำรงรักษา
ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก
การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ไดยเร็วต่อไป
คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า
ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)
การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน
วิธีการเลี้ยงมดแดง
ตอบลบ1. กำจัดปลวกและมดดำบริเวณต้นไม้ที่จะเลี้ยงมดแดงให้หมด โดยใช้สารเคมี เช่น เซฟริน 85% โรยรอบ ๆ ต้นไม้ก่อนเลี้ยงประมาณ 2 - 3 สัปดาห์ หรืออาจจะใช้สารที่สกัดจากสะเดา และทิ้งไว้ระยะหนึ่ง มดดำที่มีอยู่จะหนีหมด จากนั้นจึงปล่อยให้มดแดงทำรัง
2. ใช้ไม้กระดานขนาดประมาณ 16 * 21 นิ้ว ทำเป็นแท่นให้อาหาร โดยตอกเป็นแป้นวางสูงจากพื้นดินประมาณ 1.5 เมตร เพื่อป้องกันศัตรู เช่น สุนัขขึ้นไปกินเศษอาหาร
3. หาภาชนะใส่น้ำให้มดแดงกินตลอดเวลา อาจเป็นขวดพลาสติกตัดครึ่ง ใช้ตะปูตอกไว้กับต้นไม้หรือวางไว้บนแป้นอาหารก็ได้ แล้วใส่ไม้ลงไปให้มดแดงไต่ไปกินน้ำ
4. ให้อาหาร เช่น เศษเนื้อสัตว์ต่าง ๆ ปลา แมลงทุกชนิด หอยเชอรี่ หรือหอยชนิดต่าง ๆ ก็ได้
5. ทำสะพานให้มดเดินในกรณีที่ต้นไม้ที่เลี้ยงมีหลายกิ่ง โดยมัดโยงจากกิ่งหนึ่งไปยังอีกกิ่งหนึ่ง ถ้าต้นไม้ที่เลี้ยงยังไม่มีมดแดงก็ให้หามดแดงมาปล่อย
อาหารของมดแดง
มดแดงชอบอาหารที่แห้งสนิท เช่น ปลาแห้ง จิ้งจก ตุ๊กแก งูที่ตายแล้วนำไปตากแห้ง และที่ชอบเป็นพิเศษ คือ แมลงชนิดต่าง ๆ โดยจะคาบไปสะสมไว้ในรัง หากอาหารชิ้นใหญ่ที่ไม่สามารถจะคาบหรือลากไปเก็บไว้ในรังได้ มดแดงจะช่วยกันกัดและเยี่ยวราดเอาไว้เพื่อไม่ให้เน่าเหม็นและจะรอจนกว่าอาหารนั้นแห้ง จึงจะค่อยกัดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย นำเอาไปเก็บไว้ในรังเพื่อป้อนตัวอ่อนและนำไปเป็นอาหาร
จากการสังเกตพบว่าในฤดูฝนมดแดงไม่ชอบเดินทางออกจากต้นไม้ที่มันสร้างรังอยู่เนื่องจากพื้นดินเปียกแฉะ ในฤดูฝนนี้มดแดงจึงหาอาหารได้ไม่เพียงพอ แต่ถ้าหากเราจัดหาที่ให้น้ำและอาหารไว้บริเวณที่มดแดงอาศัยอยู่แล้ว จะทำให้มดแดงไข่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเป็นเทคนิคอย่างหนึ่งในการเลี้ยงมดแดง
ข้อควรระวังสำหรับผู้เลี้ยงมดแดง คือเมื่อแหย่ไข่มดแดงมาปรุงอาหารควรปล่อยแม่มดแดง (แม่เป้ง) ให้หมด ไม่ควรนำมาคั่วกิน จะเป็นสาเหตุที่ทำให้มดแดงอพยพไปอยู่ที่อื่นหมด วิธีการแยกมดแดงออกจากไข่ของมัน ทำได้โดยใช้แป้งมันสำปะหลังโรยลงไปที่ไข่มดแดงแล้วนำไปเทใส่ถาดเกลี่ยให้กระจายออก มดแดงจะไต่หนีไปจนหมดเหลือไว้แต่ไข่มดแดงเท่านั้น
ประโยชน์ของการเลี้ยงมดแดง
มดแดงเป็นแมลงชนิดหนึ่งที่จัดอยู่ในประเภทแมลงที่เป็นประโยชน์ทางการเกษตร แต่คนส่วนใหญ่จะไม่ทราบและเข้าใจลึกซึ้งถึงประโยชน์ที่ได้รับจากมดแดง ทำให้ทำลายมดแดงไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เช่น การใช้สารเคมีฆ่าแมลง ทำให้มดแดงต้องตายไปด้วย
มดแดงช่วยป้องกันและกำจัดหนอนศัตรูพืชและแมลงที่เป็นศัตรูพืชต่าง ๆ เช่นเพลี้ยต่าง ๆ หนอน ตั๊กแตน จักจั่นสีเขียว เมื่อเห็นว่ามดแดงมีความสามารถที่จะกำจัดและควบคุมศัตรูพืชให้อยู่ในระดับสมดุลทางธรรมชาติ ทำให้ไม่ลดการใช้สารเคมีในการกำจัดศัตรูพืชลงได้ ช่วยให้ลดอันตรายที่จะเกิดขึ้นต่อตัวเกษตรกรและสภาพแวดล้อม
นอกจากนี้ ไข่มดแดงยังเป็นเมนูจานเด็ดอย่างหนึ่งในตำรับอาหารอีสาน อาทิ ก้อยไข่มดแดง ยำไข่มดแดง ไข่เจียงใส่ไข่มดแดง แกงขี้เหล็กใส่ไข่มดแดง เป็นต้น
ข่อสรุปงานชั้นที่ 6
ตอบลบลักษณะทั่วไปของผักหวานป่า
ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre ชาวบ้านแถวจังหวัดสุรินทร์เรียก ผักหวานชื่อที่เรียกกันทั่วไป คือ ผักหวาน
การขยายพันธุ์ผักหวานป่า ที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด
การปลูกและการบำรุงรักษา
ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก
การย้ายต้นกล้าแบบล้างราก
เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. หรือก่อนการส่งกล้าให้ลูกค้าประมาณ 2 อาทิตย์ ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุม
การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์ไดยเร็วต่อไป
คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า
ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)
ปิยรัตน์ ต่อสกุล
Sunitar.กล่าวว่า
ตอบลบ5 อาหารเพิ่มความเสี่ยงโรคหัวใจ
ปัจจุบันมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคหัวใจเพิ่มเป็นอันดับสองรองจากมะเร็งสาเหตุของการเกิดโรคหัวใจที่เกิดจากอาหารได้แก่
1.อาหารไขมันสูงหรือเนื้อสัตว์ติดมัน เช่น เนื้อวัวติดมัน
2.ขนมหวาน โดยเฉาะที่อุดมด้วย น้ำตาล กะทิ คอเลสเตอรอล เช่น ทองหยิบ ตลอดจนขนมหวานอย่างเช่นข้าวเหนียวมะม่วง
3.อาหารฟาสต์ฟู้ด แม้จะมีผักแต่ก็ไม่พอกับร่างกายแต่มากไปด้วยแป้ง ไขมัน รสเค็ม
4.อาหารรสเค็ม ไม่เหมาะกับผู้ป่วยภาวะหัวใจส้มเหลว เพราะทำให้เหนื่อยหอบ ตัวบวม หลีกเลี่ยงอาหารปรุงรสเค็มจัด อาหารหมักดอง อาหารกระป๋อง กุ้งแห้ง ปลาเค็ม
5.เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจโตอาจทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลว ส่วนเครื่องดื่มประเภทชา กาแฟ ทำให้หัวใจทำงานหนักเพิ่ม
http://health.kapook.com
.................................................ระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์
ระบบที่มีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์ที่เรารู้จักกันดี คือระบบฝากหรือถอนเงินอัตโนมัติ หรือบัตรเอทีเอ็ม จากนี้ยังมีการใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์เป็นบัตรเครดิตผู้ที่ใช้สามารถซื้อสินค้าจากที่ต่างๆแทนเงินสดซึ่งจะมีการเรียกเก็บเงินภายหลังบัตรอิเล็กจะเป็นบัตรพลาสติกมีแถบแม่เหล็กที่มีรหัสประจำตัวของผู้ที่ใช้เพื่อบอกรายละเอียดว่าผู้ถือบัตรคือใครบัตรอิเล็กทรอนิกส์อีกอย่างคือบัตรเก่ง บัตรชนิดใหม่นี้บรรจุชิพเป็นหน่วยความจำและวงจรไม่โครโพรเซสเซอร์ทำให้บัตรมีขีดความสามารถในการประมวลผลและจดจำข้อมูลไว้ในบัตรนี้อาจนำมาใช้ในงานด้านต่างๆ เช่น ใช้เก็บประวัติคนไข้และในอนาคตอันใกล้นี้มีแนวโน้มที่ใช้บัตรอิเล็กทรอนิกส์แทนบัตรประชาชน บัตรนักเรียนนักศึกษา
http://www.chakkham.ac.th/technology/newtechno
สุนิทรา พลยางนอก
19/6/2552
sunitra. กล่าวว่า
ตอบลบการขยายพันธุ ์
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าคือ วิธีการเพาะเมล็ดโดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้
1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สดใหม่ 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง เช่นในกระดังหรือเข่งไม้ไผ่ 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากัน คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน5. ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติก6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ 7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ
การปลูกและบำรงรักษา
ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ ในการถอดถุงพลาสติกเพื่อนำกล้าลงปลูกในหลุม ต้องระวังอย่าให้กระเปาะดินแตกหักหรือรากขาด จากนั้นหว่านเมล็ดถั่วเขียวเป็นวงรอบหลุมให้ห่างจากต้นกล้าประมาณ 15-20 ซม. เพื่อให้ต้นถั่วเป็นพี่เลี้ยงในระยะแรก ก่อนสิ้นฤดูฝนประมาณเดือนกันยายน ให้หว่านถั่วมะแฮะ หรือพืชตระกูลถั่วที่มีลำต้นสูงและไม่ทิ้งใบช่วงฤดูแล้ง โดยหว่านเป็นวงรอบห่างจากต้นผักหวานป่า รัศมี 70-100 ซม. เพื่อให้เป็นไม้บังร่มในช่วงฤดูแล้ง โดยเลือกสภาพที่ดินที่ลาดเอียงเล็กน้อย การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50% เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรง เมื่อครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด ตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาดนำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี โรยด้วยปุยมะพร้าวชื้นหรือแกลบดำที่ปราศจากเชื้อโรค นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน ม้วนกระดาษหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าให้เป็นแท่งกลมพอหลวม ๆ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นาน หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดตามอัตราที่แนะนำในฉลาก ข้อพึงระวังในการส่งกล้าแบบนี้ จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นเกินไปและต้องเจาะช่องระบายอากาศ
คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า
ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม
ข้อคิดเห็น
ได้รู้จักวิธีปลูกผักหวานป่าและการดูแลรักษาและประโยชน์ที่ได้จากคุณค่าของผักหวาน
นางสุนิทรา พลยางนอก
งานชิ้นที่ 6
ตอบลบฉบับวันศุกร์ ที่ 19 มิถุนายน 2552 เวลา 0:00 น
ข่าวที่ 1 ของใหม่
พนักงานของโซนี่ โชว์เครื่องเล่นดีวีดีพกพารุ่นใหม่ “ดีวีพี-เอฟเอ็กซ์ 930” แสดงผลผ่านหน้าจอแอลซีดีความละเอียดสูงขนาด 9 นิ้ว มีช่องเสียบยูเอสบี สำหรับเล่นเพลงดิจิทัลและดูภาพ วางจำหน่ายแล้วที่ประเทศญี่ปุ่น
ข่าวที่ 2 สุดยอดกล้องมือถือ
โนเกีย เอ็น 86 8 เอ็มพี ได้รับรางวัลชนะเลิศสาขากล้องมือถือยอดเยี่ยม ประจำ ปี ค.ศ. 2009 จากทิปา ซึ่งเป็นองค์กรของสื่อมวลชนการถ่ายภาพในกลุ่มประเทศยุโรป โทรศัพท์มือถือโนเกียรุ่นนี้ เด่นที่กล้อง 8 ล้านพิกเซล เลนส์คาร์ล ไซส์ มีเลนส์ภาพกว้าง และแฟลชแอลอีดี อัพโหลดภาพเข้าโอวี่แชร์และฟลิกเกอร์ได้ทันที
ที่มา http://www.kruchet.com/mod/resource/view.php?id=11
ข่าว ไอซีที
ตอบลบกูเกิลบริการแปลภาษาเปอร์เชียหวังเข้าถึงข่าวในอิหร่าน
ซานฟรานซิสโก 19 มิ.ย.- กูเกิลอิงค์เปิดให้บริการแปลเนื้อหาในอินเทอร์เน็ตจากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเปอร์เซียและจากภาษาเปอร์เชียเป็นภาษาอังกฤษ หวังเข้าถึงข่าวสารในอิหร่านมากขึ้นหลังจากทางการอิหร่านจำกัดการรายงานข่าวเหตุประท้วงผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีกูเกิลประกาศในบล็อกวันนี้ว่า ได้เพิ่มบริการแปลภาษาเปอร์เซียหรือฟาร์ซีเป็นภาษาที่ 42 บริการนี้จะแปลเนื้อหาจากเว็บไซต์ บล็อกและไปรษณีย์อิเล็กทรอนิกส์จากภาษาอังกฤษเป็นภาษาเปอร์ชีย และจากภาษาเปอร์เชียเป็นภาษาอังกฤษโดยอัตโนมัติ นายฟรานซ์ อูช หัวหน้ากลุ่มแปลภาษาของกูเกิลเผยว่า บริการนี้จะช่วยให้คนทั้งในและนอกอิหร่านได้สื่อสารและเข้าถึงข่าวสารความเป็นไปในอิหร่านได้ดีขึ้น เดิมกูเกิลกำลังเพิ่มบริการแปลภาษาเปอร์เชียอยู่แล้ว แต่ได้เร่งมือขึ้นเมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นในขณะนี้กลุ่มผู้สนับสนุนนายมีร์ ฮอสเซน มูซาวี ที่พ่ายการเลือกตั้งประธานาธิบดีอิหร่านใช้บริการทางอินเทอร์เน็ต เช่น ทวิตเตอร์ ยูทูบ เฟซบุ้ค เป็นช่องทางนัดแนะการชุมนุมและเผยแพร่ภาพเหตุการณ์รุนแรงในอิหร่านแม้ว่าทางการพยายามขัดขวางก็ตาม ขณะที่กระทรวงต่างประเทศสหรัฐขอให้ทวิตเตอร์เลื่อนกำหนดการปรับปรุงบริการออกไปก่อนเพื่อให้ชาวอิหร่านสามารถติดต่อสื่อสารกับโลกภายนอกต่อไป.- สำนักข่าวไทย
ไมโครซอฟท์จะเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต้านไวรัสฟรี
ซาน ฟรานซิสโก 18 มิ.ย.- ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ด้านธุรกิจซอฟต์แวร์ในสหรัฐ ยืนยันจะเปิดให้ดาวน์โหลดโปรแกรมต้านไวรัสฟรี ซึ่งจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่ไม่มีงบประมาณมากพอในการซื้อโปรแกรมต้านไวรัสเวอร์ชั่นล่าสุดมาโหลดลงเครื่องซอฟต์แวร์ต้านไวรัสเวอร์ชั่น Microsoft Security Essentials หรือ MSE จะเปิดให้ดาวน์โหลดได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 23 เดือนนี้เป็นต้นไป ในบราซิล อิสราเอล และสหรัฐ ก่อนจะขยายไปยังประเทศอื่นภายในปีนี้ ไมโครซอฟท์ ระบุว่า ซอฟต์แวร์ต้านไวรัสรุ่นนี้ สามารถต้านได้ทั้งไวรัสคอมพิวเตอร์ สปายแวร์ รูทคิตส์ และ โทรจันส์ไมโครซอฟท์เห็นถึงความจำเป็นที่ผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จะต้องโหลดโปรแกรมต้านไวรัสลงเครื่อง เพราะปัจจุบัน การก่ออาชญากรรมในโลกไซเบอร์มีความสลับซับซ้อนและรุนแรงขึ้น ส่งผลให้คอมพิวเตอร์เครื่องที่ถูกโจมตีด้วยไวรัส ไม่สามารถใช้งานได้ แต่การที่จะต้องซื้อโปรแกรมต้านไวรัสรุ่นใหม่มาโหลดลงเครื่องอยู่เป็นประจำ ก็เป็นเรื่องที่สิ้นเปลืองอย่างมาก และผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์จำนวนมากก็ไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายตรงส่วนนี้ได้ โดยเฉพาะผู้ใช้งานที่อยู่ในกลุ่มประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ ซึ่งยังไม่มีความพร้อมทั้งในเรื่องงบประมาณและการพัฒนาโปรแกรมต้านไวรัส ส่งผลให้ไมโครซอฟท์ต้องพัฒนาโปรแกรมต้านไวรัสและเปิดให้โหลดลงเครื่องได้ฟรี -สำนักข่าวไทย
โทรศัพท์มือถือรุ่นทรหดที่สุดในโลก
ตอบลบแอนนาโนวา ดอท คอม 17 มิ.ย. - บริษัท โซนิม เทคโนโลยี ผลิตโทรศัพท์มือถือรุ่นแลนด์โรเวอร์ S1 ซึ่งอ้างว่ามีความทนทรหดที่สุดในโลก โดยมี เซอร์เรนัลพ์ ไฟน์เนส นักสำรวจผู้มากประสบการณ์ เจ้าของสถิติชาวอังกฤษอายุมากที่สุดที่พิชิตยอดเขาเอเวอเรสต์ เป็นสักขีพยานโทรศัพท์รุ่นนี้แม้ภายนอกอาจดูใหญ่โตเทอะทะ ไม่ได้บอบบางกะทัดรัดเหมือนกับโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ แต่ก็มีคุณภาพสูง โดยผู้ออกแบบเล็งกลุ่มเป้าหมายคือนักผจญภัยกลางแจ้ง เนื่องจากเป็นโทรศัพท์ที่มีการปิดผนึกอย่างดี กันฝุ่น กันสะเทือนแรง ๆ และการตกจากที่สูง อีกทั้งสามารถกันน้ำที่ระดับความลึก 1 เมตร ได้นาน 30 นาที นอกจากนี้ยังสามารถรองรับแรงกดทับได้ถึง 400 กิโลกรัมส่วนราคาจำหน่ายโทรศัพท์รุ่นนี้ คือ 299.99 ปอนด์ (16,800 บาท) ภายในมีกล้องกันน้ำ ค่าความละเอียด 2 ล้านเมกะพิกเซลพร้อมแฟลชในตัว รวมถึงระบบกำหนดตำแหน่งบนพื้นโลก (จีพีเอส) สามารถใช้เป็นไฟฉายและฟังวิทยุเอฟเอ็มได้ด้วย
เจ้าหน้าที่ของบริษัท โซนิม กล่าวว่า เมื่อเริ่มสร้างโทรศัพท์ชนิดนี้ ยังไม่มีมาตรฐานการทดสอบหรือการกำหนดค่ามาตรฐานการเป็นโทรศัพท์รุ่นทรหด เขาจึงกำหนดมาตรฐานทดสอบขึ้นเอง 12 ข้อ เพื่อความเป็นโทรศัพท์ที่ยังคงคุณภาพสูง เช่น การทดสอบปุ่มกด จะต้องผ่านการทดสอบกดติดต่อกันกว่า 5 แสนครั้ง แบตเตอรี่สามารถเปิดเครื่องรอรับสายได้นาน 1,500 ชั่วโมง และหากต้องการใช้โทรศัพท์ก็สามารถพูดติดต่อกันได้นาน 18 ชั่วโมง. –สำนักข่าวไทย
นาซาส่งยานอวกาศสำรวจดวงจันทร์
แหลมคานาเวอรัล19 มิ.ย.-องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ส่งจรวดแอตลาสพร้อมยานอวกาศไร้นักบิน 2 ลำไปสำรวจดวงจันทร์เพื่อทำแผนที่และตามหาแหล่งน้ำการส่งยานอวกาศ Lunar Reconnaissance Orbiter (LRO) เป็นโครงการใหม่ของนาซา โดยมีเป้าหมายนำมนุษย์กลับไปลงบนดวงจันทร์ภายในปี 2563 ยานลำนี้จะสำรวจภูมิประเทศของดวงจันทร์เพื่อเน้นทำแผนที่ในบริเวณที่ไม่เคยสำรวจมาก่อน คาดว่ายานทั้งสองลำคือ LRO และยานลำเล็กกว่าซึ่งมีชื่อว่า LCROSS จะเดินทางถึงดวงจันทร์ใน 4 วันข้างหน้า ยาน LRO บรรทุกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ 7 อย่าง เช่น กล้อง เครื่องตรวจจับด้วยอินฟราเรด และเครื่องวัดความสูงด้วยแสงเลเซอร์ นอกจากนี้ ยังมีกล้องโทรทรรศน์ซึ่งห่อหุ้มด้วยหนังมนุษย์เทียม เพื่อใช้ประเมินรังสีที่อาจจะส่งผลกระทบต่อมนุษย์สำหรับกล้องที่อยู่ในยาน LRO จะมีความสามารถในการมองเห็นวัตถุที่มีเส้นผ่าศูนย์กลางเพียง 50 เซนติเมตร ซึ่งคาดว่าจะใช้หาอุปกรณ์ที่ยานอพอลโลทิ้งไว้บนดวงจันทร์ในระหว่างปี 2512-2515 นอกจากนี้ จะตามหาแร่ธาตุ ทำแผนที่รายละเอียดอุณหภูมิ และค้นหาพื้นที่ที่ถูกแสงอาทิตย์ส่องมากที่สุด.-สำนักข่าวไทย
ทิวากร สังแก้ว
ตอบลบลักษณะทั่วไปของผักหวานป่า
ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre
ผักหวานป่า เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง ต้นที่โตเต็มที่อาจสูงถึง 13 เมดร แค่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม
การขยายพันธุ ์
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีขั้นตอนดังนี้
1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น 2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาด 3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก 4. นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน 5. ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว 6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร 7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ใตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %
8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ
การปลูกและบำรุงรักษา
ควรเริ่มเตรียมหลุมปลูกในช่วงหลังสงกรานต์ โดยขุดหลุมขนาด 50X50 ซม.รองก้นหลุมด้วยปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักประมาณครึ่งปี๊บ คลุกเคล้าผสมกับหน้าดิน โดยลงหลุมทิ้งไว้ 2-3 อาทิตย์ในขณะเดียวกันก็เริ่มสร้าง ความแข็งแรงให้ต้นกล้าก่อนย้ายปลูกลงหลุม จริงด้วยการรดน้ำให้น้อยลง ให้ต้นกล้าได้รับ แสงแดดเพิ่มขี้นทีละน้อย ละลายปุ๋ยโปแตสเซียมในเตรท ความเข้มขันไม่เกิน 2 % (1 กรัมต่อน้ำ 50 ลิดร) รดต้นกล้าก่อนย้ายปลูก ประมาณ 2 อาทิตย์และงดให้น้ำ 1 วัน ล่วงหน้าก่อนย้ายปลูก
การกระตุ้นยอดอ่อนเพื่อเก็บจำหน่าย
เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป
บทความ 6 การปลูกผักหวานป่า
ตอบลบนายบัญชา มณีจันทร์
ผักหวานป่าเป็นพืชในวงศ์ Opiliaceae มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็ก หรือเป็นไม้พุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยว ติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุกและสดใหม่เท่านั้น แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไต้ร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าให้แฉะ
เมื่อ ผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป
ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น อย่าง ไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้
แหล่งที่มา : รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ , เอกสารประกอบการสอนวิชา สารสนเทศเพื่อการศึกษา
อัสซุส เผยโฉมเซิร์ฟเวอร์ชูสวล.
ตอบลบรักษ์สิ่งแวดล้อม เปิดตัวเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์บอร์ด ชู กรีนดีไซน์ พร้อมเลือกชิพเซต อินเทล 5500 Series IOH เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ซีพียูเพาเวอร์ 6 เฟส พร้อม เมมโมรี่ วีอาร์ดี ดีไซน์ 3 เฟส ...
รายงานข่าวแจ้งว่า บริษัท อัสซุส บริษัทผู้นำการผลิตเซิร์ฟเวอร์ เปิดตัว อัสซุสเซิร์ฟเวอร์ และเซิร์ฟเวอร์บอร์ด ภายใต้แนวคิด กรีนดีไซน์ รักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการออกแบบให้เพาเวอร์ซัพพลายใช้พลังงานไฟฟ้าน้อย แต่มีประสิทธิภาพในการนำพลังงานมาใช้ให้คุ้มค่าสูงถึง 80% ทั้งนี้ สามารถจัดสรรการใช้พลังงานให้มีประสิทธิภาพ และประหยัดพลังงานด้วยซีพียูเพาเวอร์ 6 เฟส พร้อม เมมโมรี่ วีอาร์ดี ดีไซน์ 3 เฟส
รายงานข่าวแจ้งต่อว่า เซิร์ฟเวอร์และเซิร์ฟเวอร์บอร์ดดังกล่าว เลือกใช้ชิพเซต อินเทล รุ่นใหม่ที่ให้ประสิทธิภาพขั้นสูงสุดอย่าง Quad-Core Intel Xeon Processor 5500 Series สามารถทำงานร่วมกับเทคโนโลยี DDR3 พร้อมช่วยยกระดับแพลตฟอร์มของอัสซุสให้ทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้ ผู้ใส่ใจสิ่งแวดล้อม เลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ของอัสซุสรุ่น ASUS RS700D-E6/PS8 TS500-E6/PS4 และเซิร์ฟเวอร์บอร์ดรุ่น ASUS Z8PE-D18 Z8NA-D6 ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย
• โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 มิถุนายน 2552, 07:00 น.
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/13406
ทรูมูฟ จับกระแสแบล็กเบอรี่เจาะคอนซูมเมอร์
เปิดตัว 3 แพคเกจใหม่ ลงตัวทั้งการทำงานและการใช้ชีวิตหวังเพิ่มประสบการณ์ใช้งานไวไฟ และเครือข่าย3G ในอนาคต เชื่อน่าจะขายได้กว่า 3,000 เครื่อง
นายปพนธ์ รัตนชัยกานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่และรองหัวหน้ากลุ่มคณะผู้บริหาร ด้านการพาณิชย์ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นับตั้งแต่ปี 2548 ทรูมูฟได้เริ่มทำการตลาดแบล็คเบอร์รี่รายแรกในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นเจาะกลุ่มลูกค้าองค์กร และขยายไปสู่ลูกค้าบุคคล จนขณะนี้ เป็นที่นิยมในกลุ่มนักธุรกิจและลูกค้าทั่วไป โดยเฉพาะ แบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ที่มีฟังก์ชันครบครันและเป็นครั้งแรกในตระกูลแบล็คเบอร์รี่ที่ใช้งานภาษาไทยได้ รองรับ Wi-Fi และ 3G จึงให้อิสระในการสื่อสารไร้สายเต็มพิกัดสอดคล้องกับกลยุทธ์ในการให้บริการสื่อสารไร้สายของกลุ่มทรู
รายงานข่าวแจ้งว่าสำหรับแพ็คเกจทรูมูฟแบล็กเบอรี่ ประกอบด้วย 3 แพ็คเกจหลัก ได้แก่ แพ็คเกจ BlackBerry 449, 599 และ 899 บาท นอกจากนี้ยังมอบโปรโมชั่นพิเศษสุดๆ ให้ซื้อแบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ได้ในราคาเพียง 22,900 บาท เมื่อสมัครใช้แพ็คเกจรายเดือนใดก็ได้ โดยลูกค้าทรูมูฟยังเลือกซื้อเครื่องเปล่า ในราคาสุดคุ้ม 25,500 บาท รับฟรีค่าบริการแบล็กเบอรี่รายเดือน 599 บาท นาน 6 เดือน ทั้งนี้มีเครื่องแบล็คเบอร์รี่ โบลด์ ราคาพิเศษเฉพาะลูกค้าทรูมูฟเท่านั้น วางจำหน่ายที่ ร้านทรู เออร์เบิน พาร์ค สยามพารากอน ทรูมูฟ สแควร์ สยามสแควร์ซอย 2 ร้านทรูช้อป จามจุรีสแควร์ ทรูช้อป ทองหล่อ ทรูมูฟช้อป เอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ทรูช้อป อาคารยูไนเต็ด เซ็นเตอร์ สีลม และทรูช้อป ไอทีมอลล์ ฟอร์จูน
ที่มา http://www.thairath.co.th/content/tech/13406
การปลูกผักหวานป่า
ตอบลบส.ต.ท.นพกร พุทธา
ผักหวานป่า มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Melientha suavis Pierre เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง แต่ที่พบโดยทั่วไปมักมีลักษะเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กเป็นพุ่ม เนื่องจากมีการหักกิ่ง เด็ดยอด เพื่อกระตุ้นให้เกิดกิ่งและยอดอ่อนซึ่งเป็นส่วนที่ใช้บริโภค ใบของผักหวานป่าเป็นใบเดี่ยวเรียงสลับกัน ใบอ่อนรูปร่างแคบรี ปลายใบแหลม สีเขียวอมเหลือง ใบแก่เต็มที่รูปร่างรีกว้าง ถึงรูปไข่หรือรูปไข่กลับ ใบสีเขียวเข้ม เนื้อใบกรอบ ขอบใบเรียบ ปลายใบมน ขนาดของใบประมาณ 2.5-5 ซม. x 6- 12 ซม. ก้านใบสั้น ช่อดอกแตกกิ่งก้านคล้ายช่อดอกมะม่วงหรือลำไย และเกิดตามกิ่งแก่ หรือตามลำต้นที่ใบร่วงแล้ว ดอกมีขนาดเล็กเป็นตุ่มสีเขียวอัดกันแน่นเป็นกระจุก ขณะที่ยังอ่อนอยู่ ผลเป็นผลเดี่ยว ติดกันเป็นพวง เหมือนช่อผลของมะไฟหรือลางสาด แต่ละผลมีขนาดประมาณ 1.5 x 2.5 ซม. ผลอ่อนสีเขียวมีนวลเคลือบ และเปลี่ยนเป็นสีเหลืองถึงหลืองอมส้ม เมื่อผลสุกแต่ละผลมีเมล็ดเดียว
การขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฏิบัติ ดังนี้คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุกและสดใหม่เท่านั้น แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก นำเมล็ดที่จมน้ำขึ้นผึ่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว้ในที่ร่ม 2-3 วัน ตรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไต้ร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าให้แฉะ
เมื่อ ผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ ก็เริ่มทำการตัดแต่งกิ่ง โดยหักปลายกิ่งแขนงทิ้งให้เหลือยาว 15-20 ซม. รูดใบแก่บางส่วนทิ้งให้เหลือติดกิ่งละ 3-4 ใบ พร้อม ๆ กับการให้น้ำพอดินชื้น เมื่อยอดแตกออกมายาวประมาณ 15-25 ซม. ก็ตัดออกและมัดเป็นกำส่งจำหน่ายได้ หลังจากตัดยอดออกจำหน่ายแต่ละครั้ง ให้ใส่ปุ๋ยคอกต้นละ 1-2 ปี๊บหว่านรอบโคนต้นพร้อมกับให้น้ำ เพื่อบำรุงต้นให้สมบูรณ์โดยเร็วต่อไป
ผักหวานป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง มีโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น อย่าง ไรก็ตามการบริโภคผักหวานป่าควรปรุงให้สุกเสียก่อน เนื่องจากการบริโภคสด ๆ ในปริมาณมากอาจทำให้เกิดการเบื่อเมาเป็นไข้ และอาเจียนได้
แหล่งที่มา : รศ.ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์ , เอกสารประกอบการสอนวิชา สารสนเทศเพื่อการศึกษา
ข่าวที่ 11 ไอซีทีหารือด้านอวกาศกับเลขาฯ APSCO
ตอบลบภายหลังปลัดออกโรงความร่วมมือด้านอวกาศกับ APSCO เผยไทยพร้อมร่วมมือทุกประเทศ เน้นดาวเทียมสำรวจทรัพยากร คาดอนาคตอุตสาหกรรอุปกรณ์สื่อสารขยายตัว...
นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที กล่าวภายหลังหารือกับ นายจาง เหว่ย เลขาธิการสำนักงานเลขาธิการองค์การความร่วมมือด้านอวกาศแห่งเอเชียแปซิฟิก หรือ APSCO ว่า กระทรวงฯ เป็นเจ้าภาพจัดการประชุมหารือโครงการความร่วมมือขององค์การ APSCO และความร่วมมือในระดับทวิภาคีไทย-จีน ระหว่างวันที่ 15-19 มิ.ย.2552 เพื่อร่วมประชุมหารือแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับแผนงานโครงการประจำปี 2009 ของสำนักงานเลขาธิการ APSCO แผนงานภายใต้โครงการประยุกต์ใช้ประโยชน์จากดาวเทียม SMMS และกิจกรรมความร่วมมือของประเทศสมาชิกในองค์การฯ ตลอดจนความร่วมมือระดับทวิภาคีระหว่างประเทศไทยและจีนในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การวิจัยและพัฒนาภายใต้โครงการ SMMS นี้ นับเป็นนวัตกรรมด้านอวกาศชิ้นแรกที่ดำเนินการโดยคนไทย และเป็นทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศไทยที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงไอซีที ด้วยการนำข้อมูลภาพถ่ายของดาวเทียม SMMS ทั้งในรูปแบบ CCD และ Hyperspectrum มาทำการวิจัยและประยุกต์ใช้ในกิจการ ที่สำคัญๆ ของประเทศไทย เช่น การเกษตร การเฝ้าระวังภัยพิบัติ การบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติ เป็นต้น ทั้งนี้ อนาคตอาจประสานความร่วมมือในการแบ่งปันข้อมูลจากดาวเทียมสำรวจโลกดวงอื่นๆ เช่น CBERS และ HJ-1B กับประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนอีก โดยกระทรวงฯ กำลังดำเนินการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดสร้างสถานีภาคพื้นดินรับข้อมูลจากดาวเทียมดังกล่าว” ปลัดไอซีที กล่าว
ข่าวจาก : ไทยรัฐ วันที่ : 19 มิถุนายน 2552 เวลา 17:31 น.
ข่าวที่ 12 เนคเทคMOU 2พันธมิตรตั้งเครือข่ายCoE -Center of Excellence
นายพันธ์ศักดิ์ ศิริรัชตพงษ์ ผู้อำนวยการ ศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ หรือเนคเทค กล่าวว่า พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงการร่วมมือ หรือเอ็มโอยูกับ 2 มหาวิทยาลัย ได้แก่ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หรือ มก.จัดเครือข่ายศูนย์ความรู้เฉพาะด้านวิศวกรรมความรู้และวิศวกรรมภาษา และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จัดเครือข่ายศูนย์ความรู้เฉพาะด้านนิเวศวิทยาพยากรณ์ และการจัดการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อยกระดับเนคเทค และเครือข่ายวิจัยสู่กระบวนทัศน์ ให้ประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่อง หรือ Research Networking for Prosperous Future อีกทั้งส่งผลต่อการพัฒนาบุคลากร และกระบวนการวิจัยที่ได้มาตรฐาน รวมถึงเพิ่มขีดความสามารถทางเทคโนโลยี
นายพันธ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า วัตถุประสงค์ของการตั้ง CoE มี 3 ประการ คือ 1.แลกเปลี่ยนเทคโนโลยีกับหน่วยงาน และมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วม 2.พัฒนารูปแบบการทำงานที่เหมาะสมในศูนย์ความรู้เฉพาะด้าน โดยหาวิธีทำอย่างไรให้เกิดหน่วยงานเข้มแข็ง เพื่อสร้างทีมงานอย่างแท้จริง และ 3.สร้างเครือข่ายบุคลากรด้านการวิจัย และคอมพิวเตอร์ เนื่องจากประเทศไทย ยังขาดแคลนบุคลากรด้านดังกล่าวอยู่
ข่าวจาก : ไทยรัฐ วันที่ : 19 มิถุนายน 2552 เวลา 17:45 น.
เนรมิต 'มหาวิทยาลัยไซเบอร์' 'สามารถ'จับมือม.หอการค้าไทยพัฒนาอีเลิร์นนิ่ง วอนรัฐผลักดันงบสร้างบุคลากรมั่นใจ 3 ปี ตื่นตัว
ตอบลบ"สามารถเทลคอม" เตรียมพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่งให้กับม.หอการค้าไทย เผยอัตราการเติบโตยังไม่ขยายตัว แจงปัญหาอุปสรรคยังขาดแรงขับเคลื่อนภาครัฐวอนเร่งผลักดันงบประมาณรวมไปถึงบุคลากรยังขาดองค์ความรู้ มั่นใจภายใน 3 ปีกระแสตื่นตัวสูง
นายประสิทธิ์ชัย วีระยุทธวิไล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท สามารถเทลคอม จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ "ฐานเศรษฐกิจ" ว่า ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่ง (ระบบการศึกษาทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ต) ให้กับมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย โดยใช้ชื่อหลักสูตรบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต ส่วนซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการบริหารจัดการนั้นใช้ชื่อว่า "UPLUS" หรือ U Plus Solutions for Cyber University
สำหรับซอฟต์แวร์ UPLUS นั้นประกอบด้วยชุดวิชา, ผลการศึกษา การเชื่อมต่อระบบการชำระด้วยบัตรเครดิตหรือ E PAYMENT และยังเชื่อมต่อวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ดังนั้นกิจกรรมในสถาบันการศึกษาสามารถตรวจสอบผ่านทางเว็บไซต์ได้ในทันที
นอกจากนี้แล้วมหาวิทยาลัยรังสิตยังให้บริษัทพัฒนาระบบอี-เลิร์นนิ่งและได้เซ็นสัญญาไปก่อนหน้านี้โดยอี-เลิร์นนิ่ง ที่พัฒนาใช้สำหรับเป็นบทเรียนใส่เข้าไปในเว็บให้นักศึกษาใช้เรียนเสริมต่อจากหลักสูตรภาคปกติ และในอีกส่วน คือ Cyber U คือ การเรียนการสอนผ่านระบบอินเตอร์เน็ตทางไกล มีด้วยกัน 3 สาขาวิชา คือ นิติศาสตรบัณฑิต (ปริญญาตรีใบที่สอง) (Bachelor of Law) ศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาผู้นำสังคม ธุรกิจและการเมือง (Master of Art, Leadership Society Business and Politics) และ วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ (Master of Sciences Information Technology Management)
ส่วนกลยุทธ์ด้านการตลาดบริษัทเน้นสร้างทีมเวิร์กเน้นการตลาดในเชิงรุก และมุ่งเจาะตลาดโดยตรง ได้แก่ ตลาด Online Degree เน้นขยายสู่มหาวิทยาลัยของภาครัฐให้มากขึ้น , ตลาด Online Training จะเป็นการขยายโอกาสทางการตลาดไปสู่บริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯ ด้วยหัวข้อฝึกอบรมกว่า 300 หัวข้อ และ คิดค้น พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อให้เหมาะสมกับธุรกิจของลูกค้า โดยบริษัทจะเน้นดำเนินธุรกิจด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยครบวงจร
นายประสิทธิ์ชัย ยังกล่าวต่ออีกว่าสำหรับการเรียนการสอนทางไกลผ่านอินเตอร์เน็ตอัตราการเติบโตไม่รวดเร็วเท่าใดนัก เนื่องจากยังขาดแรงผลักดันจากภาครัฐ โดยเฉพาะงบประมาณยังไม่ถูกจัดสรรออกมา ดังนั้นภาคเอกชนบริหารจัดการต้องวางแผนทำธุรกิจล่วงหน้าไว้ก่อน แต่ก็ยังติดปัญหาการสร้างองค์ความรู้ และบุคลากร
สำหรับผลประกอบการนั้นไม่สามารถประเมินได้ เนื่องจากว่าระบบการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ตนั้นเป็นส่วนเสริมรายได้ในกลุ่มเท่านั้นแต่เชื่อว่าภายใน 3 ปีข้างหน้ามีอัตราการเติบโตขยายตัวเพิ่มมากขึ้น เพราะในเวลานี้บรรดาเอกชนอยู่ระหว่างตัดสินใจลงทุนเพื่อขับเคลื่อนองค์กรไปข้างหน้า
"ตอนนี้ระบบการเรียนการสอนผ่านทางอินเตอร์เน็ตไม่ได้เป็นช่วงตั้งไข่ทุกคนเห็นว่ากำลังเป็นช่วงที่มีประสิทธิภาพ" นายประสิทธิ์ชัย กล่าว
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 2436 18 มิ.ย. - 20 มิ.ย. 2552
ไอบีเอ็มจัดประกวดโครงงานไอที ชิง 1 ล้าน
ตอบลบหวังกระตุ้นธุรกิจ SME ให้ใช้ไอทีปรับปรุงประสิทธิภาพ สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจขาลง มั่นใจกิจกรรมช่วยให้องค์กรเห็นปัญหาภายใน ช่วยพัฒนาศักยภาพและการดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ ภายในเวลาที่รวดเร็ว...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด ได้จัดการประกวดโครงงานไอที “บิสซิเนส เรียลลิตี้ ชาเลนจ์” (Business Reality Challenge) เพื่อมอบผลิตภัณฑ์และโซลูชันไอทีมูลค่า 1,000,000 บาทแก่องค์กรของผู้ชนะเลิศ เพื่อใช้พัฒนาธุรกิจต่อไป โครงการดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมที่ไอบีเอ็มจัดขึ้นในปี 2552 โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) สามารถปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น รวมถึง ช่วยรับมือปัญหาต่างๆ และประสบความสำเร็จในช่วงเวลาที่ท้าทายเช่นในปัจจุบัน
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่า องค์กรธุรกิจที่ต้องการร่วมการประกวดดังกล่าว ต้องเขียนเรียงความ ความยาวไม่เกิน 100 คำ โดยบรรยายเกี่ยวกับปัญหาและความท้าทายด้านไอทีที่องค์กรกำลังเผชิญ และระบุว่าจะนำรางวัลที่ได้ไปช่วยองค์กรสามารถพัฒนาธุรกิจได้อย่างไร โดยผู้สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมการประกวดฯ ได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2009 โดยองค์กรที่ได้รับรางวัลชนะเลิศในประเทศต่างๆ ทั่วภูมิภาคอาเซียน จะได้รับผลิตภัณฑ์และโซลูชันไอทีจากไอบีเอ็ม รวมถึง ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และบริการให้คำปรึกษา รวมมูลค่า 1,000,000 บาท หรือประมาณ 30,000 ดอลลาร์สหรัฐ จากการประเมินผลงานของคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ส่วนการประกาศรายชื่อผู้ชนะ จะมีขึ้นในเดือนกรกฎาคม 2552
นางพรรณสิรี อมาตยกุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ธุรกิจทั่วไป บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า ตลาดเอสเอ็มอีในประเทศไทยถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ และมีอัตราการเติบโตรวดเร็วที่สุดสำหรับไอบีเอ็ม บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มความสะดวกให้แก่องค์กรดังกล่าว ในการใช้ประโยชน์จากนวัตกรรมและเทคโนโลยี เพื่อสร้างความแตกต่างทางธุรกิจและกระตุ้นการเติบโต ส่วนการประกวด ไอบีเอ็ม บิสซิเนส เรียลลิตี้ ชาเลนจ์ ในครั้งนี้ ช่วยให้บริษัทฯ เข้าใจปัญหาสำคัญด้านธุรกิจและเทคโนโลยีของหน่วยงานเอสเอ็มอี และสามารถนำเสนอโซลูชันเพื่อช่วยให้องค์กรเหล่านั้นสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยองค์กรที่มีสิทธิ์ร่วมการประกวด ต้องมีจำนวนพนักงานระหว่าง 100-999 คน มีความมุ่งมั่นในการใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน รวมถึง การปกป้องข้อมูลและกระบวนการทางธุรกิจ โดยสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน และสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ที่เหนือกว่าในเวลาอันรวดเร็ว
โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 มิถุนายน 2552, 07:00 น.
สุกัญญา แจ้งหมื่นไวย์
การขยายพันธุ ์
ตอบลบการขยายพันธุ์ผักหวานป่าที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบันคือ วิธีการเพาะเมล็ด เนื่องจากวิธีการอื่น ๆ เช่น การตอน การตัดชำ มีเปอร์เซ็นต์การออกรากด่ำมาก และใช้เวลานานไม่น้อยกว่า 4 เดือน จึงจะออกราก รวมทั้งจำนวนกิ่งที่ได้น้อย เนื่องจากต้นแม่พันธุ์หายาก การขยายพันธุ์ด้วยเมล็ดจึงเป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลมากที่สุด โดยมีเงื่อนไขและวิธีปฎิบัติ ดังนี้
1. คัดเฉพาะผลผักหวานป่าที่สุดและสดใหม่เท่านั้น
2. แยกเนื้อหุ้มเมล็ดทิ้ง และขัดล้างเมล็ดให้สะอาดด้วยตะแกรง หรือภาชนะที่มีผิวหยาบ เช่นในกระดังหรือเข่งไม้ไผ่ ควรใส่ถุงมือยางขณะทำงานเนื่องจากเนื้อหุ้มเมล็ดมีสารที่ระคายเคืองต่อผิวหนัง
3. นำเมล็ดที่ขัดสะอาดแล้วแช่น้ำ แยกเมล็ดที่ลอยน้ำออก
4. นำเมล็ดที่จมน้ำขื้นผื่งพอสะเด็ดน้ำ คลุกด้วยยากันราให้ทั่ว แล้วนำขึ้นเกลี่ยในกระด้งหรือตะแกรงให้เป็นชั้น หนาไม่เกิน 1 นิ้ว คลุมตะแกรงด้วยกระสอบป่าน ที่ชุบน้ำหมาด ๆ เก็บไว์ในที่ร่ม 2-3 วัน
5. ดรวจดูเมล็ด ถ้าเปลือกเมล็ดเริ่มแตกร้าว ให้นำไปเพาะในถุงพลาสติกที่มีความลึกไม่น้อยกว่า 8 นิ้ว
6. วัสดุที่ใช้เพาะได้ผลดีควรใช้ดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกเก่า หรือใบไม้ผุ ร่อนด้วยดะแกรงตาถี่ครื่งเซนดิเมตร ผสมกันในอัตราส่วน 1:1:1 โดยปริมาตร
7.วิธีเพาะให้กดเมล็ดด้วยนิ้วมือพอให้เมล็ดจมเสมอผิวดิน หรือโผล่พ้นผิวดินเพาะเล็กน้อยนำไปไว้ไตัร่มเงาที่มีความเข้มแสง ประมาณ 40-50 %
8. ดูแลรดน้ำให้พอวัสดุเพาะชื้น ระวังอย่าใหัแฉะ
เนื่องจากในปัจจุบันพบว่า มีการจำหน่ายต้นกล้าเพาะเมล็ดจำนวนมาก ซึ่งมีปัญหาในการขนส่ง เนื่องจากน้ำหนักมากและเปลืองพื้นที่ จากผลการทดลองหาแนวทางส่งกล้าให้ได้จำนวนมากขึ้น และมีอัดราการชำรอดสูงอาจทำไต้ ดังนี้
1. เพาะต้นกล้าในแปลงที่ทำด้วยอิฐก่อขนาด 1 x 5 เมตร ลึก 60 ซม. ใช้วัสดุเพาะดินลูกรัง ทรายหยาบ และปุ๋ยหมักอัตราส่วน 1:1:1 หรือ 1:1:2 โดยปริมาตร ร่อนด้วยตะแกรงตาถี่ครึ่งเซนติเมตรผสมกัน คลุมแปลงเพาะให้ได้รับแสงประมาณ 40-50%
2. เมื่อกล้าผักหวานป่า งอกสูงประมาณ 5-10 ซม. หรือก่อนการส่งกล้าให้ลูกค้าประมาณ 2 อาทิตย์ ให้เริ่มกระตุ้นให้ต้นกล้าแข็งแรงเช่นเดียวกับก่อนการย้ายปลูกลงหลุม
3. เมื่อครบกำหนดให้ขุดต้นกล้าออกจากแปลง ระวังอย่าให้รากขาด ล้างดินออกจากรากให้สะอาด โดยใช้สายยางฉีดน้ำพร้อมกับตัด ส่วนเหนือดินทิ้งให้เหลือตอสูงประมาณ 5 ซม.<
4. นำต้นกล้าที่ล้างรากและตัดต้นทิ้งแล้วไปแช่ในน้ำยากันรา ประมาณ 15-20 นาที นำขึ้นผึ่งพอหมาด
5. นำกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ซึมซับน้ำได้ดี มาแบ่งเป็นคู่ ๆ ซ้อนกัน 2 ชั้น โรยด้วยขุยมะพร้ามชื้นหรือแกลบดำที่ปราศจากเชื้อโรค (อาจเตรียมได้โดยการอบหรือนึ่ง หรือราดด้วยยากันราก่อนนำมาใช้) ให้เป็นแถบยาวบาง ๆ ความกว้างของแถบเท่ากับ ความยาวของรากต้นกล้า ต้องระวังวัสดุที่ใช้อย่าให้แฉะ
6. นำกล้าผักหวานป่าประมาณ 50 กล้า วางเรียบบนแถบวัสดุรักษาความชื้น อย่าให้กล้าซ้อนกัน
7. ม้วนกระดาาหนังสือพิมพ์ห่อต้นกล้าให้เป็นแท่งกลมพอหลวม ๆ เหมือนห่อโรตี ปิดหัวท้ายห่อ ฉีดด้วยยากันราให้กระดาษเปียกพอหมาด ๆ
8. บรรจุในถุงพลาสติกที่เจาะรูระบายอากาศ ปิดปากหลวม ๆ แล้วบรรจุลงกล่องกระดาษลูกฟูกซึ่งเจาะรูด้านข้างและกั้นเป็นช่อง ๆ ภายในด้วยกระดาษลูกฟูก โดยวางในแนวตั้งพอหลวม ๆ
9. ผนึกภายนอกลังตรงรอยต่อด้วยเทปกระดาษ โดยเว้นช่องระบายอากาศไว้แล้วนำไปส่งไปรษณีย์
10. การส่งแบบล้างรากเช่นนี้ ต้นกล้าจะทนทานได้นานประมาณ 8-10 วัน โดยมีอัตราการรอดตายสูง 80% ทั้งนี้เมื่อได้รับต้นกล้าแล้วต้องรีบชำทันที และเลี้ยงในสภาพแสง 40-50% พร้อมกับให้ชื้นอย่างสม่ำเสมอในระยะแรกๆ
11. หลังย้ายชำแล้วอาจราดด้วยสารสตาร์ทเตอร์ ซึ่งมีขายทั่วไปในท้องตลาดตามอัตราที่แนะนำในฉลาก
12. ข้อพึงระวังในการส่งกล้าแบบนี้ จะต้องระวังเรื่องความสะอาดเป็นพิเศษ และรากต้องไม่ขาด การห่อและการบรรจุลังต้องไม่แน่นเกินไปและต้องเจาะช่องระบายอากาศ
คุณค่าทางโภชนาการของผักหวานป่า
ผักหนาวป่าจัดเป็นผักที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูงชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแหล่งโปรตีน วิตามินซี และพลังงาน นอกจากนี้ยังมีปริมาณเยื่อใยพอสมควร ช่วยในการขับถ่ายให้ดีขึ้น ในยอดและใบสดที่รับประทานได้ 100 กรัม ประกอบด้วยน้ำ 76.6 กรัม โปรตีน 8.2 กรัม คาร์โบไฮเดท 10 กรัม เยื่อใย 3.4 กรัม เถ้า 1.8 กรัม แคโรทีน 1.6 มก. วิตามินซี 115 มก. และค่าพลังงาน 300 กิโลจูล (KJ)
การนำผักหวานป่ามาปรุงอาหารนั้นใช้ได้ทั้งส่วนที่เป็นยอดและใบอ่อน นำช่อผลอ่อน ๆ สำหรับผลแก่อาจลอกเนื้อทิ้งนำเมล็ดไปต้มรับประทานได้เช่นเดียวกับเมล็ดขนุน มีรสหวานมัน การปรุงอาหารจากผักหวานป่า นอกจากต้ม ลวก เป็นผักจิ้มน้ำพริกแล้ว อาจนำไปทำแกง แกงเลียง หรือต้มจืดได้ เช่นกัน