วันพฤหัสบดีที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

Home work 5

38 ความคิดเห็น:

  1. เครื่องเสียบู๊ตไม่ขึ้น อุปกรณ์เจ๊ง ฮาร์ดดิสก์พัง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ดูจะเรื่องปกติ ที่ผู้ใช้คอมฯ ทุกท่านจะต้องเจออย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาหรือซ่อมเองก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าเป็นอาการเสียทางด้านฮาร์ดแวร์ทุกคนก็มักจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ส่ายหัวเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะกลัวว่าถ้าซ่อมเองแล้วเครื่องจะพัง สู้ยกเครื่องไปให้ร้านซ่อมดีกว่า เพื่อความมั่นใจ
    ทุกครั้งเมื่อยกเครื่องไปที่ร้าน ก็ต้องเสียค่าซ่อมอย่างน้อย ๆ ก็ 500 บาท เป็นราคามาตรฐานที่ค่อนข้างสุง ยิ่งถ้าช่างแค่เปิดฝาเครื่องแล้วขยับสายเล็กน้อย เครื่องก็หายเป็นปกติ ยิ่งรู้สึกไม่อยากจะจ่ายค่าซ่อมเลย แต่ถ้ามีอุปกรณ์พังก็ยังดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนั้นร้านซ่อมขายให้ในราคาแพงเกินจริงหรือเปล่า และเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเครื่องจะหายจริงใหม หรือว่าถูกหลอกวางยาให้คุณยกมาซ่อมอีก เรียกว่าซ่อมกันไม่รู้จบสักที ที่กล่าวมาทั้งหมดทาง Bcoms อยากจะแนะนำให้ทุกท่านเห็นประโยขน์ ในการเรีนรู้ทางด้านฮาร์แวร์บ้าง เพื่อให้สามารถตรวจซ่อมละแก้ปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องเครื่องไปให้ช่างซ่อม
    Bcom.net สร้างขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือในการแก้ปัญหา ที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บ Bcoms ทั้งที่ไม่เคยจับคอม ฯ มาก่อนเลย หรือที่เคยใช้งานมาบ้างแล้ว สามารถวิเคระห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เอง
    ด้วยความปรารถนาดีจาก
    ทีมงาน bcoms.net เครื่องเสียบู๊ตไม่ขึ้น อุปกรณ์เจ๊ง ฮาร์ดดิสก์พัง ฯลฯ ปัญหาเหล่านี้ดูจะเรื่องปกติ ที่ผู้ใช้คอมฯ ทุกท่านจะต้องเจออย่างแน่นอน ไม่วันใดก็วันหนึ่ง ถ้าจะให้ทุกคนลุกขึ้นมาแก้ปัญหาหรือซ่อมเองก็เป็นเรื่องยาก เพราะถ้าเป็นอาการเสียทางด้านฮาร์ดแวร์ทุกคนก็มักจะมองว่าเป็นเรื่องไกลตัว แล้วก็ส่ายหัวเมื่อเจอปัญหาเหล่านี้ เพราะกลัวว่าถ้าซ่อมเองแล้วเครื่องจะพัง สู้ยกเครื่องไปให้ร้านซ่อมดีกว่า เพื่อความมั่นใจ
    ทุกครั้งเมื่อยกเครื่องไปที่ร้าน ก็ต้องเสียค่าซ่อมอย่างน้อย ๆ ก็ 500 บาท เป็นราคามาตรฐานที่ค่อนข้างสุง ยิ่งถ้าช่างแค่เปิดฝาเครื่องแล้วขยับสายเล็กน้อย เครื่องก็หายเป็นปกติ ยิ่งรู้สึกไม่อยากจะจ่ายค่าซ่อมเลย แต่ถ้ามีอุปกรณ์พังก็ยังดี แต่จะแน่ใจได้อย่างไรว่าราคาอุปกรณ์ที่เปลี่ยนนั้นร้านซ่อมขายให้ในราคาแพงเกินจริงหรือเปล่า และเปลี่ยนอุปกรณ์แล้วเครื่องจะหายจริงใหม หรือว่าถูกหลอกวางยาให้คุณยกมาซ่อมอีก เรียกว่าซ่อมกันไม่รู้จบสักที ที่กล่าวมาทั้งหมดทาง Bcoms อยากจะแนะนำให้ทุกท่านเห็นประโยขน์ ในการเรีนรู้ทางด้านฮาร์แวร์บ้าง เพื่อให้สามารถตรวจซ่อมละแก้ปัญหาเบื้องต้นได้โดยไม่ต้องเครื่องไปให้ช่างซ่อม
    Bcom.net สร้างขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อเป็นคู่มือในการแก้ปัญหา ที่จะช่วยให้ผู้เข้าชมเว็บ Bcoms ทั้งที่ไม่เคยจับคอม ฯ มาก่อนเลย หรือที่เคยใช้งานมาบ้างแล้ว สามารถวิเคระห์และแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นได้เอง
    ด้วยความปรารถนาดีจาก
    ทีมงาน bcoms.net

    ตอบลบ
  2. อาการเสียของคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายสาเหตุ สามารถวิเคราะห์อาการเสียเบื้องต้นได้ดังนี้
    อาการ บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างไม่ทำงานและเงียบสนิท
    ให้ตรวจสอบที่พัดลมด้านท้ายเครื่องว่าหมุนหรือไม่ หากไม่หมุนอาจเป็นไปได้ว่าปลั๊กไฟเสีย หรืออาจขาดใน และให้เข้าไปเช็คที่ฟิวส์ของเพาเวอร์ซัพพลาย หากฟิวส์ขาดให้ซื้อฟิวส์รุ่นเดียวกันมาเปลี่ยน แต่ถ้าเพาเวอร์ซัพพลายเสีย ควรแนะนำลูกค้าให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายใหม่

    อาการ บูตเครื่องแล้วจอมืด แต่ไฟ LED หน้าจอและไฟเคสติด
    ให้ตรวจสอบที่ปุ่มการปรับสีและแสงที่หน้าจอก่อน จากนั้นจึงเช็คในส่วนของขั้วสายไฟ และขั้วสายสัญญาณระหว่างเคสและจอภาพ หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเสียบการ์ดจอไม่แน่นหากตรวจเช็คอาการเหล่านี้แล้ว ทุกอย่างเป็นปกติดีสาเหตุน่าจะเกิดจากการ์ดแสดงผล และจอภาพ ให้นำอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวไปลองกับอีก เครื่องหนึ่งที่ทำงานเป็นปกติ หากการ์ดแสดงผลเสียต้องส่งเคลมหรือให้ลูกค้าเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเป็นจอภาพ ให้ตรวจเช็คอาการอีกครั้ง ถ้าซ่อมได้ก็ควรซ่อม

    อาการ บูตเครื่องแล้วมีไฟที่หน้าเคสและไฟฟล็อบปี้ไดรฟ์ แต่จอมืดและทุกอย่างเงียบสนิท
    ให้ตรวจสอบที่การเชื่อมต่อระหว่างขั้วต่อสายไฟของเพาเวอร์ซัพพลายกับเมนบอร์ดถูกต้องหรือไม่ หลุดหลวมหรือเปล่าตรวจสอบสายแพที่เชื่อมต่อกับขั้วต่อ IDE ของฮาร์ดดิสก์, ฟล็อบปี้ดิสก์ และซีดีรอม ถูกต้องหรือไม่ หลุดหลวมหรือไม่
    ตรวจสอบการติดตั้งซีพียูว่าใส่ด้านถูกหรือไม่ ซีพียูเสียหรือไม่
    ตรวจสอบจัมเปอร์หรือดิปสวิทช์ และการเข้าไปเปลี่ยนแปลงค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าที่ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะค่าแรงดันไฟ Vcore

    อาการ ที่จอภาพแสดงข้อความผิดพลาดว่า HDD FAILURE
    ตรวจสอบการตั้งค่าในไบออสว่าถูกต้องหรือไม่
    ตรวจสอบขั้วต่อ IDE ว่ามีการเสียบผิดด้านหรือไม่ หลุดหลวมหรือเปล่า
    ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่าเสียหรือไม่ โดยเข้าไปในเมนูไบออส และใช้หัวข้อ IDE HDD Auto Detection ตรวจหาฮาร์ดดิสก์ ถ้าไม่เจอแสดงว่าฮาร์ดดิสก์มีปัญหาแต่หากเจอแสดงว่าฮาร์ดดิสก์ปกติดี

    อาการ เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาแล้วมีสัญญาณเตือนดัง บี๊บ...........บี๊บ
    ควรตรวจสอบแรมว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ ติดตั้งดีแล้วหรือยัง วิธีแก้ไขให้ถอดแล้วเสียบใหม่
    ตรวจสอบการติดตั้งการ์ดต่างๆ บนเมนบอร์ดว่าติดตั้งดีแล้วหรือยัง วิธีแก้ไขให้ถอดแล้วเสียบใหม่ ตรวจสอบซีพียูและการเซ็ตจัมเปอร์ว่าถูกต้องหรือไม่วิธีแก้ไขเซ็ตจัมเปอร์ใหม่โดยตรวจเช็คจากคู่มือเมนบอร์ด

    ตอบลบ
  3. สุดยอดลำโพง
    อัสซุสแอร์ 3 สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องเล่นไอพอด เอ็มพี 3 โน้ตบุ๊ก และ พีซี รับฟังวิทยุจากอินเทอร์เน็ตได้ทั่วโลก ลำโพงมาตรฐานไฮเดฟิเนชั่น สามารถแสดงวิดีโอหรือภาพในไอพอด ผ่านจอโทรทัศน์หรือจอแอลซีดี เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ได้ทั้งแบบไร้สายและระบบ แลน

    ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=200013&NewsType=1&Template=1
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552

    สุดยอดหูฟัง
    หูฟังไร้สายอัสซุสรุ่นแทรเวลไลต์ เอชเอส -1000 ดับเบิลยู ใช้งานง่ายแค่เสียบตัวรับสัญญาณผ่านพอร์ตยูเอสบี ก็รับสัญญาณไร้สาย ในระยะห่างจากตัวเครื่องได้ถึง 15-20 เมตร รับสัญญาณได้ไกลกว่าการใช้หูฟังทั่วไปถึง 2 เท่า แบตเตอรี่ลิเทียม-โพลิเมอร์ ใช้งานได้นานถึง 8 ชั่วโมง หูฟังพับเข้าด้านในช่วยให้พกสะดวกหรือใสกระเป๋าโน้ตบุ๊กได้ง่าย

    ที่มา http://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=200013&NewsType=1&Template=1
    สุดยอดหูฟัง
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2552

    ตอบลบ
  4. นักวิจัยมหิดลคิดค้นแบบจำลองช่วยผ่าตัดหัวใจสำเร็จครั้งแรกของโลก

    กรุงเทพฯ 4 มิ.ย.- นักวิจัยมหาวิทยาลัยมหิดลคิดค้นงานวิจัยแบบจำลองช่วยการผ่าตัดหลอดเลือดหัวใจสำเร็จครั้งแรกของโลก นำมาใช้รักษาผู้ป่วยได้จริงใน 5-10 ปีข้างหน้า ซึ่งจะช่วยลดจำนวนผู้ป่วยกลับมาผ่าตัดซ้ำ นอกจากนี้ ยังคิดค้นเครื่องมือควบคุมไอระเหยน้ำมันลดการสูญเสียพลังงานของชาตินับล้านบาท
    รศ.เบญจวรรณ วิวัฒนปฐพี รองหัวหน้าภาควิชาคณิตศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ผู้ทำการวิจัย เปิดเผยว่า ผลงานวิจัยแบบจำลองเพื่อช่วยการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจถือเป็นครั้งแรกของโลกที่มีการนำข้อมูลผู้ป่วยจริงในโรงพยาบาลศิริราช 50 คนไปทำแบบจำลองภาพ 3 มิติในโปรแกรมคอมพิวเตอร์ เพื่อให้แพทย์รักษาผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ได้ศึกษาปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นในหลอดเลือดที่ตีบตันก่อนผ่าตัดและช่วยให้แพทย์เข้าใจพฤติกรรมการไหลของเลือดในเส้นเลือดสู่หัวใจได้ถูกต้อง นำไปสู่การเลือกวิธีการผ่าตัดที่เหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแต่ละกรณี แบบจำลองดังกล่าวจะพิจารณาการบีบและคลายตัวของหัวใจที่มีผลต่อการไหลของเลือดและแรงดัน เก็บข้อมูลจากการนำผู้ป่วยผ่านเครื่องซีพีสแกน เพื่อสร้างหลอดเลือดจำลองเสมือนจริง 3 มิติ โดยผลงานวิจัยได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยมหิดล ใช้เวลาศึกษามาแล้ว 2 ปีๆ ละ 650,000 บาท ขณะนี้กำลังจดสิทธิบัตร ส่วนผลงานได้พิมพ์เผยแพร่ในวารสารทางการแพทย์ชั้นนำของโลก
    ที่มา www.mcot.net -สำนักข่าวไทย

    เรือดำน้ำลงถึงจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทร
    บีบีซี ออนไลน์ 4 มิ.ย. - เรือดำน้ำหุ่นยนต์ “นีรีอัส” ได้เดินทางถึงส่วนที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรแล้ว โดยลงไปที่ระดับความลึก 10,902 เมตร เมื่อวันที่ 31 พ.ค.ที่ผ่านมา บริเวณร่องลึกก้นสมุทรมาเรียนาใกล้เกาะกวมทางตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก “นีรีอัส” เป็นเรือดำน้ำลำแรกที่ยังอยู่ในประจำการที่สามารถดำลงไปลึกที่สุด และเป็นยานลำแรกที่สำรวจพื้นที่บริเวณนี้ตั้งแต่ปี 2541 เป็นต้นมา เรือลำนี้บังคับด้วยเครื่องบังคับจากระยะไกล ซึ่งผู้บังคับจะอยู่บนเรือที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ โดยส่งสัญญาณผ่านเคเบิลใยแก้วนำแสง และหากจำเป็นก็สามารถทำให้เรือดำน้ำสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระ การสำรวจครั้งนี้เป็นงานที่ท้าทาย เพราะที่ระดับความลึกเกือบ 11,000 เมตร ซึ่งลึกกว่าความสูงของยอดเขาเอเวอร์เรสต์กว่า 2 กิโลเมตร มีแรงกดสูงกว่าพื้นโลก 1,100 เท่า
    ก่อนหน้าการสำรวจ เคยมียานที่ลงไปลึกถึงระดับดังกล่าว 2 ครั้ง ยานลำแรกเป็นของบริษัทจากสวิตเซอร์แลนด์ในปี 2513 โดยมีมนุษย์เดินทางไปด้วย 2 คน สามารถลงไปถึงระดับความลึก 10,916 เมตร ใช้เวลาในการปฏิบัติภารกิจ 9 ชั่วโมง และสำรวจก้นมหาสมุทรเป็นเวลา 20 นาที ครั้งที่ 2 ในอีก 35 ปีต่อมา ญี่ปุ่นส่งยานบังคับจากระยะไกลชื่อ “ไคโกะ” ลงไปสำรวจถึงระดับความลึก 10,911 เมตร สามารถเก็บตะกอนก้นมหาสมุทรและถ่ายภาพสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาด เช่น ปลิงทะเลหน้าตาแปลก ๆ หนอนทะเลและกุ้งพันธุ์ใหม่
    ลักษณะการทำงานของยานสำรวจ “ไคโกะ” แตกต่างจากยาน “นีรีอัส” เพราะยานไคโกะต้องใช้สายเคเบิลในการควบคุมและส่งพลังงานหล่อเลี้ยง ส่วนยานนีรีอัสใช้เคเบิลใยแก้วนำแสงส่งสัญญาณควบคุมส่วนแหล่งพลังงานอยู่ในตัวยาน อีกทั้งมีความสามารถเคลื่อนที่ได้อย่างอิสระ ซึ่งด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดนี้จะทำให้นักวิทยาศาสตร์สามารถสำรวจพื้นที่ก้นทะเลได้กว้างขวางกว่ายานไคโกะ.

    ที่มา www.mcot.net -สำนักข่าวไทย

    ตอบลบ
  5. ส่งข่าวครั้งที่ 5
    ข่าวที่9

    ดิจิตอลกราฟฟิก

    ผลงานด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิก เริ่มได้รับความสนใจ จากคนรุ่นใหม่ ด้วยการนำเสนอที่น่าสนใจ และอิสระในการสร้างสรรค์ได้เต็มที่ เว็บไซต์ madoogoo.net จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่ สำหรับผู้ที่มองหาแนวคิด เพื่อสร้างงานใหม่รวมทั้งตัวอย่างผลงานของศิลปินต่างประเทศ อีกทั้งยังเสริมด้วยข่าวสาร ไอที ให้ผู้อ่านได้ update เพื่อตามโลกให้ทันกันอีกด้วย
    Update แนะนำเว็บไซต์ด้านคอมพิวเตอร์กราฟฟิกที่มีผลงานน่าสนใจที่ส่วนมากเป็นของนักสร่างสรรค์ต่างประเทศ IT News ความเคลื่อนไหวจากค่าย IT ใหญ่ โดยส่วนมากเน้นข่าวจากต่างประเทศ และ Tutorial ติวเข้มการสร้างงานคอมพิวเตอร์กราฟฟิก แนะนำเทคนิคง่ายๆโดยโปรแกรมแต่งรูปทั่วไป

    จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันอังคาร ที่ 12 พฤษภาคม 2552 หน้า 7



    ข่าวที่10
    รณรงค์ต่อต้านวัยรุ่นโพสต์รูปตัวเองเปลือยเป็นตราบาปตลอดชีวิต

    รัฐบาลของรัฐนิวเซาท์เวล ของออสเตรเลียได้เปิดเผยการรณรงค์ เพื่อต่อต้านความนิยมของเด็กวัยรุ่น โพสต์ภาพเปลือยหรือข้อความยั่วกามารมณ์ ในอินเทอร์เน็ต หรือการส่งตอๆกันไป โดยไม่เลือกหน้า ว่าอาจจะลงเอยด้วยการโดนถูกล่วงเกิน หรืถูกรังแกทางเพศได้ บรรดาพ่อแม่และโรงเรียนแห่งต่างๆในอเมริกา พากันรู้สึกวิตกที่เกิดการแพร่ระบาดภาพและข้อความเหล่านั้นทางโทรศัพท์มือถือ ที่มีกล้องถ่ายภาพและเครือข่ายทางสังคมมากขึ้น เจ้าหน้าที่ของรัฐกล่าวว่า เด็กหนุ่มสาวเหล่านั้น ไม่ได้คำนึงถึงผลของการกระทำของตนเอง คิดว่าเป็นเรื่องสนุกหรือทำเล่นๆ ที่ไม่มีอันตรายแต่อาจจะเกิดโทษขึ้นได้ หากตกไปถึงผู้ประสงค์ร้าย เขากล่าวต่อไปว่า มันจะน่าสะพรึงกลัวเพียงใดหากลองนึกถึงว่ารูปเหล่านี้ ออกออนไลน์ หรือไปถึงโทรศัพท์ของใครเข้าก็ไม่รู้ ณ ที่แห่งใดในโลก โดยที่ไม่อาจจะเก็บกู้หรืลบทิ้งได้ มันจะคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป ซึ่งอาจจะทำลายการงานอาชีพ หรือความสัมพันธ์ในอนาคตได้ จะกลายเป็นตราบาปติดตัวไปตลอดชีวิต พร้อมทั้งเปิดเผยว่าหน่วยงานเคยได้รับรายงาน ของเด็กหญิงอายุแค่ 13 ปี ส่งภาพล่อแหลมของตนไปให้แฟนทางโทรศัพท์มือถือ แล้วถูกส่งแจกจ่ายต่อไปสู่เพื่อนฝูงเมื่อเลิกกัน
    ในการสำรวจในสหรัฐ เมื่อปีกลายพบว่า เด็กวัยรุ่นมากถึง 1 ใน 5 ล้วนแต่เคยโพสต์ภาพเปลือย หรือกึ่งเปลือยของตนเองทางโทรศัพท์ ปรากฏว่ารูปถูกเอาไปติดประจาน หราอยู่หน้าโรงเรียน ถึงกับต้องฆ่าตัวตายด้วยความอับอาย

    จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2552 หน้า 7

    ตอบลบ
  6. (สาระความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน โศภนิศ นาดี )

    ผลไม้ที่มีสรรพคุณต้านทานโรค
    กล้วย(Banana)
    สรรคุณทางยา ผลกล้วยมีสรรพคุณช่วยรักษาอาการผิดปกติของร่างกายหลายๆอย่าง ไม่ว่าจะเป็นภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะความเป็นพิษในร่างกาย นอกจากนี้ผลกล้วยยังทำให้ปอดชุ่มชื้น และแก้กระหายน้ำได้เป็นอย่างดี
    ตำรับยาแผนโบราณ หากนำเอาเปลือกกล้วยสดมาต้มกับน้ำสำหรับดื่ม โดยสามารถที่จะต้มไว้ดื่มเป็นประจำได้ จะช่วยป้องกันไม่ให้ความดันโลหิตสูง หรือเป็นโรคเส้นโลหิตในสมองแตกได้ นอกจากนี้การรับประทานกล้วยชนิดใดก็ได้ แต่ถ้าเป็นกล้วยน้ำว้าจะยิ่งดีมาก เพียงวันละ 1-2 ผลเป็นประจำ จะช่วยป้องกันไม่เกิดโรคริดสีดวงทวาร แก้อาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี และถ้าหากเป็นไข้ตัวร้อนหรือมีอาการเจ็บคอ
    การรับประทานกล้วยสุกจะช่วยลดอาการไข้และอาการไอเรื้อรังได้ สามารถที่จะรักษาให้หายได้โดยการใช้กล้วยหอมสุกต้มกับน้ำตาลทราย แล้วรับประทานติดต่อกันได้นานจนกว่าจะหาย นอกจากนี้เปลือกและเนื้อกล้วยที่สุกงอมแล้ว สามารถที่จะนำมาทาพอกบริเวณส้นเท้าที่แตก เพื่อให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวตรงส่วนนั้นได้

    (สาระความรู้เกี่ยวกับภูมิปัญญาชาวบ้าน โศภนิศ นาดี )
    ………………………………………………

    ตอบลบ
  7. ปัจจุบันชุมชนในภาคอิสาน ยังมีการสืบทอดวิธีการผลิตเกลือแบบดั้งเดิมในรูปของการทำเกลือพื้นบ้าน ด้วยเทคโนโลยีแบบง่าย ๆ สามารถใช้วัสดุในท้องถิ่นที่มีอยู่มาใช้ในกระบวนการผลิต และเป็นที่น่าสนใจว่าในการจัดการบ่อเกลือของชุมชนจะให้ความสำคัญกับผลกระทบ ต่อสิ่งแวดล้อม โดยชาวบ้านจะกำหนดว่าไม่ให้ทิ้งดินเค็มออกนอกบริเวณบ่อ หรือต้องกองไว้กลางบ่อ นอกจากนี้ชาวบ้านยังให้ความสำคัญกับเกลือ ในฐานะที่เป็นทรัพยากรที่มีค่าและเชื่อว่ามีวิญญาณศักดิ์สิทธิ์คุ้มครองอยู่ จึงต้องมีพิธีกรรมในการไหว้ก่อนลงมือต้มเกลือทุกครั้ง โดย นางสาวกนกวรรณ มุมไธสง

    ตอบลบ
  8. ภูมิปัญาไทย
    การประคบสมุนไพรการประคบสมุนไพร
    การประคบสมุนไพร คือ การใช่สมุนไพรหลายอย่างมาโขลกแล้วห่อรวมกัน ส่วนใหญ่จะเป็นยาสมุนไพรที่มีนำมันหอมระเหย ซึ่งเมื่อถูกความร้อน จะระเหยออกมา เช่น ไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ตะไคร้ การบูร เป็นต้น เป็นวิธีการบำบัดรักษาของแพทย์แผนไทย จึงสามารถนำไปใช้ ควบคู่กับการนวดไทย โดยใช้การประ คบหลังจากการนวดไทย

    การประคบสมุนไพรมี 2 ชนิด
    1. ประคบเปียก

    2. ประคบแห้ง

    ประโยชน์การประคบสมุนไพร
    ๑. ช่วยให้เนื้อเยื่อพังผืดยึดตัวออก

    ๒. ลดการติดขัดของข้อต่อบริเวณที่ประคบ

    ๓. ลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อ

    ๔. บรรเทาอาการปวดเมื่อย

    ๕. ลดอาการบวมที่เกิดจากการอักเสบของกล้ามเนื้อ หรือ บริเวณข้อต่อต่างๆ

    ๖. ช่วยกระตุ้น หรือ เพิ่มการไหลเวียนของโลหิต



    ตัวยาสมุนไพรใช้ในการทำลูกประคบ
    ๑. เหง้าไพล 500 กรัม บรรเทาปวดเมื่อย ลดการอักเสบ

    ๒. ผิวมะกรูด 100 ขีด บรรเทาลมวิงเวียน

    ๓. ตะไคร้บ้าน 200 กรัม บรรเทาปวดเมื่อย ลดการอักเสบ

    ๔. ใบมะขาม 1 ขีด บรรเทาอาการคันตามร่างกาย บำรุงผิว

    ๕. ขมิ้นชัน 100 กรัม บรรเทาอาการฟกช้ำและช่วยรักษาเม็ดผดผื่นคันตามผิวหนัง

    ๖. ขมิ้นอ้อย 100 กรัม บรรเทาอาการฟกช้ำและช่วยรักษาเม็ดผดผื่นคันตามผิวหนัง

    ๗. ใบส้มป่อย 50 กรัม ช่วยบำรุงผิว ช่วยให้ผิวหนังสะอาด

    ๘. เกลือแกง 60 กรัม ช่วยดูดความร้อน และช่วยพาตัวยาผ่านซึมผิวหนังได้อย่างสะดวก

    ๙. การบูร 30 กรัม แต่งกลิ่น บำรุงหัวใจ แก้พุพอง

    ๑๐. พิมเสน 30 กรัม แต่งกลิ่น แก้พุพอง แก้หวัด

    อุปกรณ์การประคบสมุนไพร
    ๑. หม้อสำหรับนึ่งลูกประคบ

    ๒. ผ้าสำหรับห่อลูกประคบ

    ๓. เชือก

    ๔. เตา และ จานรองลูกประคบ



    วิธีการทำลูกประคบ
    ๑. ล้างเหง้าไพล ขมิ้นชัน ขมิ้นอ้อย ให้สะอาด ตะไคร้ ผิวมะกรูด หั่นแล้วพร้อมโขลกพอหยาบๆ

    ๒. นำใบมะขาม ใบส้มป่อย ตำผสมกับข้อ 1 แล้วใส่เกลือ การบูร พิมเสน คลุกให้เข้ากัน

    ๓. แบ่งตัวออกเป็น 3 ส่วน ใช้ผ้าห่อลูกประคบรัดด้วยเชือกให้แน่น

    ๔. นำลูกประคบไปนึ่งในหม้อ ครั้งละ 3 ลูก ประมาณ 15-20 นาที สับเปลี่ยนประคบบริเวณที่ต้องการ

    วิธีประคบผู้ป่วย
    ๑. ใช้ผ้าจับลูกประคบขณะร้อน ยกขึ้นจากปากหม้อ

    ๒. ใช้ลูกประคบแตะที่ท้องแขนตนเองทดสอบความร้อน

    ๓. ช่วงแรก แตะลูกประคบ และยกขึ้นโดยเร็ว จนกว่าลูกประคบจะคลายความร้อนลง

    ๔. จากนั้น จึงวางลูกประคบให้นานพอประมาณ แล้วกดเน้นบริเวณที่ต้องการ

    ๕. เปลี่ยนลูกประคบเมื่อเย็นลง

    ลักษณะประคบ ดูสังเกตลูกประคบว่ามีความร้อนมากหรือเปล่า ถ้ามีความร้อนต้องห่มผ้าขนหนูก่อน แล้วประคบ ตอนแรกห้ามประคบที่ใดที่หนึ่งนานๆ เพราะจะทำให้ผิวหนังผู้ป่วยพุพอง หรือผู้ป่วยตกใจอาจช็อกได้ เมื่อร้อนต้องประคบเร็วๆ คอยซักถามดูเรื่อยๆ แล้วค่อยช้าลง ถ้าไม่ร้อนเอาผ้าขนหนูออก

    ข้อห้าม หรือ ข้อจำกัดในการใช้ลูกประคบ
    ๑. ห้ามใช้ลูกประคบที่ร้อนเกินไป

    ๒. ควรใช้ผ้าขนหนูรองบริเวณผิวหนังอ่อนๆ หรือบาดเจ็บ

    ๓. ควรระวังผู้ป่วยที่เป็นเบาหวาน อัมพาต เด็ก ผู้สูงอายุเพราะการตอบสนองต่อความร้อนช้า

    ๔. ไม่ประคบกับกรณีการอักเสบ หรือ บวม ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก เพราะอาจบวมมากขึ้น ควรประคบด้วยนำเย็นก่อน

    ๕. หลังจากประคบ ไม่ควรอาบนำทันที่เพราะจะทำให้ตัวยาถูกล้างออกไป

    การเก็บรักษา
    ๑. ลูกประคบที่ทำครั้งหนึ่ง สามารถเก็บไว้ได้นาน 3-5 วันถ้าใส่ตู้เย็นสามารถเก็บได้ 7 วัน

    ๒. ควรผึ่งให้แห้งก่อนเก็บ ไม่ให้อับชื้น ถ้าเก็บในตู้เย็น จะเก็บได้นานมากขึ้น

    ๓. ลูกประคบที่แห้ง ก่อนใช้ควรพรมด้วยน้ำ หรือเหล้าขาว

    ๔. ลูกประคบที่มีสีเหลืองอ่อน หรือ จางลง แสดงว่าตัวยาในลูกประคบหมดสภาพแล้วจะใช้ไม่ได้ผล

    ๕. เมื่อต้องการจะนำไปใช้ใหม่ ต้องเปลี่ยนผ้าห่อลูกประคบผืนใหม่

    ๖. เวลาที่จะเก็บไว้ และเอามาใช้ใหม่ควรเติมเกลือ และพิมเสน การบูร อย่างละ 1ช้อนโต๊ะ

    หมวดหมู่: เรื่องทั่วไป
    คำสำคัญ: ประคบสมุนไพร
    สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ
    สร้าง: ส. 24 มี.ค. 2550 @ 10:23 แก้ไข: ส. 24 มี.ค. 2550 @ 11:08 ขนาด: 21747 ไบต์
    ที่มา http://gotoknow.org/blog/poompunyathai/86065

    ตอบลบ
  9. สองปีก่อน คุณผู้อ่านบางท่านอาจจะเคยผ่านตาเทคโนโลยีของโซนี่ทีมีชื่อว่า MotionPortrait ที่สามารถแปลงภาพถ่าย(ที่เป็นภาพนิ่ง) 2 มิติ ให้กลายเป็นแอนิเมชั่น 3D ที่สามารถทำให้เคลื่อนไหวได้ราวกับมีชีวิตกันมาบ้าง ซึ่งก็สร้างกระแสความสนใจจากทั่วโลกได้พอสมควร ก่อนที่จะเงียบๆ ไป

    เทคโนโลยีแปลงภาพนิ่งเป็น 3D มีชีวิต


    แต่จะด้วยเหตุผลกลใดไม่ทราบได้ ล่าสุดทางญี่ปุ่นได้มีการนำเทคโนโลยีนี้มาสาธิตด้วยการนำภาพของใบหน้าหญิงสาวที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากภาพ 2 มิติให้เป็นแอนิเมชั่น 3D มาใส่ลงบนใบหน้าของชายหนุ่มที่แสดงในคลิปวิดีโอข้างล่างนี้แทน ส่วนเรื่องราวจะเป็นอย่างไร ผมว่า คุณผู้อ่านคลิกชมเองดีกว่าครับ


    แล้วอาจจะงงๆ ขออนุญาตเฉลยเบื้องหลังของคลิปข้างบนดีกว่าครับ จากรายงานข่าวระบุว่า เทคโนโลยี MotionPortrait ทีสามารถสร้างแอนิเมชั่น 3D จากภาพถ่าย 2D นั้น ทางโซนี่ได้นำไปใช้กับกล้อง CyberShot แล้ว ซึ่งตัวอย่างผลงานก็อยู่ในคลิปวิดีโอที่นำมาฝากกันนั่นเอง ว่าแต่ใครอยากจะลองใช้ดูบ้างไหมบ้างครับ :p
    ที่มา http://hitech.sanook.com/technology/news_12776.php
    วันที่ 5 มิถุนายน 2552

    ตอบลบ
  10. ข่าวที่ 10
    ไมโครซอฟท์ เปิดฉาก สงครามเสิร์ชเอ็นจิ้นส่ง Bing ฟัดยักษ์กูเกิล
    ไมโครซอฟต์′ปล่อยหมัดเด็ด ส่งเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ "Bing" ลงสู่สนาม 3 มิ.ย.นี้ หวังเปิดศึกกับ′กูเกิล′ เบื้องต้นโฟกัส ช็อปปิ้ง, วางแผนเดินทาง, ข้อมูลด้านสุขภาพ

    ไมโครซอฟท์ เปิดฉาก สงครามเสิร์ชเอ็นจิ้นส่ง Bing ฟัดยักษ์กูเกิล


    ได้เวลาที่ไมโครซอฟท์เริ่มปล่อยหมัดเด็ดเจาะตลาดเสิร์ชอีกครั้ง ล่าสุดส่งเสิร์ชเอ็นจิ้นน้องใหม่ ภายใต้ชื่อ "Bing" เข้าสู่สนาม หวังกระตุกหนวดพี่ใหญ่ในวงการเสิร์ชอย่าง "กูเกิล"

    เอเอฟพีรายงานว่า ไมโครซอฟท์ประกาศเปิดตัวเสิร์ชเอ็นจิ้น "Bing" อย่างเป็นทางการบนเวทีงาน D : All Things Digital ณ สหรัฐ เมื่อปลายเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา โดยไมโครซอฟท์เสนอว่า Bing คือ "วิธีการใหม่สำหรับการเสิร์ชทางอินเทอร์เน็ต" โดยจะเปิดตัวให้บริการได้ตั้งแต่ 3 มิ.ย.นี้
    ที่มา http://hitech.sanook.com/technology/news_12755.php วันที่ 1 มิถุนายน

    ตอบลบ
  11. บริษัทญี่ปุ่นโชว์หุ่นยนต์ทำอาหาร
    บริษัทญี่ปุ่นนำหุ่นยนต์ 2 ตัวที่สามารถทำอาหารและทำครัวได้ด้วย มาสาธิตการทำอาหารและบริการในนิทรรศการเครื่องประกอบอาหารในกรุงโตเกียว หุ่นยนต์พ่อครัวต้นแบบ ที่เรียกว่าโรโบเชฟนี้ มาสาธิตการทำอาหารในงานอินเตอร์เนชันแนล ฟู้ด แมชีเนอรี แอนด์ เทคโนโลยี เอ็กซโป ที่กรุงโตเกียว เช่น เมนูแพนเค้ก ซูชิ และหั่นผัก ประเทศญี่ปุ่นใช้หุ่นยนต์สำหรับภาคอุตสาหกรรมเกือบครึ่งหนึ่งของจำนวน 800,000 ตัวทั่วโลก และเป็นตลาดหุ่นยนต์มูลค่า 10,000 ล้านดอลลาร์ในรอบทศวรรษ ขณะที่ประชากรสูงอายุมีจำนวนมากขึ้นและคนในวัยแรงงานมีจำนวนลดลง จึงมีแนวโน้มว่าความต้องการใช้หุ่นยนต์ทำครัวน่าจะมีมากขึ้น และเชื่อว่าหุ่นยนต์ก็สามารถทำอาหารเป็นสำหรับหุ่นยนต์ในนิทรรศการอาหารของญี่ปุ่นนี้ มีทั้งหุ่นยนต์ฝานแตงกวาและหั่นผัก รวมทั้งหุ่นยนต์โต๊ะสองล้อคล้ายรถเซกเวย์บริการเสิร์ฟถึงที่ ประธานบริษัทหุ่นยนต์ กล่าวว่า ในปัจจุบันแต่ละครอบครัวต่างก็มีรถยนต์ใช้งาน แต่ในอนาคตทุกครอบครัวจะต้องมีหุ่นยนต์คล้ายมนุษย์ที่เรียกว่าฮิวแมนนอยด์ที่สามารถช่วยงานทุกอย่างในบ้านได้ หุ่นยนต์ส่วนใหญ่ที่นำมาในงานเอ็กซโปครั้งนี้มาเพื่อสาธิตการทำงานเท่านั้น ยังไม่ได้จัดจำหน่าย ซึ่งผู้ผลิตคาดว่าหุ่นยนต์มีราคาประมาณ 180,000 ดอลลาร์ (6.3 ล้านบาท).



    ไมโครซอฟท์พัฒนาวิดีโอเกมใช้การขยับเขยื้อนของร่างกายเป็นตัวควบคุม

    ไมโครซอฟท์แอบซุ่มเงียบพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยให้การเล่นวิดีโอเกมเป็นไปอย่างสนุกสนานมากขึ้น โดยผู้เล่นจะใช้วิธีเคลื่อนไหวร่างกายควบคุมการเล่นได้อย่างอิสระ แทนที่จะใช้มือถือแป้นบังคับเช่นแต่ก่อน เป็นโครงการต้นแบบที่ใช้ชื่อว่า “นาทาล“ นาทาสเป็นโครงการของไมโครซอฟท์ ที่จะพัฒนาวิดีโอเกมในรูปแบบใหม่ โดยติดตั้งกล้องและระบบซอฟต์แวร์เอาไว้จดจำใบหน้าและเสียงของผู้เล่น เพื่อง่ายต่อการแยกแยะผู้เล่นในครั้งต่อไป เพียงแค่ผู้เล่นขยับเขยื้อนร่างกายไปตามเกมที่ปรากฏอยู่หน้าจอ ก็สามารถควบคุมเกมได้แล้ว ยกตัวอย่างการเล่นเกมแข่งรถ ผู้เล่นก็เพียงแค่ขยับแขนคล้ายกำลังควบคุมพวงมาลัยรถ ส่วนเกมต่อยมวย สเก็ตบอร์ด เตะฟุตบอล และเกมกีฬาอื่น ๆ ผู้เล่นก็เพียงแค่ขยับร่างกายไปตามเกมกีฬาแต่ละประเภทเครื่องเล่นวิดีโอเกม เอ็กซ์บ็อกซ์ 360 ที่ไมโครซอฟท์พัฒนาขึ้น สามารถใช้กับระบบ นาทาล ควบคู่ไปด้วยได้ ซึ่งจะทำให้การเล่นเกมเป็นไปอย่างสนุกสนาน ผู้เล่นสามารถใช้เสียงของตัวเองในการสั่งการ หรือติดต่อสื่อสารกับเพื่อนฝูงผ่านหน้าจอวิดีโอก็ได้
    -สำนักข่าวไทย
    นางสาวปิยรัตน์ ต่อสกุล

    ตอบลบ
  12. News Grad 9,10 Home work 5 นายพาสันติ์ เวทย์จรัส
    Axis เปิดตัวระบบกล้องวีดีโอบนเครือข่ายตระกูลใหม่กับ AXIS M10 Series
    Axis Communication ผู้นำเทคโนโลยีโซลูชั่นวีดีโอบนเครือข่ายประกาศเปิดตัวระบบกล้องวีดีโอบนเครือข่ายตระกูลล่าสุดกับ “Axis M10 Series” โดย AXIS M10 ทุกรุ่นถูกออกแบบให้มีขนาดเพียง 10 ซม.เพื่อให้ที่เหมาะสำหรับการใช้งานใน ร้านอาหาร โรงแรม หรือแม้กระทั่งออฟฟิศที่ต้องการความปลอดภัยขั้นสูงโดยไม่กระทบต่อทัศนียภาพของตัวอาคาร Axis M10 Series มีเทคโนโลยีการจัดเก็บภาพระดับชั้นนำในรูปแบบ H.264 ที่ให้ความละเอียดของภาพได้สูงมากกว่ารูปแบบอื่น รวมถึงระบบไวร์เลส (IEE 802.11g) และระบบตรวจจับความร้อน (PIR) เพื่อจับทุกความเคลื่อนไหว แม้กระทั่งในยามดึกโดยไม่จำเป็นต้องมีผู้เฝ้าระวัง และสามารถส่งภาพของทุกเหตุการณ์ เข้าสู่ PDA หรือ Pocket PC ของผู้ใช้ได้ทันที ทำให้ผู้ใช้สามารถวางใจให้ Axis M10 Series เฝ้าสถานที่ได้อย่างไร้กังวล โดย AXIS M10 Series ประกอบไปด้วยรุ่น M1011, M1011-W และ M1031-W โดยผู้สนใจสามารถเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.axis.com
    แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/589545/ วันที่ 11 มิ.ย. 52
    ******************************************************************************************
    สุดยอดโซลูชั่นซูเปอร์คอมพิวเตอร์ มาเธอร์บอร์ดเวิร์คสเตชั่น ASUS P6T7 WS SuperComputer
    ASUS P6T7 WS SuperComputer โซลูชั่นประมวลผลระบบขนานที่ล้ำยุคและทรงประสิทธิภาพที่สุดในปัจจุบัน ติดตั้งมาพร้อมกับ 7 PCI-E Gen2 x16 slot ได้รับการรับรองในระดับ NVIDIA Tesla GPU สามารถรองรับการ์ด NVIDIA Tesla ได้ถึง 3 ชุด และการ์ด NVIDIA Quadro 1 ชุด อีกทั้งคอร์ประมวลผลแบบขนาน 960 คอร์ ช่วยให้มีพลังงานในการประมวลผลสูง 4 เทราฟล็อป ส่งผลให้ความเร็วในการประมวลผลสูงขึ้นถึง 250 เท่า พร้อมทั้งยังสนับสนุน 3-way SLI และ CrossFireX เพื่อเพิ่มคุณภาพกราฟิกและประสิทธิภาพโดยรวมของมาเธอร์บอร์ด นอกจากนั้นแล้วยังช่วยประหยัดพลังงานและเพิ่มอายุการใช้งานให้ยาวนานขึ้นโดยไม่ต้องกังวลกับความร้อนที่มาจากการทำงานของ VRM module อีกต่อไป
    พบกับ ASUS P6T7 WS SuperComputer มาเธอร์บอร์ดที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านกราฟิกและการใช้งานขั้นสูงของลูกค้าได้เป็นอย่างดี ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านคุณ

    แหล่งที่มา http://www.ryt9.com/s/prg/589545/
    วันที่ 11 มิ.ย. 52

    ตอบลบ
  13. ภูมิปัญญาชาวบ้าน
    การจักสานสุ่มไก่ ศึกษาที่บ้านนายเหมือน วงศ์ศรี บ้านเลขที่ 12/4 หมู่ 7 บ้านอีโค ต.หนองแจ้งใหญ่ อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ปัจจุบันประกอบอาชีพทำนา ใช้เวลาว่างในการประกอบอาชีพเสริมโดยการสานสุ่มไก่เป็นอาชีพเสริมหลังการทำนา

    โดยมีวิธีการและขั้นตอนการจักสานสุ่มไก่ดังนี้

    1.การจักตอกไผ่
    1.1ใช้เลื่อยตัดข้อปล้องแรกของไผ่ออกทิ้งเพื่อการผ้าไผ่ได้สะดวก
    1.2ผ่าไม้ไผ่ออกมาเป็นเส้น ๆ
    1.3 จักตอกไผ่เป็นตอกยืน ตอกยาว และตอกไผ่ตีน ( ส่วนข้อไผ่ที่มีตาไผ่) ความตอกของไผ่แต่ละแบบโดยประมาณ คือ ตอกยืน 1.3-1.7 ซม. ตอกยาว 0.8 ซม. ตอกไผ่ตีน 1.6-2.0 ซม.ซึ่งไผ่หนึ่งลำเหลาจักตอกได้ตอดยืน ใช้สานสุ่มไก่ได้ 1 ใบ และตอกยาวสานสุ่มไก่ได้ 2 ใบ
    1.4 สานที่เป็นข้อไผ่ นำมาเหลาเป็นตะขอข้อไผ่หลักหมุดยึดหัวสุ่มเพื่อไม่ให้สุ่มขยับเขยือน
    ในขณะที่สานขึ้นรูป

    2.การสานสุ่มไก่
    2.1เริ่มจากสานตอกยาวและตอกยืนเป็นหัวสุ่มแบบลายขัด
    2.2ใช้ค้อนตอกตะขอข้อไผ่หลักหมุดยึดหัวสุ่ม บนพื้นดิน เพื่อยึดสุ่มไก่ไว้ในการสานขึ้นรูป
    2.3ใช้ตอกยาวสานรอบๆสุ่มไก่เพื่อเพื่อขึ้นรูปลายหนึ่ง (ยกหนึ่งข้ามหนึ่ง) โยเริ่มจุดเริ่มต้นของตอกยาวแต่ละเส้นเปลี่ยนตำแหน่งไปเรื่อย ๆ เพื่อให้สุ่มไก่ได้รูปทรงกลม
    2.4 สานตีนสุ่มไก่โดยใช้ตอกไผ่ตีนประมาณ 5 เส้น
    2.5ใช้เลื่อยคันธนูเลื่อยตัดส่วนตอกยืนที่ยื่นยาวตีนสุ่มไก่ทิ้งไป




    นางสาวปิยรัตน์ ต่อสกุล

    ตอบลบ
  14. ความคิดเห็นนี้ถูกผู้เขียนลบ

    ตอบลบ
  15. นักระบาดวิทยาอังกฤษแนะวิธีรับมือการระบาดของโรคติดเชื้อ
    เนื่องจากจำนวนประชากรโลกที่เพิ่มมากขึ้นในทุกปี ประกอบกับการพัฒนาเทคโนโลยีการบินที่ทำให้ผู้โดยสารเดินทางได้อย่างสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้นนั้น ส่งผลให้ผู้คนทั่วไปนิยมการเดินทางมากขึ้น สิ่งเหล่านี้นับได้ว่าเป็นปัจจัยที่สำคัญปัจจัยหนึ่งต่อการแพร่กระจายของโรคระบาดในปัจจุบัน ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นได้ง่าย รวดเร็ว และกระจายได้ทั่วทุกมุมโลก ซึ่งโดยทั่วไป การระบาด แบ่งได้เป็น 3 ระยะ ได้แก่
    1. ระยะ establishment ในระยะนี้จะยังไม่พบการระบาดแต่เป็นช่วงการสะสมผู้ติดเชื้อ
    2. ระยะ exponential ซึ่งมีการระบาดสูงสุด
    3. ระยะ endemicity คือ มีจำนวนผู้ไวต่อเชื้อน้อยลง และปรับเข้าสู่สมดุล
    ศ.ดร.รอย กล่าวว่า สิ่งที่ควรเร่งดำเนินการเมื่อเกิดการระบาด คือ การหาแหล่งที่มาของการระบาดให้เร็วที่สุดและป้องกันการแพร่ระบาดไปยังพื้นที่ข้างเคียงและไปยังนานาประเทศ โดยเฉพาะเมื่อโรคดังกล่าวยังไม่มีวัคซีนป้องกัน ทั้งนี้สามารถประยุกต์ใช้โมเดลทางคณิตศาสตร์เพื่อช่วยในการจำลองการระบาดและการควบคุมโรคได้
    นอกจากนี้โรคติดเชื้อที่ยังคงต้องเฝ้าระวังการระบาดได้แก่ โรคที่เกิดจากเชื้อไข้หวัดใหญ่ ซึ่งโดยปกติแล้วเชื้อประเภทนี้มีความหลากหลายของพันธุกรรมสูง และพบได้ทั่วไปในนกและมนุษย์ และไวรัสส่วนใหญ่ไม่อันตรายถึงแก่ชีวิต อย่างไรก็ตาม เชื้อไข้หวัดใหญ่สามารถกลายพันธุ์และกลายเป็นโรคระบาดในมนุษย์ได้ โดยมีความเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดไปทั่วโลก และมีอัตราการตายสูง
    http://www.nstda.or.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=1393&Itemid=66

    ตอบลบ
  16. 4ภูมิปัญญาท้องถิ่น


    สมุนไพรใกล้ตัวภูมิปัญญาชาวบ้าน
    ช้าพลู
    ช้าพลู มีชื่อพื้นบ้านเรียกได้หลายชื่อ เช่น อีเลิศ (อีสาน) พลู (จันทบุรี ) พลูเพลิงนก (เชียงใหม่ ) และ นมวา (ภาคใต้ )จัดเป็นไม้ล้มลุก ลำต้นตั้งตรง มีรากงอกตามข้อแตกหน่อใหม่ได้ตรงข้อ ใบเป็นใบเดี่ยวออกสลับใบ ส่วนล่างของลำต้นรูปไข่ปนหัวใจ มีเส้นใบ 5-7 เส้น ใบของลำต้นส่วนบน รูปขอบขนาน เส้นใบ 3 เส้น ปลายใบแหลม ดอกเป็นช่อเชิงลด ช่อดอกเพศผู้ เพศเมียแยกต้น ดอกเพศผู้มีใบประดับสีขาวติดอยู่ที่โคนก้านดอกไม่มีกลีบเลี้ยงกลีบดอกมีเกสรตัวผู้ 1 – 10 อัน ส่วนใหญ่พบ 2 อัน ดอกเพศเมียมีใบประดับที่โคนดอกไม่มีกลีบเลี้ยงหรือกลีบดอกมีรังไข่ 1 อัน ผลสดแบบเบอร์รี่ ระยะเวลาออกดอกเดือนมีนาคม – กันยายน พบตามที่ชื้น นิยมนำใบอ่อนมารับประทานเป็นผักกับอาหารรสจัด เช่น ลาบ น้ำพริกปลาป่น เมี่ยงคำ ฯลฯ นอกจากนี้ยังนิยมนำมาใส่แกงอ่อมต่างๆ เช่น แกงอ่อมหอย แกงหน่อไม้ หรือห่อหมก เพื่อเพิ่มกลิ่นให้อาหารน่ารับประทานมากขึ้น
    สรรพคุณทางยาสมุนไพร : ใบ มีรสเผ็ด ทำให้เจริญอาหาร ทำให้เสมหะงวดแห้ง ต้น รสเผ็ดเล็กน้อย แก้เสมหะในทรวงอก ขับเสมหะ แก้ท้องอืด รักษาโรคเบาหวาน ราก ขับเสมหะ แก้ธาตุพิการ บำรุงธาตุ ท้องอืด แก้ท้องเฟ้อ ขับลม แก้บิด ผล รสเผ็ดเล็กน้อยขับเสมหะในลำคอ เป็นส่วนผสมของยารักษาโรคหืด
    ข้อควรระวังในการใช้ : ไม่ควรบริโภคบ่อยนักเพราะจะทำให้การทำงานของร่างกายเสียสมดุล

    แหล่งที่มา : พ่อทองดี บุราณรมย์ อำเภอบัวใหญ่บ้านโนนกระพี้ จังหวัดนครราชสีมา

    ตอบลบ
  17. นักสัตววิทยาชี้ "จิ้งจกสีแดง" อาจเกิดจากการกลายพันธุ์
    จากกรณีที่ชาวบ้าน อ.เสนา จ.พระนครศรีอุยธยา ได้พบจิ้งจกที่มีผิวหนังสีแดงทั้งตัว นิ้วตีนทั้งสี่ข้างต่างมี 5 นิ้ว การเคลื่อนที่ช้า และเมื่อนำมาใส่ไว้ในตู้กระจก ก็ไม่เกิดการเปลี่ยนสีผิวเพื่อเป็นการพรางตัวให้กลมกลืนกับสภาพแวดล้อมรอบตัว ซึ่งต่างจากจิ้งจกบ้านปกติทั่วไปนั้น รศ.ดร.สมโภชน์ ศรีโกสามาตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และที่ปรึกษาฝ่ายวิชาการศูนย์สื่อสารวิทยาศาสตร์ไทย สวทช. กล่าวว่า ในเบื้องต้นยังไม่สามารถบอกได้แน่ชัดว่ามีสาเหตุจากอะไร แต่แนะนำให้ผู้เป็นเจ้าของเลี้ยงต่อไปเพื่อศึกษาพฤติกรรม
    “ในเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดมาจากการกลายพันธุ์ เนื่องจากความผิดปกติของยีนที่ควบคุมลักษณะของสีผิว หรือเป็นผลจากอุณหภูมิของอากาศที่เพิ่มสูงขึ้นในปัจจุบัน เนื่องจากผลการศึกษาที่ผ่านมาพบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นไม่เพียงส่งผลให้อัตราส่วนของจิ้งจกตัวผู้เพิ่มสูงขึ้นเท่านั้น แต่ยังพบหลักฐานว่าจิ้งจกที่อาศัยอยู่ใกล้ตู้อบที่มีอุณหภูมิสูง จะทำให้ผิวหนังจิ้งจกมีสีแดงผิดปกติด้วย ส่วนกรณีที่จิ้งจกสีแดงที่พบมีนิ้วตีนห้านิ้วนั้น ถือเป็นเรื่องปกติที่พบได้ในธรรมชาติ แต่นิ้วที่ห้ามักจะมีขนาดเล็ก ทำให้มองไม่ค่อยเห็น” รศ.ดร.สมโภชน์ กล่าวว่า จิ้งจกแดงที่พบเป็นสายพันธุ์จากต่างประเทศหรือไม่นั้น จากการตรวจสอบเบื้องต้นยังไม่พบลักษณะเดียวกันนี้ ส่วนจะเป็นจิ้งจกสายพันธุ์ใหม่หรือไม่จะต้องมีการศึกษาอย่างละเอียดต่อไป เนื่องจากจิ้งจกสีแดงที่พบมีเพียงแค่ตัวเดียว ทั้งนี้ข้อแนะนำที่ดี คือ ให้ผู้ที่เป็นเจ้าของเลี้ยงต่อไป พร้อมทั้งสังเกตพฤติกรรมความเป็นอยู่ โดยเฉพาะการขยายพันธุ์ เนื่องจากสัตว์ที่เกิดการกลายพันธุ์มักจะเป็นหมัน แต่ถ้าสามารถผสมพันธุ์มีลูกหลานได้ ก็ต้องติดตามดูว่ารุ่นต่อๆ ไป จะมีสีผิวหนังเป็นเช่นไร จะเป็นสีแดงเช่นเดียวกันหรือไม่ ถือได้ว่าเป็นการศึกษาลักษณะทางพันธุกรรมในรุ่นลูกหลานต่อไปด้วย
    http://www.nstda.or.th/th/index.php?option=com_content&task=view&id=1392&Itemid=66

    ตอบลบ
  18. ข่าวชิ้นที่ 5 ( วันที่ 2552 ) นางทิวากร สังแก้ว
    การแปลงขยะให้เป็นทอง
    การผลิตและการใช้ประโยชน์ปุ๋ยอินทรีย์จากขยะสดบ้านเรือน(ใช้ปุ๋ยบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น) กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการผลิตสารเร่ง พด.6 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการหมักและย่อยสลายขยะสด โดยการแปรรูปให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และยังสามารถใช้สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นเป็นการช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และนำไปใช้ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต ให้กับต้นไม้บริเวณบ้านเรือน โดยมีวิธีการนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้ คือ
    การทำความสะอาดบริเวณพื้นบ้านเรือน โดยทำการผสมปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 1 ส่วน ต้อน้ำ 100 ส่วน แล้วทำการราดลงบริเวณที่สกปรกให้ทั่วทุกวัน
    ส่วนผสมในการทำ เศษอาหารในครัวเรือน 15 กิโลกรัม , น้ำตาล 5 กิโลกรัม , น้ำ 5 ลิตร , สารเร่ง พด.6 1 ซอง(25กรัม)
    วิธีทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
    นำเศษวัสดุและน้ำตาลผสมลงในถุงไนลอน ซึ่งรองอยู่ในถังหมัก ละลายสารเร่ง พด.6
    ในน้ำ 5 ลิตร แล้วเทตามลงไปในถังหมัก คลุกเคล้าหรือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิท ตั้งทิ้งไว้ในร่ม ใช้เวลา 20วัน พอเสร็จวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เราก็นำปุ๋ยอินทรีย์น้ำมาใส่ขวดพลาสติก ปิดฝาไว้ และเก็บในที่ร่ม เพื่อสำหรับใช้ประโยชน์ต่อไป
    …………………………………………………………………………………………………….
    เทคโนโลยีกังหันลม
    พลังงานลมเป็นพลังงานขากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่า “กังหันลม” เป็นตัวสกัดกั้นพลังงานจลน์ของกระแสลม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานกล จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์ เช่น สูบน้ำ หรือใช้ผลิตไฟฟ้า
    กังหันลมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ กังหันลมแนวนอน และกังหันลมแนวตั้ง
    กังหันลมแนวนอน เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขานกับทิศทางของลมโดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากหับแรงลม มีอุปกรณ์ควบคุมกังหันให้หันไปตามทิศทางของกระแสลม เรียกว่า หางเสือ
    กังหันลมแนมตั้ง เป็นกังหันลมที่มีขนาดแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ซึ่งทำให้สามารถรับลมในแนวราบได้ทุกทิศทาง
    กังหันลมกับการผลิตไฟฟ้า เมื่อมีลมพัดผ่านใบกังหัน พลังงานจลน์ที่เกิดจากลมจะทำให้ใบพัดของกังหันเกิดการหมุน และได้เป็นพลังงานกลออแกมา พลังงานกลจากแกนกมุนของกังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของกังหันลม จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบควบคุมไฟฟ้า และจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต่อไป โดยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

    ภูมิปัญญาชาวบ้าน นางทิวากร สังแก้ว
    แคบ้าน
    แคบ้านเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีดอกสีขาว หรือบางพันธุ์มีสีแดงอมม่วง นิยมส่วนของดอกที่ยังไม่บานมารับประทาน โดยจะดึงเอาเกสรเพศเมียสีเหลืองอ่อนออกก่อน เพราะส่วนของเกสรจะทำให้ดอกแคนั้นมีรสขม นิยมนำส่วนยอดอ่อนและฝักอ่อนมาจิ้มเป็นผักสด หรือต้มลวกรับประทานกับน้ำพริกก็ได้ หากราดด้วยน้ำกะทิเพิ่มด้วย จะทำให้มีรสชาติดีขึ้น นอกจากนี้ดอกยังนำมาปรุงใส่แกงต่างๆ แกงส้ม แกงคั่ว แกงจืด หรือผัดกับกุ้งก็ได้ สำหรับส่วนที่นำมาเป็นยา ได้แก่ ดอก ยอดอ่อน และฝักอ่อน โดยมีสารเคมีและสารอาหารสำคัญ คือ ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ซี บี1 บี2 โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และใยอาหาร
    สรรพคุณทางยาและวิธีใช้
    1. แก้ไข้หัวลม แก้ร้อนใน
    วิธีใช้ นำส่วนของยอดแคอ่อนหรือดอกแคไม่แกะไส้ นำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงหรือลวกเป็นผักจิ้ม เพื่อเป็นการรักษาอาการได้เลย
    2. แก้ท้องเดิน
    วิธีใช้ ใช้เปลือกต้นแคปิ้งไฟ ต้มกับน้ำหรือน้ำปูนใส 10 ส่วน รับประทาน 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
    3. แก้แผลมีหนอง
    วิธีใช้ ใช้เปลือกต้นแคที่แก่ๆ ตากแห้ง ฝนกับน้ำสะอาดหรือน้ำปูนใส ทาแผล เช้า – เย็น ก่อนทาควรใช้น้ำต้มเปลือกแคล้างแผลก่อนจะช่วยให้แผลหายไวขึ้น
    4. ยาล้างแผล
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแคต้มกับน้ำเดือดนาน 15 นาที เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ล้างแผลวันละ 3 ครั้ง
    5. แก้บิด แก้ท้องเสีย
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแค 2 – 3 ชิ้น ขนาดเท่าฝ่ามือ ต้มกับน้ำเดือดประมาณ 15 นาที โดยใช้น้ำ 2 – 3 ขัน ใช้หม้อดินต้ม กินยาขณะยังอุ่นอยู่ กิน 1 – 2 แก้ว วันละ 3 เวลา
    6. แก้ฟกช้ำ
    วิธีใช้ ใช้ใบสดตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่ฟกช้ำ
    7. ปวดฟัน รำมะนาด
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแคต้ม ใส่เกลือให้เค็มจัด นำมาต้ม
    8. ตานขโมย
    วิธีใช้ นำส่วนของยอดแคอ่อน ดอกแคไม่แกะไส้ เปลือกต้นแค ใบสดและราก อย่างละ 1 กำมือ ใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5 – 10 นาที กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณครึ่งเดือน

    ตอบลบ
  19. ข่าวชิ้นที่ 5 ( วันที่ 6 มิถุนายน 2552 ) นางทิวากร สังแก้ว
    การแปลงขยะให้เป็นทอง
    การผลิตและการใช้ประโยชน์ปุ๋ยอินทรีย์จากขยะสดบ้านเรือน(ใช้ปุ๋ยบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็น) กรมพัฒนาที่ดินได้ดำเนินการผลิตสารเร่ง พด.6 ซึ่งมีประสิทธิภาพในการหมักและย่อยสลายขยะสด โดยการแปรรูปให้เป็นปุ๋ยอินทรีย์น้ำ และยังสามารถใช้สารบำบัดน้ำเสียและขจัดกลิ่นเหม็นเป็นการช่วยลดผลกระทบที่มีต่อสิ่งแวดล้อม และนำไปใช้ในการส่งเสริมการเจริญเติบโต ให้กับต้นไม้บริเวณบ้านเรือน โดยมีวิธีการนำไปใช้ประโยชน์ได้ ดังนี้ คือ
    การทำความสะอาดบริเวณพื้นบ้านเรือน โดยทำการผสมปุ๋ยอินทรีย์น้ำ 1 ส่วน ต้อน้ำ 100 ส่วน แล้วทำการราดลงบริเวณที่สกปรกให้ทั่วทุกวัน
    ส่วนผสมในการทำ เศษอาหารในครัวเรือน 15 กิโลกรัม , น้ำตาล 5 กิโลกรัม , น้ำ 5 ลิตร , สารเร่ง พด.6 1 ซอง(25กรัม)
    วิธีทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ
    นำเศษวัสดุและน้ำตาลผสมลงในถุงไนลอน ซึ่งรองอยู่ในถังหมัก ละลายสารเร่ง พด.6
    ในน้ำ 5 ลิตร แล้วเทตามลงไปในถังหมัก คลุกเคล้าหรือคนให้ส่วนผสมเข้ากัน ปิดฝาไม่ต้องสนิท ตั้งทิ้งไว้ในร่ม ใช้เวลา 20วัน พอเสร็จวิธีการทำปุ๋ยอินทรีย์น้ำ เราก็นำปุ๋ยอินทรีย์น้ำมาใส่ขวดพลาสติก ปิดฝาไว้ และเก็บในที่ร่ม เพื่อสำหรับใช้ประโยชน์ต่อไป
    …………………………………………………………………………………………………….
    เทคโนโลยีกังหันลม
    พลังงานลมเป็นพลังงานขากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ โดยอาศัยเครื่องมือที่เรียกว่า “กังหันลม” เป็นตัวสกัดกั้นพลังงานจลน์ของกระแสลม แล้วเปลี่ยนเป็นพลังงานกล จากนั้นนำพลังงานกลมาใช้ประโยชน์ เช่น สูบน้ำ หรือใช้ผลิตไฟฟ้า
    กังหันลมสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ชนิด คือ กังหันลมแนวนอน และกังหันลมแนวตั้ง
    กังหันลมแนวนอน เป็นกังหันลมที่มีแกนหมุนขานกับทิศทางของลมโดยมีใบพัดเป็นตัวตั้งฉากหับแรงลม มีอุปกรณ์ควบคุมกังหันให้หันไปตามทิศทางของกระแสลม เรียกว่า หางเสือ
    กังหันลมแนมตั้ง เป็นกังหันลมที่มีขนาดแกนหมุนและใบพัดตั้งฉากกับการเคลื่อนที่ของลมในแนวราบ ซึ่งทำให้สามารถรับลมในแนวราบได้ทุกทิศทาง
    กังหันลมกับการผลิตไฟฟ้า เมื่อมีลมพัดผ่านใบกังหัน พลังงานจลน์ที่เกิดจากลมจะทำให้ใบพัดของกังหันเกิดการหมุน และได้เป็นพลังงานกลออแกมา พลังงานกลจากแกนกมุนของกังหันลมจะถูกเปลี่ยนรูปไปเป็นพลังงานไฟฟ้า โดยเครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่เชื่อมต่ออยู่กับแกนหมุนของกังหันลม จ่ายกระแสไฟฟ้าผ่านระบบควบคุมไฟฟ้า และจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ระบบต่อไป โดยปริมาณไฟฟ้าที่ผลิตจะขึ้นอยู่กับความเร็วของลม ความยาวของใบพัด และสถานที่ติดตั้งกังหันลม

    ภูมิปัญญาชาวบ้าน นางทิวากร สังแก้ว
    แคบ้าน
    แคบ้านเป็นไม้ยืนต้นขนาดเล็กถึงขนาดกลาง มีดอกสีขาว หรือบางพันธุ์มีสีแดงอมม่วง นิยมส่วนของดอกที่ยังไม่บานมารับประทาน โดยจะดึงเอาเกสรเพศเมียสีเหลืองอ่อนออกก่อน เพราะส่วนของเกสรจะทำให้ดอกแคนั้นมีรสขม นิยมนำส่วนยอดอ่อนและฝักอ่อนมาจิ้มเป็นผักสด หรือต้มลวกรับประทานกับน้ำพริกก็ได้ หากราดด้วยน้ำกะทิเพิ่มด้วย จะทำให้มีรสชาติดีขึ้น นอกจากนี้ดอกยังนำมาปรุงใส่แกงต่างๆ แกงส้ม แกงคั่ว แกงจืด หรือผัดกับกุ้งก็ได้ สำหรับส่วนที่นำมาเป็นยา ได้แก่ ดอก ยอดอ่อน และฝักอ่อน โดยมีสารเคมีและสารอาหารสำคัญ คือ ฟอสฟอรัส แคลเซียม เหล็ก เบต้าแคโรทีน วิตามินเอ ซี บี1 บี2 โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และใยอาหาร
    สรรพคุณทางยาและวิธีใช้
    1. แก้ไข้หัวลม แก้ร้อนใน
    วิธีใช้ นำส่วนของยอดแคอ่อนหรือดอกแคไม่แกะไส้ นำมาปรุงเป็นอาหาร เช่น แกงหรือลวกเป็นผักจิ้ม เพื่อเป็นการรักษาอาการได้เลย
    2. แก้ท้องเดิน
    วิธีใช้ ใช้เปลือกต้นแคปิ้งไฟ ต้มกับน้ำหรือน้ำปูนใส 10 ส่วน รับประทาน 1 – 2 ช้อนโต๊ะ
    3. แก้แผลมีหนอง
    วิธีใช้ ใช้เปลือกต้นแคที่แก่ๆ ตากแห้ง ฝนกับน้ำสะอาดหรือน้ำปูนใส ทาแผล เช้า – เย็น ก่อนทาควรใช้น้ำต้มเปลือกแคล้างแผลก่อนจะช่วยให้แผลหายไวขึ้น
    4. ยาล้างแผล
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแคต้มกับน้ำเดือดนาน 15 นาที เติมเกลือเล็กน้อย ใช้ล้างแผลวันละ 3 ครั้ง
    5. แก้บิด แก้ท้องเสีย
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแค 2 – 3 ชิ้น ขนาดเท่าฝ่ามือ ต้มกับน้ำเดือดประมาณ 15 นาที โดยใช้น้ำ 2 – 3 ขัน ใช้หม้อดินต้ม กินยาขณะยังอุ่นอยู่ กิน 1 – 2 แก้ว วันละ 3 เวลา
    6. แก้ฟกช้ำ
    วิธีใช้ ใช้ใบสดตำให้ละเอียดพอกบริเวณที่ฟกช้ำ
    7. ปวดฟัน รำมะนาด
    วิธีใช้ ใช้เปลือกแคต้ม ใส่เกลือให้เค็มจัด นำมาต้ม
    8. ตานขโมย
    วิธีใช้ นำส่วนของยอดแคอ่อน ดอกแคไม่แกะไส้ เปลือกต้นแค ใบสดและราก อย่างละ 1 กำมือ ใส่น้ำท่วมยา ต้มให้เดือดนาน 5 – 10 นาที กินวันละ 3 ครั้งๆละ 1 ช้อนโต๊ะ ประมาณครึ่งเดือน

    ตอบลบ
  20. ภูมิปัญญาไทยปัจจัยสี่ ด้านอาหาร
    การทำเหล้าสาโท

    อุปกรณ์ที่ใช้ทำเหล้าสาโท
    1. ข้าวเหนียว 3 ขันกลาง (นิยมนำข้าวเก่ามาทำ)
    2. ต่อแป้ง 1 หรือ 1.5- 2 ก้อน ถ้าต้องการเหล้าแก่ๆ ก็ใส่เพิ่มได้อีก แป้งเหล้าสาโท นิยมซื้อจากแหล่งอื่นมีคนนำมาขายให้ตากหากบางแห่งผสมสมุนไพรหลายชนิด
    3. ไหหรือโอ่งมังกรล้างให้สะอาด
    4. น้ำฝนสะอาด
    5. โบมหรือกระด้งส่ายข่าว
    ขั้นตอนการทำ
    1. นำข้าวเหนียวมาแช่น้ำประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง
    2. นำมานึ่งข้าวเหนียวจนสุก เมื่อสุกแล้วส่ายทิ้งไว้จนเย็น
    3. เมื่อเย็นแล้วนำแป้งสาโทมาบดให้ละเอียดแล้วโรยบนข้าวเหนียวที่เย็นแล้ว
    4. นำใส่ไหหรือโอ่งมังกรทิ้งไว้ประมาณ 3-4 วัน
    5. เติมน้ำฝนประมาณ 3-5 ขัน โดยก่อนเทน้ำให้นำใบตองรองบนข้าวเพื่อไม่ให้ข้าวแตกทิ้งไว้ประมาณ 2-3 วันก็นำมากินได้
    ข้อดี
    1. ช่วยบำรุงเลือดสร้างความอบอุ่นแก่ร่างกาย
    2. บำรุงกำลัง
    3. กินแต่พอดีช่วยเจริญอาหาร
    ข้อเสีย
    1. กินมากทำให้เมาจำบ้านไม่ได้
    2. ควบคุมสติไม่ได้ อาจถึงตายได้

    แหล่งที่มา คุณพ่อเอก สาอุตม์ บ้านสระครก ตำบลหนองบัวสะอาด อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    ตอบลบ
  21. Sunitra.กล่าวว่า งานชิ้นที่ 5 วันที่ 12 มิถุนายน 2552
    ระบบบอกตำแหน่งบนพื้นโลก(Global Positioning System GPS )
    การพัฒนาก้านอวกาศทำให้ประเทศที่มีเทคโนโลยีด้านนี้ส่งดาวเทียมขึ้นไปโคจรอยู่บนท้องฟ้าในตำแหน่งต่าง ๆเพื่อรับส่งสัญญาณกับเครื่องบอกตำแหน่งบนพื้นโลกเครื่องบอกตำแหน่งนี้มีขนาดเล็กเท่าวิทยุมือถือเมื่อส่งสัญญาณรับส่งกับดาวเทียมสามดวงก็จะบอกตำแหน่งพิกัดเส้นละติจูด(เส้นรุ้ง)เส้นลองติจูด(เส้นแวง)บนพื้นโลกได้อย่างละเอียดตามตำแหน่งที่อยู่เครื่องบอกตำแหน่งนี้ได้รับการนำมาใช้งานด้านต่าง ๆเช่นใช้ติดรถยนต์เพื่อบอกตำแหน่งรถยนต์ในแผนที่และให้คอมพิวเตอร์เลือกเส้นทางการเดินทางที่ดี ใช้สำหรับงานสร้างแผนที่ทางภูมิศาสตร์ใช้ในการคำนวณหาระยะทางของสองจุดในพื้นที่โลกที่อยู่ห่างไกลกันได้อย่างแม่นยำ ใช้ในระบบติดตามโจรผู้ร้ายของกรมตำรวจ
    http://www.chakkham.ac.th/technology/newtechno/lesson8_4.html
    ............................................................................................................................................................
    ระบบสื่อสารเคลื่อนที่ (mobile phone system )
    หรือที่เรียกว่าระบบเซลลูลาร์โฟน (cellular phone system )ที่ใช้กับโทรศัพท์ทำให้มีโทรศัพท์ติดรถยนต์โทรศัพท์เคลื่อนที่ปัจจุบันการสื่อสารระบบนี้เป็นที่แพร่หลายและนิยมใช้กันมาก ลักษณะการทำงานของระบบสื่อสารแบบนี้มีการกำหนดพื้นที่เป็นเซล เหมือนรวงผึ้งแต่ละเซลจะครอบคลุมพื้นที่บริเวณหนึ่งมีระบบสื่อสารเชื่อมโยงระหว่างเซลเข้าด้วยกันครอบคลุมพื้นที่บริการไว้ทั้งหมดดังนั้นเราอยู่ที่บริเวณพื้นที่บริการใดและมีการใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่สัญญาณจากโทรศัพท์เคลื่อนที่จะเชื่อมโยงกับสถานีรับส่งประจำเซลขึ้นทำให้ติดต่อไปยังข่ายสื่อสารที่ใดก็ได้เมื่อเราเคลื่อนที่ออกนอกพื้นที่ก็จะโอนการรับส่งไปยังเซลที่อยู่ข้างเคียงโดยที่สัญญาณสื่อสารไม่ขาดหาย
    http://www.thaigoodview.com/node/18133
    ภูมิปัญญาชาวบ้าน
    น้ำซาวข้าวกับลูกมะกรูดเผาไฟใช้เป็นยาสระผม
    น้ำซาวข้าวหรือน้ำที่แช่ข้าวเหนียวเอาน้ำซาวข้าวพักทิ้งไว้ให้ตกตะกอนรินน้ำที่ใสออกเหลือน้ำที่ขุ่นข้นไว้ประมาณ 1แก้ว นำลูกมะกรูดที่แก่จัดนำไปเผาไฟให้หอมและสุก นำมาบีบหรือคั้นผสมกับน้ำซาวข้าวที่เตรียมไว้แล้วกรองเอาเศษมะกรูดออกแล้วนำไปสระผม
    ประโยชน์
    เมื่อใช้สระผมจะช่วยทำให้ผมดกดำเป็นมันเงาแวววาวน้ำมันที่อยู่กับมะกรูดจะช่วยบำรุงหนังศีรษะ ผมไม่ร่วง และเส้นผมมีกลิ่นหอม น้ำซาวข้าวจะมีวิตามินจากข้าวไปบำรุงหนังศีรษะทำให้เส้นผมดกดำนิ่มสลวยและงอกช้า
    ได้มาจากคุณบานเย็น สิทธิศักดิ์ อายุ 59 ปีอยู่บ้านเลขที่ 16 ตำบลขุนทอง
    อำเภอบัวใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา

    ตอบลบ
  22. ข่างที่ 9
    MSI ขนทัพโน้ตบุ๊คบุกตลาดเมืองไทย นำทัพโดย X – Slim ดีไซน์สุดฮิบและบางเฉียบที่สุดในโลก
    เปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้วเมื่อวานนี้(14 พ.ค. 52) MSI X – Slim Series โน้ตบุ๊คหน้าจอ 13 นิ้ว ที่เบาและบางเฉียบที่สุดในโลก โน้ตบุ๊คสุดฮิบตระกูล ) MSI X – Slim รุ่น X340 วัดส่วนมี่บางเฉียบที่สุดเพียง 6 มิลลิเมตร และส่วนที่หนาสุดเพียง 20 มิลลิเมตร เบาหวิวด้วยน้ำหนักเครื่องรวมแบตเตอรี่เพียง 1.3 กิโลกรัม โน้ตบุ๊คบางเฉียบตระกูล ) MSI X – Slim รุ่น X340 มาพร้อมหน้าจอแอลดีซี 13 นิ้ว จัดอยู่ในกลุ่มของโน้ตบุ๊ค หน้าจอ 12 นิ้ว หรือเล็กกว่า X340 มอบควารมสะดวกสบายในการทำงานมากกว่า ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลบนหน้าจอหรือการใช้งานอื่นๆเมื่อเทียบกับโน้ตบุ๊คขนาดหน้าจอ 14 นิ้ว ทั้งยังมีน้ำหนักที่เบากว่า ด้วยจอภาพแบบโรงภาพยนตร์ที่มีอัตราส่วน 16 : 9 ทำให้มีพื้นที่ในการใช้งานที่มากกว่า ไม่ว่าจะใช้งานสำหรับชมภาพยนตร์ที่ทำให้แถบดำทั้งบนและล่างที่มักจะพบในจออัตราส่วนแบบ 16:10 หายไปแล้วผู้ใช้สามารถเพลิดเพลินกับการชมภาพยนตร์ความละเอียดสูงในทุกมุมมองได้อย่างเต็มอรรถรส
    จาก พี อาร์ พลัส ทู วันศุกร์ ที่ 15 พฤษภาคม พ.ศ. 2552
    http:// www.newswit.com
    ข่าวที่10
    กทช.สั่งลุยเอสเอ็มเอสขยะ
    นายสุรนันท์ วงศ์วิทยกำจร เลขาธิการคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด กทช. เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ที่ผ่านมา ได้มอบหมายให้สถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม(สบท.)ศึกษากรณีพบมีการส่งข้อความขยะไปยังโทรศัพท์มือถือ หรือ เอสเอ็มเอสสแปม อาทิ ข้อความชวนเชื่อ ให้ซื้อสินค้า การพนัน และชิงโชคเป็นต้นโดยให้ระยะเวลาในการศึกษา30วัน“ประเทศไทยยังไม่มีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ส่งข้อความขยะไปยังผู้ใช้บริการมือ ถือ ขณะที่บางประเทศเริ่มออกมาตรการลงโทษบ้างแล้ว เช่น ฮ่องกง จึงเห็นว่า กทช. ควรเริ่มออกกฎหมายเข้ามาควบคุมดูแลเรื่องดังกล่าว เพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน อาทิ กฎหมายการพนัน มาตรฐานสัญญาการให้บริการ รวมถึงบทลงโทษซึ่งสบท.ต้องไปศึกษาข้อมูล”นายสุรนันท์กล่าวนพ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา ผู้อำนวยการสถาบันคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการโทรคมนาคม (สบท.) กล่าวว่า หลังจากนี้จะเร่งทบทวนวิธีกำกับดูแลการส่ง เอสเอ็มเอสของต่างประเทศ โดยระบุว่า ข้อความที่ส่งต้องแจ้งหมายเลขอย่างชัดเจน รวมทั้งแจ้งวิธียกเลิก หรือระงับการส่งด้วย และเมื่อผู้ใช้โทรศัพท์โทรฯไปแจ้งระงับการจัดส่ง ผู้จัดส่งต้องดำเนินการตามภายใน 10 วัน หากไม่ปฏิบัติตามจะมีบทลงโทษตามกฎหมาย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการเสียค่าปรับ และในประเทศไทยถ้าจะให้ได้ผล กทช.ต้องร่วมมือกับรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องออกเป็นกฎหมายสำหรับคุ้ม ครองเรื่องการส่งเอ็มเอสเอ็มโดยเฉพาะ และต้องมีบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน.
    แหล่งที่มาhttp://www.dailynews.co.th/web/html/popup_news/Default.aspx?Newsid=200708&NewsType=1&Template=1

    ตอบลบ
  23. ภูมิปัญยาท้องถิ่น
    สมุนไพรรักษาโรค
    ผักกุยช่าย หรือ ผักไม้กวาด ที่นิยมรับประทานสด ๆ กับก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หรือผัดรับประทานกับข้าวสวยนั้น แล้วทราบหรือไม่ว่ายังเป็นสมุนไพรรักษาโรคได้
    - แก้อาการท้องอืด ท้องเฟ้อ ขับลม และแก้ท้องผูก โดยใช้ใบสดตำให้ละเอียดคั้นเอาแต่น้ำดื่ม หรือนำไปผัดรับประทาน เพราะกุยช่ายมีใยอาหารมาก จึงช่วยกระตุ้นให้ลำไส้บีบตัวได้ดี
    - แก้อาการฟกช้ำ โดยใช้ใบสดตำละเอียดพอกบริเวณที่เป็น บรรเทาปวดและแก้อาการห้อเลือดได้
    - แก้อาการปัสสาวะกะปริบกะปรอย โดยใช้เมล็ดแห้งต้มรับประทาน หรือจะทำเป็นยาเม็ดหรือยาผงรับประทาน
    - รักษาโรคหูน้ำหนวก โดยใช้น้ำที่คั้นได้จากใบสดทาในรูหู
    - บำรุงน้ำนม คนไทยโบราณเชื่อว่าแม่ลูกอ่อนกินแกงเลียงใส่ผักหอมแป้นหรือกุยช่ายจะช่วยบำรุงน้ำนมได้ดี

    ตอบลบ
  24. MS ใจดีให้บริการ"แอนตี้ไวรัส"ฟรี!!!
    สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ไมโครซอฟท์กำลังเตรียมให้บริการฟรึ "แอนตี้ไวรัส" กับผู้ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลทั่วโลก เพื่อต่อกรกับคู่แข่งในตลาดอย่างไซแมนเทค และแมคอาฟี่ โดยคาดว่าจะเริ่มให้บริการได้ในช่วงปลายปี2009ข้อมูลดังกล่าวเปิดเผยโดยโฆษกบริษัทไมโครซอฟท์เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยเขากล่าวว่า ทางบริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการทดสอบผลิตภัณฑ์รุ่นแรกๆ ด้วยพนักงานของไมโครซอฟท์เอง ซึ่งจะปล่อยเวอร์ชันทดลอง (product beta) ใช้เร็วๆ นี้ และมันจะอยู่ในเว็บไซต์ของทางบริษัท อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการเปิดเผยถึงวันที่ชัดเจนแต่อย่างใด
    สำหรับโค้ดเนมบริการแอนตี้ไวรัสของไมโครซอฟท์จะมีชื่อว่า Morro ซึ่งการประกาศเปิดศึกครั้งนี้ไม่ได้สร้างความกังวลใจให้กับบริษัทผู้พัฒนาแอนตี้ไวรัสชั้นนำอย่างไซแมนเทค และแมคอาฟี่ที่สามารถสร้างรายได้หลายพันล้านเหรียญฯจากการป้องกันพีซีที่รันวินโดวส์ไม่ให้ถูกโจมตีโดยแฮคเกอร์หรือไวรัสต่างๆ เลยแม้แต่น้อย
    ไมโครซอฟท์กล่าวว่า Morro จะมีคุณสมบัติการทำงานพื้นฐานสำหรับการต่อสู้กับเหล่าร้ายไวรัส ซึ่งเที่ยบไปแล้วน่าจะเท่าๆ กับผลิตภัณฑ์ระดับล่างของไซแมนเทค และแมคอาฟี่ที่คิดค่าบริการ 40 เหรียญฯ ต่อปี ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ชุดระบบรักษาความปลอดภัยที่ไมโครซอฟท์คาดว่าจะวางจำหน่ายนั้นจะมีคุณสมบัติการทำงานมากมาย ตั้งแต่การเข้ารหัสข้อมูล ไฟร์วอล การป้องกันพาสเวิร์ด ระบบดูแลเด็กสำหรับผู้ปกครอง และระบบสำรองข้อมูล ซึ่งหากมองย้อนไปเมื่อสามปีที่แล้ว ไมโครซอฟท์ได้เคยเข้าสู่สมรภูมินี้ด้วยบริการ Live OneCare แต่ไม่ประสบผลสำเร็จในทางธุรกิจ โดยทางบริษัทประกาศแผนการปิดบริการดังกล่าวเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ส่วนMorroบริการแอนตี้ไวรัสฟรีคาดจะเริ่มให้บริการได้ในปลายปี2009
    นักวิเคราะห์กล่าวว่า พวกเขาคงต้องรอดูเวอร์ชันทดสอบของ Morro เพื่อเปรียบเทียบคุณสมบัติการทำงานของมันกับผลิตภัณฑ์คู่แข่งในท้องตลาดก่อนที่จะประเมินโอกาสความสำเร็จของความพยายามในครั้งที่สองของไมโครซอฟท์ได้ ไมโครซอฟท์ยังกล่าวอีกด้วยว่า บริการของตนจะป้องกันมัลแวร์ได้สารพัดไม่ว่าจะเป็นไวรัสสปายแวร์รูทคิตและโทรจัล
    ทางด้านไซแมนเทค และแมคอาฟี่ไม่ได้มองว่า Morro จะเป็นภัยคุกคามของทางบริษัทแต่อย่างใด "ผลิตภัณฑ์ฟรีของไมโครซอฟท์เป็นการลดทอนคุณสมบัติที่มีอยู่ในบริการ OneCare ที่ไมโครซอฟท์เลิกทำแล้ว" Janice Chaffin ประธานฝ่ายลูกค้าของไซแมนเทค กล่าว "ชุดระบบรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตสำหรับผู้ใช้วันนี้ต้องป้องกันได้อย่างครอบคลุม" ในขณะที่ทางด้านแมคอาฟี่ Joris Evers โฆษกบริษัทกล่าวด้วยความมั่นใจว่า "ทางบริษัทยังคงเติบโตอย่างแข็งแรงตลอดเวลา ทั้งๆ ที่มีคู่แข่งแจกฟรีแอนตี้ไวรัสเข้ามาในตลาด"

    M2010 เน็ตบุ๊กสำหรับนักเรียน
    ในที่สุด ฟูจิตสึ (Fujitsu) บริษัทผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ก็ตัดสินใจส่งเน็ตบุ๊กเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง โดยได้เปิดตัวเน็ตบุ๊ก M2010 หน้าจอขนาด 10.1 นิ้ว ด้วยดีไซน์ที่สวยหรู แต่ดูแข็งแรง เหมาะสำหรับนักเรียนนักศึกษาตลอดจนผู้ใช้ที่ต้องการโน้ตบุ๊กทีมีความแกร่งไว้ลุยสักเครื่องหนึ่ง
    M2010 จะมาพร้อมกับโพรเซสเซอร์ Intel Atom N270 ทำงานที่ 1.6GHz หน้าจอ 10.1 นิ้ว หน่วยความจำ 1GB ฮาร์ดดิสก์ 160GB พอร์ต Ethernet 100Base-T เว็บแคม 1.3 ล้านพิกเซล เชื่อมต่อไร้สาย 802.11b/g และบลูทูธ คอนเน็คเตอร์สำหรับต่อ VGA ภายนอก และพอร์ตยูเอสบีอีก 3 ชุด ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการ Windows XP Home ในส่วนของแบตเตอรี่จะใช้ได้นาน 2 ชั่วโมง น้ำหนักเครื่อง 2.5 ปอนด์ (1.13 กิโลกรัม) และหนา 1.3 นิ้ว ซึ่งอาจจะดูหนากว่าเน็ตบุ๊กทั่วไป แต่น่าจะเพราะการออกแบบให้มันมีความแข็งแรงกว่านั่นเอง แต่ด้วยดีไซน์ตัวถังทีใช้สีแดงสดทำให้มันดูสวยสะดุดตาสามารถใช้ได้ทั้งเรียน และเล่นในเวลาเดียวกัน M2010 เริ่มวางตลาดแล้วในอเมริกาเหนือ สนนราคาอยู่ที่ 449 เหรียญฯ หรือประมาณ 16,000 บาท

    ตอบลบ
  25. สมุนไพรไทย
    ชื่ออื่น : มะแว้งเถา (กรุงเทพ) แค้งเดีย (ตาก)
    ลักษณะทางพฤษศาสตร์
    ต้น เป็นไม้พุ่มกึ่งเลื้อย ลำต้นมีสีเขียว ผิวเรียบมัน มีหนามแหลมคมกระจายทั่วทั้งต้นและก้านใบ ใบ เป็นใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ขอบใบเว้า 2-5 หยัก มีสีเขียวเข้ม แผ่นใบเรียบ เป็นมัน เส้นกลางใบมีหนามเล็กๆ ดอก เป็นดอกช่อคล้ายมะเขือพวง ช่อหนึ่งมีดอกอยู่ประมาณ 5-12 ดอก มีสีม่วงอ่อน กลางดอกมีเกสร ตัวผู้มีสีเหลือง ผล มีลักษณะกลม ผิวเรียบเกลี้ยง มีขนาดเล็กกว่ามะเขือพวง ผลอ่อนมีลายเป็นสีขาว พอแก่หรือสุกก็จะเปลี่ยนเป็นมีแดงสด มีรสขม เมล็ด รูปกลมแบน ผิวเรียบ มีสีน้ำตาลอ่อน

    สรรพคุณ
    ผลแก่ 5-6 ผล เคี้ยว และกลืนต่างน้ำ หรือโขลกพอแหลกคั้นเอาแต่น้ำจิบเวลาไอ เป็นยาขมเจริญอาหาร ขับเสมหะ แก้ไอ ลดน้ำตาลในเส้นเลือด และเป็นน้ำกระสายยากวาด ราก เป็นยาแก้ไอ ขับลม และเป็นยาขับปัสสาวะ

    ตอบลบ
  26. กล้องฯจอมอึด 1,000 ชอตต่อชาร์จ
    คาสิโอ(casio) เปิดตัว EXLIM Hi-Zoom EX-H10 กล้องดิจิตอลสำหรับผู้ใช้ทั่วไปทีมีความละเอียดสูงสุดถึง 12.1 ล้านพิกเซล พร้อมความสามารถในการซูมออปติคัล 10x และที่สำคัญมันยังมีความอึดเป็นเยี่ยม สามารถถ่ายได้ 1,000 ภาพต่อการชาร์จแบตเตอรี่ แถมยังมีหน้าเลนส์กว้าง 24 ม.ม.อีกด้วย
    นอกจากจะมีระยะการซูมที่มากกว่ากล้องใช้งานทั่วไปแล้ว EX-H10 ยังมาพร้อมกับพน้าจอ LCD 3 นิ้ว และเซ็นเซอร์ตรวจจับความสั่นไหวในตัวอีกด้วย ทำให้มั่นใจว่า ภาพทุกภาพที่ถ่ายจะมีความคมดชัด ตัวถังมีความหนาแค่ 0.95 นิ้ว และหนักเพียง 5.8 ออนซ์ (ประมาณ 164.4 กรัม)เท่านั้น กล้องรุ่นนี้ยังมีโหมดการถ่ายภาพทิวทัศน์แบบใหม่ด้วยปุ่มแยกต่างหาก ซึ่งจะเพิ่มความชัดเจนด้วยสีสันที่สดใสเป็นพิเสษ แถมยังมีออปชัน "Mist Removal" ที่สามารถตัดลดหมอกขณะถ่ายในบริเวณที่มีหมอกลงได้อีกด้วย
    EX-H10 จะมีโหมดยิงภาพต่อเนื่องความเร็วสูงได้ที่ 10 เฟรมต่อวินาทีที่ความละเอียด 1280x960 พิกเซล หรือ 4 เฟรมต่อวินาทีที่ 1600x1200 ส่วนวิดีโอจะสามารถบันทึกได้ที่ความละเอียด 1280x720 ที่ 24 เฟรมต่อวินาที สนนราคาอยู่ที่ 299.99 เหรียญฯ หรือประมาณ 10,000 บาท วางตลาดกลางเดือนกรกฎาคม ศกนี้
    "เน็ตบุ๊ก+มือถือฝาพับ"สะดวกพ
    กมดูคอนเซปต์เน็ตบุ๊กรุ่นใหม่ที่มีชื่อว่า CrossFold ของ Dragonfly ดูสิครับ รับรองว่า ตอบโจทย์ข้างต้นได้อย่างลงตัวCrossFold เป็นคอนเซปต์ของเน็ตบุ๊กที่ได้รับการออกแบบให้แตกต่างจากที่เคยเห็นมาก่อน โดยทางบริษัท Dragonfly เจ้าของแนวคิดนี้ได้ออกแบบให้ CrossFold สามารถพับได้สองครั้ง เพื่อให้มีขนาดเล็กลง ในขณะเดียวกันยังสามารถรวมแก็ดเจ็ต 2 อย่างเข้าไว้ด้วยกันได้อีกด้วย นั่นคือ โทรศัพท์มือถือแบบฝาพับ และเน็ตบุ๊กสองจอพร้อมคีย์บอร์ด แต่ประเด็นที่น่าสนใจมากๆ ของคอนเซปต์นี้ก็คือ การออกแบบให้มันสามารถพับลงจนเหลือขนาดที่สามารถใส่ลงไปในกระเป๋าเสื้อแจ็คเก็ตของคุณได้อย่างง่ายดาย
    ส่วนแสดงผลที่ใช้ยังเป็นระบบทัชสกรีน ซึ่งทำให้คุณสามารถใช้มันเป็นแท็บเล็ตได้อีกด้วย ดูแล้วไม่ค่อยน่าเชื่อว่าจะเป็นไปได้ในเร็ววันนี้ สำหรับคอนเซปต์ของ CrossfFold กำลังถูกนำแสดงในงาน Consumer Electronics Association ที่นิวยอร์ก

    ตอบลบ
  27. ผักเสี้ยน
    ชื่อวิทยาศาสตร์ : Cleome gynaadra (Linn.) Briq
    CLEOMACEAE
    ชื่ออื่น : ส้มเสี้ยว ผักส้มเสี้ยน(ภาคเหนือ) ผักเสี้ยนขาว (กลาง)
    ลักษณะทางพฤษศาสตร์
    ต้น เป็นไม้ล้มลุก สูงประมาณ 1 - 2 ฟุต แตกกิ่งก้านสาขารอบต้น ลำต้นทีขนอ่อนปกคลุม จับดูจะเหนียวติดมือ ใบ เป็นใบประกอบ ก้านหนึ่งจะมีใบย่อยอยู่ประมาณ 3-5 ใบ เรียงกันคล้ายรูปนิ้วมือ ใบย่อยแต่ละใบขนาดไม่เท่ากัน เกิดจากจุดเดียวกัน ก้านใบยาว ใบมีขนอ่อนปกคลุมคล้ายกับลำต้น ดอก ออกเป็นช่อ อยู่ส่วนยอดของก้าน ดอกที่อยู่กลางช่อดอกจะบานก่อน ก้านดอกย่อยเรียวเล็ก กลีบดอกมีสีขาว หรือขาวอมม่วงอ่อน มี 4 กลีบ ก้านชูเกสรยาว ผล เป็นฝักเรียวยาว แก่แล้วจะแตกออก เมล็ด มีสีน้ำตาลหรือสีดำ รูปร่างกลมแบนคล้ายรูปไตหลายเมล็ด
    สรรพคุณ
    ต้น ขับโลหิตระดูที่เน่าเสีย
    ใบ ตำพอกทาแก้ปวดเมื่อย เรียกเลือดมาเลี้ยงผิวหนัง
    น้ำคั้นจากใบมาผสมกับน้ำมันเป็นยาแก้ปวดหู หรือตำพอกฝีไม่ให้เป็นหนอง
    เมล็ด นำมาชงช่วยขับเสมหะขับพยาธิไส้เดือน

    ตอบลบ
  28. การทำข้าวฮาง
    ลักษณะของข้าวฮาง ข้าวฮาง เกิดจากการนำข้าวเปลือกหอมมะลิ มาผ่านกระบวนการจากภูมิปัญญาท้องถิ่นโดยการนึ่งแล้วขัดเปลือก เป็นข้าวสาร แล้วนึ่งสุก จากกระบวนการเหล่านี้จึงทำให้เราได้รับประโยชน์จากข้าวเป็นอย่างมาก

    วิธีทำ
    1. นำข้าวเปลือกที่ยังไม่แก่จัด มาทำการบ่มไว้ 2 คืน เพื่อให้เปลือกข้าวอ่อนลง
    2. นำข้าวเปลือกที่พักไว้ไปแช่น้ำ 12 ชั่วโมง ล้างและคัดแยกเมล็ดลีบออก
    3. นำข้าวเปลือกที่ผ่านการคัดเลือกไปนึ่งประมาณ 40 นาที
    4. ยกลงแล้วใช้น้ำเย็นราดข้าวนึ่งให้เปียกทุกเมล็ดอย่างทั่วถึง พักไว้ 20 นาที ราดน้ำเย็นอีกครั้งหนึ่ง
    5. นำข้าวที่นึ่งแล้วไปตากผึ่งลมให้แห้งพอประมาณ
    6. นำข้าวนึ่งไปสีเป็นข้าวสารแล้วผึ่งลมให้แห้งสนิท
    7. จากข้าวสารที่แห้งสนิทก็สามารถเก็บ หรือนำไปนึ่งเป็นข้าวสุกเพื่อรับประทานได้

    ข้อดี
    ข้าวฮาง 1 จาน มีประโยชน์เทียบเท่าเก็บข้าวขาว ประมาณ 2 – 5 จาน

    ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลจาก พ่อใหญ่เน่า บ้านโสกน้ำขุ่น ตำบลโนนสำราญ อำเภอแก้งสนามนาง จังหวัดนครราชสีมา โดยนายปรีชา ผ่องสนาม

    ตอบลบ
  29. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
    อำเภอสีดา จังหวัดนครราชสีมา
    ที่มาและความสำคัญ
    เนื่องจากในอดีตตามบ้านเรือนผู้คนจะใช้ประโยชน์มากมายจากเสื่อกกซึ่งสามารถใช้ปูนั่งในงานต่าง ๆ ใช้รับแขก แต่พอเริ่มมีการใช้วัสดุจากสารเคมีเสื่อกกก็เริ่มจะหมดความหมายลงไปเรื่อย ๆ ทางผู้จัดทำจึงคิดทำโครงงานการทอเสื่อจากกกขึ้นมาเพื่อที่จะให้นักเรียนและผู้ที่สนใจได้เร่งเห็นประโยชน์ของเสื่อกก
    จุดมุ่งหมายของการจัดทำโครงงาน
    1.เพื่อพื้นฟูหัตถกรรมพื้นบ้านขึ้นมาอีกครั้ง
    2.เพื่อนำทรัพยากรในท้องถิ่นที่มีอยู่จำนวนมากมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์
    3.เพื่อฝึกการทำงานตามกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ
    4.เพื่อใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
    การทอเสื่อกกจากบ้านทุ่งกงเป็นภูมิปัญญาของชาวและเป็นหัตถกรรมพื้นบ้าน ซึ่งได้รับการถ่ายทอดจากบรรพบุรุษสู่รุ่นลูกรุ่นหลาน ปัจจุบันชาวบ้านมักจะทำการทอเสื่อเป็นอาชีพเสริมรายได้ โดยใช้เวลาหลังจากการประกอบอาชีพเกษตรกรรม เสื่อที่ทอได้เป็นส่วนมากมักจะใช้สำหรับปูพื้น และอาจนำไปแปรเป็นอย่างอื่น เช่น จานรองแก้ว ทำมู่ลี่กันแดด กระเป๋าและอื่นๆ
    การสอยต้นกก
    1. ตัดต้นกกสด
    2. คัดเลือกต้นกกที่มีขนาดเท่ากันไว้ด้วยกัน
    3. นำต้นกกที่คัดแล้วมาสอยเป็นเส้นเล็กโดยใช้มีดปลายแหลมคม(มีดแกะสลัก)
    4. นำเส้นกกที่สอยแล้วมาผึ่งแดด ให้แห้ง(ถ้าเป็นไปได้ต้องเป็นแดดที่กล้าจัด)
    5. นำเส้นกกสอยที่ตากแห้งแล้วมากมัดเป็นมัด ๆ รอการย้อมสี
    การย้อมสี
    1. เลือกซื้อสีสำหรับย้อมกกสี่ต่าง ๆ ที่มีสีสันสวยงาม เช่น สีแดง สีชมพู สีเหลือง สีดำ สีเขียว เป็นต้น
    2. ก่อไฟโดยไฟที่ใช้ต้องสม่ำเสมอ
    3. นำปี๊ป หรือกระทะใส่น้ำพอประมาณท่วมเส้นกกนำมาตั้งบนเตารอให้น้ำเดือด
    4. พอน้ำเดือดก็นำสีที่เลือกมาเทลง
    5. นำเส้นกกที่คัดเลือกแล้วลงย้อมจนเพียงพอที่จะใช้ในการทอ
    6. นำเส้นกกที่ย้อมสีแล้วลงล้างในน้ำเปล่าแล้วนำไปตากแดดที่จัดจนแห้ง
    7. นำเส้นกกที่ย้อมสีตากแห้งแล้วมากเก็บมัดรวมกัน โดยแยกเป็นสี แต่ละสี
    การทอเสื่อกกลายขิด ลายพื้นบ้านและลายบา
    1. กางโฮงที่ทำสำเร็จรูปแล้วมากาง (โฮงที่ใช้ขนาดทอคนเดียว)
    2. นำเชือกในลอนสำหรับทอเสื่อมาโยงใส่ฟืมจนเสร็จ
    3. ฟืมที่ใช้ต้องมีขนาดเท่ากับเส้นกกและฟืมแต่ละฟืมก็อาจจะใช้ทอลายไม่เหมือนกัน
    4. นำเส้นกกที่ย้อมสีตามจนแห้งแล้วนำมาทอเสื่อลายขิดตามต้องการซึ่งมีหลายลายด้วยกัน ดังจะแสดงในรูปภาพ
    5. นำเส้นกกที่สอยและย้อมสีแล้วเลือกว่าจะใช้สีใดบ้างที่จะทอเสื่อ
    6. เลือกลายแล้วเริ่มทอจนเป็นแผ่น
    7. พอทอเสร็จก็ตัดแล้วหลังจากนั้นก็นำไปตากแดดเพื่อให้สีไม่ออก
    8. หลังจากนั้นก็นำมาเก็บในที่ร่ม
    การแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเสื่อกกลายต่าง ๆ
    1. เสื่อที่พิมพ์แล้วนำมาเย็บต่อเป็นผืนโดยใช้จักรเย็บ
    2. ออกแบบผลิตภัณฑ์
    2.1 ออกแบบกระเป๋าต่างๆ
    2.2 ออกแบบที่รองจาน
    2.3 ออกแบบที่รองถาด
    2.4 ออกแบบที่รองโต๊ะ
    2.5 ออกแบบที่แขวนฝาผนัง
    2.6 ออกแบบกล่องใส่กระดาษทิชชู
    2.7 ออกแบบที่รองแก้ว
    3. นำกระดาษแข็งที่เตรียมไว้แล้วมาตัดแบบตามที่ออกแบบ
    4. นำเสื่อที่ทอไว้แล้วมาตัดตามแบบที่ออกไว้
    5. นำเสื่อที่ตัดเอาไว้ตามแบบแล้วนำมาเย็บเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่ได้ออกแบบเอาไว้
    วัสดุอุปกรณ์
    -กกที่ผ่านการย้อมสีแล้ว
    -ฟิม
    -ด้าย
    -ไม้สำหรับสอดกก
    -โครงทอเสื่อ
    ขั้นตอนการทำโครงงาน
    -วางแผนในการดำเนินงาน
    -ศึกษาขั้นตอนในการทอเสื่อจากกกในห้องสมุดและอินเตอร์เน๊ต
    -เตรียมอุปกรณ์
    -ออกแบบโครงงานการทอเสื่อจากกก
    -ลงมือทำโครงงาน
    วิธีการทอเสื่อจากกก
    -นำด้ายสอดในรูปฟีมกับกับโครงทอเสื่อ
    -เมื่อสอดด้ายเสร็จทำสอดกก และทอไปเรื่อย ๆ จนได้เสื่อ
    -เป็นผืน

    ตอบลบ
  30. นายบัญชา มณีจันทร์

    News card 9 ซีพียูรุ่นใหม่ในยุคคนใช้โน้ตบุ๊คไม่ง้อปลั๊ก
    นายเอกรัศมิ์ อวยสินประเสริฐ กรรมการผู้จัดการ บริษัทอินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด อธิบายถึงที่มาของโน้ตบุ๊ครุ่นบางและเบาเป็นพิเศษว่า จากการที่อินเทลสร้างความต้องการของคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ค ในตลาดกลุ่มใหม่ในขณะนี้ เป็นการตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานที่เปลี่ยนไป ที่ต้องการความคล่องตัวในการพกพา ควบคู่กับประสิทธิภาพการทำงานที่โดดเด่น รวมทั้งยังมีราคาที่ไม่แพง โน้ตบุ๊ครุ่นบางและเบาเป็นพิเศษ ที่ใช้โพรเซสเซอร์รุ่นกินไฟต่ำเป็นพิเศษ (Ultra Low Voltage: ULV) ของอินเทลนี้ จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ประสิทธิภาพการใช้งาน และการประหยัดพลังงานที่ดีกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด
    เนื่อง จากโน้ตบุ๊ครุ่นใหม่นี้จะมีการออกแบบที่บางและที่สำคัญจำหน่ายในราคาที่ใกล้ เคียงกับโน้ตบุ๊คระดับเมนสตรีม โดยนับเป็นความภูมิใจของอินเทลที่จะนำเสนอความบางเบาเป็นพิเศษนี้ ให้แก่ผู้ใช้โน้ตบุ๊คได้สัมผัสได้ราคาที่ถูกกว่าเดิม จากปกติที่จำหน่ายเครื่องละ 50,000 บาทขึ้นไป ลดลงมาเหลือประมาณ 23,000 -35,900 บาท สอดคล้อมกับทิศทางที่ผู้บริโภคจะเลือกใช้โน้ตบุ๊คขนาดจอ 15-17 นิ้ว เพื่อทดแทนคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะ หรือเอาติดตัวไปทำงานนอกสถานที่
    แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/content/tech/12345
    นายบัญชา มณีจันทร์ 12 มิถุนายน 2552

    News card 10 เริ่มแล้วคอมมาร์ต อีสาน2009
    เอ.อาร์. ถล่มความคุ้มถึงถิ่นอีสาน เปิดประสบการณ์ใหม่แห่งความคุ้มค่า ที่แบรนด์ไอทีชั้นนำ พร้อมกับโปรโมชั่นสุดเร้าใจ หวังกระตุ้นตลาดไอทีระดับภูมิภาค ระหว่างวันที่ 11-14 มิ.ย. 2552 เวลา 10.00-20.00น. ณ ศูนย์การประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกม.ขอนแก่น...
    ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า เอ.อาร์. จัดงาน คอมมาร์ต อีสาน 2009 หลังจากประสบความสำเร็จจากการจัดงาน คอมมาร์ต อีสาน 2008 ในปีที่ผ่านมา ครั้งนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 11-14 มิ.ย. 2552 เวลา 10.00-20.00น. ณ ศูนย์การประชุมอเนกประสงค์กาญจนาภิเษกมหาวิทยาลัยขอนแก่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ ถล่มความคุ้มถึงถิ่นอีสาน เปิดประสบการณ์แห่งความคุ้มค่าใหม่ที่แบรนด์ไอทีชั้นนำ ระดมโปรโมชั่นพร้อมลุ้นรับโชคและของรางวัลอีกมากมายภายในงาน
    รายงาน ข่าวแจ้งต่อว่า บริษัทไอทีที่เข้าร่วมเป็นผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการในการจัดงาน ครั้งนี้ ได้แก่ บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เอเซอร์ คอมพิวเตอร์ จำกัด บริษัท ไซเบอร์ดิคท์ เทคโนโลยี จำกัด บริษัท อไลน์เอนซ์ แอนด์ ลิงค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด และบริษัทโตชิบา ไทยแลนด์ จำกัด
    แหล่งที่มา : http://www.thairath.co.th/content/tech/12328
    นายบัญชา มณีจันทร์ 12 มิถุนายน 2552

    ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน
    ผัก พืชพันธุ์ที่มีคุณอนันต์
    อีเลิด หรือใบชะพลู ผักพื้นบ้านมีมากในภาคอีสาน มีรสฉุนรุนแรงชาวอีสานมักนำเอามาใช้เพื่อประกอบอาหารบ้าง เป็นผักเคียงบ้าง เช่น อ่อมหอย อ่อมน้องวัว-น้องควาย ลาบดิบ เป็นต้น อาหารเหล่านี้ล้วนต้องมีอีเลิดเพราะผักชนิดนี้มีคุณสมบัติฆ่าพยาธิได้ ดังนั้นจึงต้องใช้ประกอบอาหารที่มีพยาธิแฝงอยู่เช่น หอย เนื้อดิบ เป็นต้น นอกจากนี้อีเลิดยังทำหน้าที่ดับกลิ่นคาวในอาหารหลายอย่าง ทำให้มีกลิ่นหอมน่ารับประทานยิ่งขึ้น
    กระเทียม ผักพื้นบ้านที่กินได้ทั้งต้น ตั้งแต่รากจนถึงใบ หัวของผักเทียมนั้นฉุนและมีรสเผ็ดรุนแรง มักกินเป็นผักเคียงและประกอบอาหาร ถ้ากินดิบจะมีฤทธิ์ฆ่าพยาธิ แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ แก้หวัด แก้โรคหัวใจ(บดผสมน้ำผึ้ง) แต่ถ้ากินแบบเจียวล่ะก็เป็นเรื่อง เพราะเป็นยาเพิ่มความกำหนัด !!!

    ตอบลบ
  31. ภูมิปัญญาท้องถิ่น

    เวลามีอาการจุกเสียด แน่นท้อง ท้องอืด ท้องเฟ้อ ปวดบิด ปวดท้อง
    ให้ใช้หญ้าแห้วหมู ส่วนที่เป็นหัวใต้ดินประมาณ 1 กำมือไปล้างน้ำให้สะอาดทุบให้แตกแล้วนำไปต้มกิน หรือนำไปตำให้ละเอียดผสมน้ำผึ้งกิน
    หรืออีกวิธีหนึ่งให้นำไปผสมกับขิงตำให้ละเอียด คั้นเอาแต่น้ำผสมน้ำผึ้งกินหรือต้มน้ำดื่มวันละ 3 เวลาก่อนอาหาร ก็จะช่วยรักษาอาการต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นได้เป็นอย่างดี

    ข้อมูลจาก ผู้สูงอายุ บ้านโนนแต้ ต.เพ็กใหญ่ อ.พล จ.ขอนแก่น

    ตอบลบ
  32. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
    ส้มปลา เป็นชื่อของอาหารพื้นบ้านของชาวอีสาน ในตำบลสีสุก จะมีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ โดยเฉพาะจากแม่น้ำชี ชาวบ้านสามารถหาปลาได้ทีละหลายกิโลกรัม ทำให้เกิดการคิดหาวิธีทำส้มปลาเพื่อถนอมอาหารจัดเก็บไว้รับประทานได้นาน
    วิธีการทำส้มปลาตามกรรมวิธีของนางจรูญ สีมิงาม
    วัสดุอุปกรณ์
    1. กระเทียม 2. ปลา 3. ข้างเหนียวที่สุกแล้ว 4. น้ำซาวข้าว 5. ผงชูรส 6. เกลือ
    ขั้นตอนในการดำเนินการ
    1. นำปลามาแช่ในน้ำซาวข้าว
    2. นำปลามาสับให้ละเอียด
    3. ตำกระเทียมให้ละเอียด
    4. นำกระเทียม,เกลือ,ผงชูรส,ข้าวเหนียวสุกมาคลุกเคล้ากับปลา
    5. พอคลุกเคล้าเสร็จ ก็นำมาปั่นให้เป็นก้อนพอประมาณ
    6. นำมาห่อด้วยใบตองสองชั้น ทิ้งไว้ 2-3 วัน ปรุงให้สุกรับประทานกับข้าวเหนียวอร่อยดี
    ข่าวที่ 9 เอเซอร์ ใช้มัลติแบรนด์เจาะกลุ่มลูกค้าไอที
    หวังกระตุ้นยอดขาย เน้นเจาะกลุ่มลูกค้ามากขึ้น ยก “อี-แมชีนส์” จับตลาดล่างเน้นราคา ขณะที่เอเซอร์จะเป็นกลุ่มเทคโนโลโลยีและนวัตกรรม พร้อมทั้งเปิดแนวรบตลาดไฮเอนด์ ...
    ผจก.อาวุโสฝ่ายการตลาด บ.เอเซอร์ฯ กล่าวว่า ในเมื่อตลาดคอนซูมเมอร์ และธุรกิจขนาดกลางและเล็ก หรือ เอสเอ็มอี ยังเป็นความหวังในตลาดไอทีเมืองไทย เอเซอร์จึงนำกลยุทธ์การทำตลาดมัลติเปิลแบรนด์มาใช้ โดยจากนี้ไปเอเซอร์จะมีสินค้าคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คทำตลาดใน 3 แบรนด์หลัก ได้แก่ อี-แมชีนส์ (e-Machines) ที่เน้นจับตลาดโน้ตบุ๊ค และเดสก์ท็อประดับล่างที่เน้นราคาคุ้มค่า ขณะที่ เอเซอร์ จะเน้นที่การเสนอเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในกลุ่มเมนสตรีมพีซี และโน้ตบุ๊ค และ เกตเวย์ (GateWay) จะนำมาเจาะตลาดกลุ่มผู้ใช้งานระดับบน ที่เน้นการออกแบบ และ ความหรูหราสะท้อนความเป็นตัวตนในการใช้งานทั้งนี้ในระยะแรกเอเซอร์จะทำตลาดแบรนด์เกตเวย์ เน้นที่การสร้างแบรนด์ และความเชื่อมั่นในตลาดแก่ลูกค้าไปเรื่อยๆ จึงยังไม่หวังกำไรในปีแรกที่วางจำหน่าย ทั้งนี้ผลิตภัณฑ์คอมพิวเตอร์ และโน้ตบุ๊คเกตเวย์ จะพร้อมวางจำหน่ายแบบเป็นทางการในวันที่ 23 มิ.ย.2552 นี้
    ข่าวจาก : ไทยรัฐ วันที่ : 11 มิถุนายน 2552 เวลา 15:49 น.
    ข่าวที่ 10 กรมพัฒนาธุรกิจอบรมออนไลน์อี-คอมเมิร์ซ
    ทุ่มงบ 20 ล้านบาท เปิดรุ่นที่ 3 เสริมความรู้พร้อมเพิ่มทักษะทางธุรกิจให้ผู้ประกอบการ ชี้แนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เชื่ออีก 3 ปียอดขึ้นทะเบียนพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์แตะ 12,000 ราย ...นายคณิสสร นาวานุเคราะห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ธุรกิจออนไลน์มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมพัฒนาและปรับปรุงหลักสูตรฯ ให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี และตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของผู้ประกอบการ ด้วยการเพิ่มบทเรียนอีก 2 หลักสูตร ได้แก่ กลยุทธ์ดึงดูดลูกค้าออนไลน์ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการประกอบธุรกิจ คาดว่า จะสามารถเปิดอบรมบทเรียนดังกล่าวได้ภายในปี 2553 โดยการอบรมอี-คอมเมิร์ซฯ รุ่นที่ 3 จะเน้นการสร้างความตื่นตัวและส่งเสริมให้ผู้ประกอบการสามารถนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อกระตุ้นให้เกิดการซื้อขายผ่านอินเทอร์เน็ต ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ (e-Learning) ด้วยงบในการพัฒนาหลักสูตรประมาณ 20 ล้านบาทผู้สมัครที่ลงทะเบียนเรียนหลักสูตรใดหลักสูตรหนึ่ง กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจะมอบหลักสูตรให้เรียนฟรี 2 หลักสูตร คือ หลักสูตรงบการเงินสำหรับผู้บริหาร และหลักสูตรการเขียนจดหมายภาษาอังกฤษธุรกิจ โดยผู้ประกอบการที่ผ่านการอบรมฯ จะได้รับวุฒิบัตรจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ผู้สนใจสามารถสมัครได้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ถึง 8 กรกฎาคม 2552 ทางเว็บไซต์ dbdacademy.com หรือ โทร 0-2642-7242 ต่อ 191 , 192 , 152 หรือ 153 และส่งใบสมัครทางโทรสาร ที่เบอร์ 0-2642-7243
    ข่าวจาก : ไทยรัฐ
    วันที่ : 11 มิถุนายน 2552 เวลา 15:41 น.

    ตอบลบ
  33. ส่งช่าวที่ 9,10
    ก.ไอซีที แจงความคืบหน้าร่างกฎหมายจัดตั้งสภาไอซีทีฯ
    นายอังสุมาล ศุนาลัย รองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เปิดเผยถึงความคืบหน้าการร่างกฎหมายจัดตั้งสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ว่า คณะกรรมการร่างกฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย ที่มีรองปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารเป็นประธาน และมีผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐ และภาคเอกชนร่วมเป็นกรรมการนั้น ได้มีมติในการประชุมครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2552 ให้ความเห็นชอบในร่างกฎหมายการจัดตั้งสภาไอซีที ซึ่งทางบริษัทที่ปรึกษาการร่างกฎหมายฉบับดังกล่าวได้ยกร่างแล้วเสร็จและเสนอให้ที่ประชุมพิจารณา
    “ที่ประชุมคณะกรรมการร่างกฎหมายสภาไอซีที ได้พิจารณาแก้ไขปรับปรุงเนื้อหาในร่างกฎหมายดังกล่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายปี 2551 โดยได้มีการแก้ไขในมาตราต่างๆ อาทิ การใช้ชื่อภาษาไทยให้ใช้ว่า “สภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทย” และชื่อย่อว่า “สภาไอซีทีแห่งประเทศไทย” การแก้ไขโครงสร้างสมาชิกที่ให้สภาไอซีทีฯ มีสมาชิก 3 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ สมาชิกวิสามัญ และสมาชิกสมทบ โดยสมาชิกที่มีสิทธิเลือกตั้งคณะกรรมการบริหารจะเป็นสมาชิกสามัญ และวิสามัญ เป็นต้น” นายอังสุมาล กล่าว
    อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการร่างกฎหมายสภาไอซีที จะได้มีการพิจารณาเนื้อหาในร่างกฎหมายฉบับนี้อีกครั้ง อาทิ ในเรื่องผู้มีสิทธิเข้าเป็นสมาชิกประเภทต่างๆ ทั้งนี้ เพื่อให้ได้ร่างกฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศ ไทยฉบับสมบูรณ์ และนำเข้าสู่กระบวนการรับฟังความคิดเห็นสาธารณะโดยการจัดประชุมและสัมมนาเพื่อรับฟังความคิดเห็นจากภาครัฐ ภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง และประชาชนทั่วไป ก่อนเสนอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารพิจารณา จากนั้นจึงนำเข้าสู่กระบวนการตราเป็นพระราชบัญญัติ โดยประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติ เพื่อผลักดันกฎหมายสภาเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารแห่งประเทศไทยเข้าสู่การประกาศในราชกิจจานุเบกษา และจัดตั้งเป็นสภาไอซีทีต่อไป
    “สภาไอซีทีฯ นี้จะทำงานประสานความร่วมมือกับภาครัฐ โดยจะต้องเป็นผู้รวบรวมข้อมูลด้านไอซีทีที่มีความทันสมัย และนำมาเสนอแนะแนวทางการพัฒนาอุตสาหกรรมไอซีทีในอนาคตให้ภาครัฐ เพื่อให้รัฐนำไปใช้กำหนดเป็นนโยบายในการพัฒนาด้านไอซีทีของประเทศให้ก้าวหน้า และก้าวทันประเทศต่างๆ ทั่วโลก” นายอังสุมาล กล่าว
    www.ThaiPR.net -- 23 ชั่วโมง 59 นาทีที่แล้ว
    กรุงเทพฯ--12 มิ.ย.--ก.ไอซีที
    ไอบีเอ็ม แถลงข่าว เปิดตัวซอฟต์แวร์ฐานข้อมูล ‘ดีบีทู’ เวอร์ชั่นใหม่ ช่วยธุรกิจเพิ่มประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่าย รับมือเศรษฐกิจขาลง

    กว่า 26 ปีที่ผ่านมา ซอฟต์แวร์ดีบีทู (DB2) ของไอบีเอ็มได้รับการยอมรับในวงกว้างให้เป็นซอฟต์แวร์จัดการระบบฐานข้อมูลหลักให้กับหน่วยงานและองค์กรธุรกิจชั้นนำมากมายทั้งในและต่างประเทศ อีกทั้งยังมีบทบาทสำคัญยิ่งต่อประวัติศาสตร์และธุรกิจซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลของโลก
    ด้วยสภาวะเศรษฐกิจขาลงในปัจจุบัน กอปรกับความท้าทายขององค์กรต่อการรับมือปริมาณข้อมูลจำนวนมหาศาลที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ซอฟต์แวร์ดีบีทูจึงได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้น โดยเน้นหนักเรื่องการช่วยองค์กรเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาล และการช่วยองค์กรลดค่าใช้จ่าย ไม่ว่าจะเป็นค่าไฟฟ้า การจัดเก็บ รวมทั้งค่าบริหารจัดการ ฯลฯ เป็นต้น นอกจากนั้น ดีบีทูเวอร์ชั่นใหม่ ยังมาพร้อมกับความสามารถที่จะปลดปล่อยองค์กรจากพันธนาการทางด้านซอฟต์แวร์ฐานข้อมูลอื่นที่ใช้อยู่เดิม เพิ่มทางเลือกให้องค์กรในการบริหารค่าใช้จ่าย และความสามารถในการจัดการข้อมูลในรูปแบบที่หลายหลายให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

    ในวันอังคารที่ 16 มิถุนายน เวลา 13:00-15:00 น. ณ ห้องเพรสซิเดนส์ 3 ชั้น 3 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล (ใกล้สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส ชิดลม) คุณเจษฏา ไกรสิงขร รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจซอฟต์แวร์ บริษัท ไอบีเอ็ม ประเทศไทย และ มร. มาร์ค แมคคอนเนล ผู้บริหาร ธุรกิจซอฟต์แวร์ ไอบีเอ็ม ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก จะเปิดตัวและชี้แจงความสามารถของซอฟต์แวร์ ดีบีทู เวอร์ชั่นใหม่ว่าจะมีส่วนช่วยองค์กรปรับปรุงประสิทธิภาพและลดค่าใช้จ่ายเพื่อรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจได้อย่างไร บริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับเกียรติจากท่านร่วมงานครั้งนี้ ในกรณีที่ท่านต้องการสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม หรือยืนยันการเข้าร่วมงาน กรุณาติดต่อคุณภาสกร โทรศัพท์ 0-2273-4164 หรือที่อีเมล์ ccompats@th.ibm.com

    www.ThaiPR.net -- 18 ชั่วโมง 23 นาทีที่แล้ว
    กรุงเทพฯ--12 มิ.ย.--ไอบีเอ็ม

    สุกัญญา แจ้งหมื่นไวย์

    ตอบลบ
  34. ภูมิปัญญาท้องถิ่นอีสาน
    ขี้เหล็ก
    ใบอ่อนนำมาต้มจนเปื่อย หมดรสขม นำมาแกงใส่อุ้งตีนวัว หรือหนังวัว/ควายตากแห้ง ปิ้งไฟทุบให้นุ่ม ใส่น้ำใบยานาง บางคนก็ชอบกะทิใส่ลงไปแซบอีหลีเด้อสิบอกให่ สรรพคุณทางยา แก่นต้นขี้เหล็กนั้นแก้ธาตุพิการ อาหารไม่ย่อย บำรุงธาตุไฟแก้หนองในและกามโรคในบุรุษ ราก แก้ไข้หัวลม อากาศเปลี่ยนฤดู แก้ปวดเมื่อย เหน็บชา แก้กษัย บำรุงไต ดอก แก้โรคประสาทอาการนอนไม่หลับ แก้หอบหืด บดผสมน้ำฟอกผมบนศรีษะขจัดรังแค เปลือก แก้ริดสีดวงทวาร ริดสีดวงลำไส้ แก้โรคเบาหวาน สมานแผลให้หายเร็ว ใบแก่ แก้ถอนพิษ ถ่ายพิษ กามโรค ตำพอกที่แข้งขา มือเท้าที่มีอาการบวมเนื่องจากเหน็บชา ดับพิษร้อนถอนพิษไข้ พิษจากแมลงสัตว์กัดต่อย กิ่ง-ใบ ทำเป็นยาระบายถ่ายพิษ ขับเสลดในคอ แก้ไข้จับสั่น (มาลาเรีย) ฯ

    ตอบลบ
  35. กัลยา อุเมมุระ
    New 9
    ญี่ปุ่นเจ๋ง พัฒนาหุ่นยนต์เกษตรกร
    นักวิจัยแดนปลาดิบเปิดตัวหุ่นยนต์เจ๋ง มาในรูปชุดสำหรับให้เกษตรกรสวมใส่เพื่อ ผ่อนแรงในการทำสวนทำไร่ ล้อมคอกก่อนวัวหายเพราะเชื่อว่าชุดหุ่นยนต์นี้จะสามารถป้องกันไม่ให้ปัญหาประชากรสูงอายุล้นประเทศ มากระทบกับอุตสาหกรรมการเกษตรของญี่ปุ่นได้ชุดหุ่นยนต์เกษตรกรนี้ถูกเรียกว่า Wearable Agrirobot เป็นผลงานของนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีและการเกษตรโตเกียวหรือ Tokyo University of Agriculture and Technology ชุดต้นแบบมาในรูปหุ่นยนต์สวมใส่ได้ที่มีตัวช่วยผ่อนแรงเป็นมอเตอร์ 8 ตัวและเซนเซอร์อีก 16 จุดชุดต้นแบบยังมีขนาดหนักอยู่มาก น้ำหนักราว 25 กิโลกรัม ออกแบบมาเพื่อให้ผู้สูงวัยซึ่งปวดข้อปวดเข่าสามารถก้มหรืองอตัวเพื่อทำการเกษตรได้สะดวกขึ้น ชุดหุ่นยนต์นี้จะช่วยรองรับน้ำหนักตัวบริเวณกล้ามเนื้อขา ทำให้ผู้สูงวัยไม่ปวดเมื่อยง่าย โดยการสาธิตพบว่าผู้ที่สวมชุดหุ่นยนต์นี้สามารถดึงรากไม้จากดินหรือเอื้อมมือปลิดผลส้มได้โดยไม่ต้องเปลืองแรงมากเช่นปกตินักวิจัยแดนปลาดิบบอกว่าต้องการพัฒนาชุดหุ่นยนต์การเกษตรนี้เพื่อจำหน่ายให้ได้ในช่วงเวลา 2-3 ปีต่อจากนี้ เชื่อว่าสนนราคาจะอยู่ที่ระหว่าง 500,000-1,000,000 เยน (ราว 150,000-300,000บาท) นักวิจัยญี่ปุ่นเชื่อว่าเทคโนโลยีหุ่นยนต์ซึ่งมนุษย์สวมใส่ได้จะถูกประยุกต์ใช้ในหลายอุตสาหกรรมในอนาคต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมการเกษตรซึ่งมีโอกาสเติบโตสูง นักวิจัยเชื่อว่าโอกาสนี้ชัดเจนมากในญี่ปุ่น ซึ่งต้องหาทางป้องกันผลกระทบจากภาวะประชากร สูงวัยมีจำนวนมากกว่าวัยหนุ่มสาว เช่นเดียวกับประเทศในยุโรปบางประเทศ ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเล็กและไม่มีบุคลากรมากพอสำหรับทำการเกษตรด้วยมือ
    ที่มา : http://www.manager.co.th/CyberBiz/ViewNews.aspx?NewsID=9520000005104

    ตอบลบ
  36. กัลยา อุเมมุระ
    New 10
    ม.ในญี่ปุ่นใช้ไอโฟนจับเด็กหนีเรียน
    ขณะที่มหาวิทยาลัยในบ้านเราให้นักศึกษาได้ใช้ไอโฟน (iPhone) เป็นสื่อการเรียนการสอน ซึ่งก็เป็นวิธีเข้าถึงและสื่อสารกับผู้เรียนที่น่าจะโดนใจวัยโจ๋พอสมควร แต่ที่มหาวิทยาลัย Aoyama Gakuin ในโตเกียวประเทศญี่ปุ่น นอกจากจะให้เด็กได้มีไอโฟนเพื่อวัตถุประสงค์เดียวกันแล้ว มันยังเป็นเครื่องมือจับเด็กที่หนีเรียนได้อีกด้วยรายงานจากเว็บไซต์ Asiajin ระบุว่า นักศึกษาและสต๊าฟประมาณ 550 รายในมหาวิทยาลัย Aoyama Gakuin จะได้รับ iPhone 3G ฟรีในช่วงเดือนนี้ เพื่อใช้เป็นสื่อการเรียนการสอน ทั้งนี้เป็นผลมาจากการที่ทางมหาวิทยาลัยได้เซ็นสัญญาร่วมกับ SoftBank บริษัทตัวแทนจำหน่าย iPhone เพียงหนึ่งเดียวในญี่ปุ่น โดยทางบริษัทคาดว่า จำนวนเด็กนักศึกษาที่ได้ใช้ไอโฟนจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,000 ราย ซึ่งเป็นการใช้ไอโฟน เพื่อเป็นสื่อการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัยมากที่สุดในญี่ปุ่นนอกจากไอโฟนที่แจกให้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือการเรียนให้กับเด็กนักศึกษาแล้ว iPhone 3G ทุกเครื่องที่ได้รับไปจะมี GPS ด้วย โดยทางมหาวิทยาลัยมีแผนที่จะใช้มันตรวจสอบการเข้าเรียนของเด็กๆ เนื่องจากการ"หนีเรียน"ของเด็กถือเป็นปัญหาใหญ่ในญี่ปุ่น ในขณะที่การเข้าชั้นเรียนจะถูกใช้เป็นองค์ประกอบสำคัญในการตัดเกรด สำหรับเด็กที่หนีเรียนจะใช้วิธีให้เพือนร่วมห้องช่วยตอบรับแทนเวลาเช็คชื่อ iPhone 3G จะช่วยให้แผนการตรวจจับเด็กหนีเรียนของทางมหาวิทยาลัยได้ผลมากขึ้น โดยเด็กๆ จะต้องใช้ไอโฟนรายงานการเข้าชั้นเรียน แต่มันจะใช้ได้ก็ต่อเมื่ออยู่ภายในห้องเรียนเท่านั้น (โดยทวนสอบตำแหน่งจาก GPS) ซึ่งรวมถึงการเข้าฟังเล็คเชอร์ทางพอดแคสต์ และการสอบออนไลน์ เด็กๆ จะไม่สามารถตอบรับการเช็คชื่้อด้วยการใช้ไอโฟนจากที่อื่นๆ นอกจากในห้องเรียนอย่างไรก็ตาม เด็กนักเรียนก็สามารถโกงระบบใหม่นี้ได้ด้วยการทิ้งไอโฟนไว้กับเพื่อนในห้อง แต่ด้วยความที่เด็กส่วนใหญ่จะเก็บข้อมูลส่วนตัวไว้ในมือถือ ดังนัันจึงไม่ค่อยมีใครอยากทิ้งมือถือไว้กับเพื่อนสักเท่าไร สำหรับไอโฟน และค่าบริการพื้นฐานสำหรับการโทรและใช้ข้อมูล ทางมหาวิทยาลัยจะออกให้ แต่นักเรียนจะต้องจ่ายเพิ่มหากดาวน์โหลดข้อมูลเกินจากที่กำหนดไว้

    แหล่งที่มา กองบรรณาธิการเว็บไซต์ ARiP.co.th - 31 พฤษภาคม 2552 เวลา 05:24 น.

    ตอบลบ
  37. ข่าวชิ้นที่ 5 ( วันที่ 12 มิถุนายน 2552 ) โดย นางทิวากร สังแก้ว

    เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์
    พลังงานแสงอาทิตย์ เป็นพลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียนที่ใช้แล้วเกิดขึ้นใหม่ได้ตามธรรมชาติ เป็นพลังงานที่สะอาด ปราศจากมลพิษ และเป็นพลังงานที่มีศักยภาพสูง ในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์สามารถจำแนกออกเป็น 2 รูปแบบคือ การใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า และการใช้พลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตความร้อน
    เทคโนโลยีพลังงานแสงอาทิตย์เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้า ได้แก่ ระบบผลิตกระแสไฟฟ้าด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ แบ่งออกเป็น 3 ระบบ คือ เซลล์แสงอาทิตย์แบบอิสระ (PV Stand alone system) เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ได้รับการออกแบบสำหรับใช้งานในพื้นที่ชนบทที่ไม่มีระบบสายส่งไฟฟ้า -
    เซลล์แสงอาทิตย์แบบต่อกับระบบจำหน่าย (PV Grid connected system) เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับผลิตไฟฟ้าผ่านอุปกรณ์เปลี่ยนระบบไฟฟ้ากระแสตรงเป็นไฟฟ้ากระแสสลับเข้าสู่ระบบสายส่งไฟฟ้าโดยตรง เป็นไฟฟ้ากระแสสลับชนิดต่อกับระบบจำหน่ายไฟฟ้า เซลล์แสงอาทิตย์แบบผสมผสาน (PV Hybrid system) เป็นระบบผลิตไฟฟ้าที่ถูกออกแบบสำหรับทำงานร่วมกับอุปกรณ์ผลิตไฟฟ้าอื่นๆ เช่น ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และเครื่องยนต์ดีเซล ระบบเซลล์แสงอาทิตย์กับพลังงานลม และไฟฟ้าพลังน้ำ เป็นต้น โดยรูปแบบระบบจะขึ้นอยู่กับการออกแบบตามวัตถุประสงค์โครงการเป็นกรณีเฉพาะ
    http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=98


    ถ่านหินเป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญในอดีตจนถึงปัจจุบัน อุตสาหกรรมถ่านหินซึ่งรวมทั้งการสำรวจ การผลิตและการใช้นั้นได้มีการพัฒนากันมาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในประเทศที่เป็นผู้นำทางด้านเศรษฐกิจอุตสาหกรรม เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและกลุ่มประเทศในยุโรป สำหรับภายในประเทศไทยนั้นถึงแม้จะมีปริมาณสำรองถ่านหินอยู่มากกว่า 2,000 ล้านตัน แต่ส่วนใหญ่เป็นถ่านหินที่มีชั้นคุณภาพต่ำ ตั้งแต่ลิกไนต์ (Lignite) จนถึง ซับบิทูมินัส (Sub-bituminous) อีกทั้งภาพลักษณ์ที่ไม่ดีด้านผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในอดีตทำให้การใช้ถ่านหินเป็นเชื้อเพลิงมีปริมาณไม่มากหากเปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ
    อย่างไรก็ตามในอนาคตคาดว่าจะมีการใช้ถ่านหินเพิ่มขึ้น เนื่องจากเป็นเชื้อเพลิงที่มีราคาถูกและมีปริมาณสำรองมากเมื่อเปรียบเทียบกับเชื้อเพลิงชนิดอื่น แต่ทั้งนี้การนำถ่านหินมาใช้ผลิตพลังงานจะต้องใช้ควบคู่กับเทคโนโลยีถ่านหินสะอาดเพื่อกำจัดสารพิษที่ปลดปล่อยออกมาในกระบวนการผลิตและการใช้ถ่านหิน
    http://www.dede.go.th/dede/index.php?id=177

    ตอบลบ
  38. ภูมิปัญญาท้องถิ่น
    การทำพริกแกงเผ็ด
    หมู่บ้านวัด ต.เทพาลัย อ.คง จ.นครราชสีมา

    ที่มา และความสำคัญ : สมัยแต่ก่อนคนไทยรับประทานพริกเป็นอาหารประจำบ้านที่ขาดไม่ได้ มีการนำเอาสมุนไพรมาประกอบอาหารเพื่อบำรุงร่างกายและให้มีรสชาดได้แก่ พริก ข่า ตะไคร้ หัวหอม มะกรูด ฯลฯ เป็นต้น
    ประโยชน์ของพริกแกง : ทำให้อาหารมีรสชาดอร่อย น่ารับประทาน
    มีประโยชน์ต่อร่างกาย และ ประหยัดเวลาในการทำอาหาร ปัจจุบันมีการทำอุตสาหกรรมในครัวเรือนเพื่อส่งขายให้กับตลาด ซึ่งมีพริกแกงหลายประเภท ได้แก่ พริกแกงเผ็ด , พริกแกงแพนง , พริกแกงส้ม ,พริกแกงเขียวหวาน เป็นต้น
    ขั้นตอนการทำพริกแกงเผ็ด
    ๑. นำพริกแดง พริกเม็ดใหญ่ ตะไคร้ ข่า ผิวมะกรูด เกลือ กะปิ หัวหอม
    มาผสมรวมกัน
    ๒. ตำหรือบดด้วยเครื่อง เก็บใส่กระปุกแช่ตู้เย็นไว้เพื่อประกอบอาหาร
    สุกัญญา แจ้งหมื่นไวย์

    ตอบลบ