วันอังคารที่ 28 เมษายน พ.ศ. 2552

Welcome to Buayai 3 Home















BUAYAI 3

Course description วิชา ระบบสารสนเทศเพื่อการศึกษา รหัสวิชา 913705

1. รายละเอียดกระบวนวิชา สารสนเทศเพื่อการศึกษา (Information System For Education)ประกอบด้วยการศึกษาความสำคัญของข้อมูลที่มีต่อการวางแผนงานบริหาร การแนะแนวการศึกษา ทั้งในระดับมหภาคและจุลภาค การสร้างระบบข้อมูลในส่วนที่เกี่ยวกับการได้มา การเก็บ การนำมาใช้และการเลื่อนไหลของข้อมูลและอิทธพลในองค์การ และระหว่างองค์การในระดับต่าง ๆ ในรูปของเครือข่าย การพัฒนาระบบของข้อมูลที่มีอยู่มาใช้ได้อย่างถูกต้อง รวดเร็ว และนำข้อมูลดังกล่าวมาใช้ในการตัดสินใจ

2. จุดประสงค์ของกระบวนวิชากระบวนวิชาสารสนเทศเพื่อการศึกษามีเป้าหมายเพื่อช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนทำการศึกษาค้นคว้าจัดเก็บและแบ่งปันความรู้ ความคิดเห็น และวิเคราะห์ สังเคราะห์ สารสนเทศจากแหล่ง ต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของนโยบายและการวางแผนสารสนเทศแห่งชาติ และแหล่งสารสนเทศจากเครือข่ายอินเทอร์เน็ต เพื่อนำมาประกอบการตัดสินใจทางการศึกษา ตามวัตถุประสงค์จำเพาะของการศึกษา ดังนี้
ก) นโยบายสารสนเทศแห่งชาติตามพระราชบัญญัติการศึกษา
ข) สถานภาพการพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศทางการศึกษา
ฃ) แผนพัฒนาระบบเครือข่ายสารสนเทศทางการศึกษาแห่งชาติ
ค) Information Society และโครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศแห่งชาติ
ฅ) การประยุกต์ใช้โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศแห่งชาติ
ง) โครงสร้างพื้นฐานสารสนเทศเพื่อการศึกษาไทย
จ) การใช้เครื่องมีอเพื่อจับเก็บสารสนเทศบนอิเทอร์เน็ต
ฉ) การสืบค้นสารสนเทศผ่าน WWW เพื่อการวิจัย
ช) การบริหารงานเทคโนโลยีสารสนเทศของสถานศืกษา
ช) ICT and Knowledge Management

3. วิธีการเรียนการสอนกระบวนวิชานี้มุ่งให้เกิดการไหลเวียนของสารสนเทศ (Information Flow) ขึ้นในผู้เรียนและผู้สอน เพื่อก่อให้เกิดการเรียนรู้แบบประสานสัมพันธ์ (Cooperative Learning) และการแบ่งปันสารสนเทศด้านต่าง ๆ ดังนั้น การเรียนการสอนจึงประกอบด้วยกิจกรรมต่อไปนี้
ก) การศึกษาจากบัตรข่าว (News Card) ของนักศึกษาแต่ละคนบน e-Mail หรือ Class Weblog และจัดเก็บใน portfolioของตน
ข) การบรรยายแบบปฏิสัมพันธ์ (Interactive Lecture)
ฃ) การมอบหมายงานประเด็นย่อย (Small Topic Assignment)
ค) การสาธิตและการนำเสนอโดยผู้เรียน (Demonstration and Presentation of Learners)

4. พฤติกรรมที่คาดหวังจากผู้เรียน

ก) นักศึกษาเขียน Information Technology News Card ลงใน portfolioทุกครั้งที่มีการเรียนการสอนและบน Weblogหรือ e-Mail ที่กำหนดให้(12 News)
ข) อ่าน Handouts ที่แจกให้ทุกครั้ง
ฃ) ทำแบบฝึกหัดครบ4) เข้าเรียนครบ 7 สัปดาห์ (14 ครั้ง)
ค) ทำงานที่มอบหมายส่งตรงเวลา

5. เกณฑ์การทดสอบและประเมินการเรียน

ตอนที่ I: Portfolio 60%

นักศึกษาต้องรวบรวมผลงานส่วนตนเพื่อส่งภายใน 2 สัปดาห์หลังสอบไล่ประกอบด้วย;

1. Class participation 10%
2. News Cards 10%
3. Review of 10 ict research findings 10%
4. Reading Assignments 10%
5. Media Assignment 20%
ตอนที่ II: Final Examination 40%

Total 100%

เกรด A:

1) ปฏิบัติตามข้อ 4 ครบทั้ง 4 ข้อ
2) เข้าสอบปลายเทอมได้คะแนนเกรด A
3) ส่งงานตรงเวลา

เกรด B+:

1) ปฏิบัติตามข้อ 4 แต่ละข้อได้แต่ละข้อได้อย่างต่ำร้อยละ 80
2) เข้าสอบปลายเทอมได้คะแนนเกรด B+ ขึ้นไป
3) ส่งงานตรงเวลา

เกรด B:

1) ปฏิบัติตามข้อ 4 แต่ละข้อได้แต่ละข้อได้อย่างต่ำร้อยละ 70
2) เข้าสอบปลายเทอมได้คะแนนเกรด B+ ขึ้นไป
3) ส่งงานตรงเวลา

6. Tentative Schedule
วัน เดือน ปีเนื้อเรื่อง

เสาร์ที่ 9 พฤษภาคม 2552-

สังคมสารสนเทศ- Leadership and IT- E-Mail application- E - MAIL ANATOMY

เสาร์ที่ 16 พฤษภาคม 2552-

การสืบค้นสารสนเทศจาก WWW- การประเมินความเที่ยงและความตรงของสารสนเทศจาก WWW- สถานภาพการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในประเทศไทย- Blog Applications

เสาร์ที่ 23 พฤษภาคม 2552-

การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการบริหาร- ปัจจัยเริ่มต้นเพื่อจัดตั้งอินเทอร์เน็ตในองค์การ- Web Log anatomy- นโยบายสารสนเทศเพื่อการศึกษาของต่างประเทศ- การ SAVE FILE รูปแบบต่าง ๆ- การใช้ DIGITAL CAMERA

เสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2552-

การปรับเปลี่ยนเพื่อรับเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ในการศึกษาความพร้อมและการปรับตัวของโรงเรียนไทย- การ UPLOAD FILE ภาพและ TEXT บน Blog- เทคนิคการ ATTACH FILES

เสาร์ที่ 6 มิถุนายน 2552-

กรอบแนวทางและกลยุทธ์การพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา- PRESENTATION TECHNIQUES- Knowledge Management

เสาร์ที่ 13 มิถุนายน 2552-

การเรียนการสอนผ่านเครือข่าย WWW- การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษาในสหรัฐอเมริกา- Web-based Instruction

เสาร์ที่ 20 มิถุนายน 2552-

แผนปฏิบัติการเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการศึกษา- การประเมินความเชื่อถือของ Information บน WWW- Skills essential for Web-based knowledge- Final exam.- สรุป


7. ผู้สอน

รองศาสตราจารย์ ดร.สุพิทย์ กาญจนพันธุ์

Ph.D.(Educational Media & Technology)University of Missouri - Columbia - USA.-2526
คม.(โสตทัศนศึกษา)จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย-2517
กศ.บ. (มหาวิทยาลัยมหาสารคาม)-2514

ที่ทำงาน:
บัณฑิตวิทยาลัยศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ
ถนนรามคำแหง ซอย 24 เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ 10240

โทร (02) 3269040
บ้าน โทร (02) 729 3629
Mobile:086 369 0007
Email:panitan007@gmail.com





Congratulations for all of Buayai members.We will use this virtual space for communitions; homeworks,special assignments,post your comments and ofcourse test results.See you in the class@Vanitwitaya...

Assoc.Prof.Dr.Supit Karnjanapun

Graduate School of Education
Assumption University of Thailand

4 ความคิดเห็น:

  1. นั่งให้ถูกท่า หน้าคอมพิวเตอร์
    คนทำงานในออฟฟิศสมัยใหม่ทุกวันนี้ แต่ละวันมักจะหมดเวลาไปกับการนั่งยื่นคอจ่ออยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ขณะที่มือก็คลิกเมาส์กันเป็นระวิง ชั่วโมงแล้วชั่วโมงเล่าจนถึงตอนเย็น ลุกจากโต๊ะก็พบว่าปวดเมื่อยไปทั่วตัว นั่นแสดงว่ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นจากการทำงานเสียแล้ว ลองมาดู คำแนะนำดีๆ จากสมาคมศัลยศาสตร์กระดูกอเมริกา ที่บอกถึงวิธีการลดอาการเจ็บปวด และไม่สบายเนื้อตัวจากการใช้คอมพิวเตอร์ โดยบอกถึงการจัดท่านั่ง เป็นลำดับตั้งแต่ศีรษะจรดเท้ากันเลยทีเดียว เริ่มจากต้องนั่งตัวตรง วางแนวให้หูทั้งสองข้างขนานกับหัวไหล่ และไหล่ทั้งสองข้างตั้งตรงขนานกับแนวสะโพก มาถึงช่วงแขนนั้นให้ปล่อยต้นแขนตามสบายและให้ดึงมาแนบลำตัวเข้าไว้ ควรวางมือและข้อมือให้ยื่นตรงออกไปข้างหน้าตามแนวแขน สำหรับมือและนิ้วนั้นก็ให้ปล่อยตามสบายเมื่อพิมพ์หรือคลิกเมาส์ หมั่นหาเวลาพักบ่อยๆและยึดคลายมือกับนิ้วเป็นระยะๆด้วย ส่วนเรื่องสายตาก็สำคัญต้องพักสายตาด้วยการมองไปที่อื่นนอกจากหน้าจอคอมพิวเตอร์บ่อยๆ ทั้งต้องพยายามจัดตำแหน่งหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้มีแสงสะท้อนให้น้อยที่สุด ตำแหน่งของหน้าจอคอมพิวเตอร์ควรวางให้ห่างจากตัวเราประมาณ 1 ช่วงแขน และอยู่ในระดับพอดีกับสายตา เพื่อจะได้ไม่ต้องแหงนคอตั้งบ่า หรือก้มหน้าจนเกินไปเมื่อมองหน้าจอ
    จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ ที่ 31 มกราคม 2552 หน้า 7

    เปิดมหาวิทยาลัยโลก ให้ประชาชนทั่วไปเรียนฟรีทางอินเทอร์เน็ต
    มหาเศรษฐียิว ผู้มีความชำนาญในการศึกษาระหว่างประเทศสูง เตรียมเปิดมหาวิทยาลัยของประชาชน ทางอินเทอร์เน็ต ให้ชาวโลก ได้ศึกษาหาความรู้กันฟรีๆ เป็นแห่งแรก
    นายไช เรเชฟ ผู้ก่อตั้งธุรกิจการศึกษาทางอินเทอร์เน็ตขึ้นหลายแห่ง กล่าวว่า “ความคิดก็เพื่อเอาข่ายสังคมมาใช้ในด้านการศึกษา เราจะเปิดสอนให้กับประชาชนฟรี เรารู้ว่าการติววิชากันในหมู่เพื่อนทางออนไลน์ได้ผลดี จึงคิดเอามารวมกันขึ้นให้เป็นมหาวิทยาลัยเสรีของนักเรียนนักศึกษาด้วยกันทั่วโลก ไม่ว่าใครที่พูดภาษาอังกฤษและเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้” กลุ่มการกุศลที่เรียกตนเองว่า “สโลนคอนเซอร์เตียม” ในอเมริกาเคยสำรวจพบว่า มีนักเรียนในสหรัฐฯมากถึง 4 ล้านคน พากันเข้าเรียนทางอินเทอร์เน็ต ไม่คอร์สใดก็คอร์สหนึ่งเมื่อปี พ.ศ. 2550 นอกจากนั้นก็มีมหาวิทยาลัยที่เก็บเงินชื่อดังของสหรัฐฯหลายแห่ง ก็เปิดสอนทางออนไลน์เก็บเงินอยู่ แม้แต่นอกอเมริกาก็มี เช่น มหาวิทยาลัยเปิดในอังกฤษแห่งหนึ่ง ได้เปิดรับนักศึกษาเข้าเรียนคอร์สทางไกล เป็นจำนวน 160,000 คน มหาวอทยาลัยนี้ก็จะเปิดการเรียนการสอนเหมือนกับมหาวิทยาลัยทางอินเทอร์เน็ตแห่งอื่นๆจะมีการตั้งชมรมการศึกษา มีการถกถียงกันในหัวข้อต่างๆประจำสัปดาห์ มีการบ้านและการสอบไล่และแทนที่จะเสียค่าเล่าเรียน จะมีการเก็บเป็นค่าธรรมเนียมพอเป็นพิธี เป็นค่าสมัครและค่าสอบโดยจะจัดเก็บในอัตราถูกๆสำหรับนักศึกษาชาติยากจน และจะเก็บจากนักศึกษาตามชาติมีเงินแพงขึ้น เขากะว่าจะเริ่มรับสมัครนักศึกษาประมาณ สัก 300 คนไปก่อน ในการเรียนระดับปริญญาตรีในวิชาบริหารธุรกิจ และคอมพิวเตอร์ศาสตร์ คาดจะเริ่มเปิดได้ในราวฤดูใบไม่ร่วงนี้
    จากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ ฉบับวันเสาร์ ที่ 31 มกราคม 2552 หน้า 7

    ตอบลบ
  2. รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดขายเน็ตบุ๊กของบริษัทผู้ผลิตชั้นนำอย่างเอเซอร์ อะซุส และเอชพีในช่วงไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้จะพลาดเป้าไปเล็กน้อย ซึ่งทางด้านผู้ผลิตโพรเซสเซอร์ยักษ์ใหญ่อย่างอินเทล ก็ได้เห็นแนวโน้มของยอดขายชิป Atom ที่ลดลงด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งบริษัทผู้ผลิตชิปและเน็ตบุ๊กคาดว่าจะสามารถดึงยอดขายที่ขาดไปกลับมาได้ เนื่องจากทางอินเทลได้ออกโพรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นอย่าง Atom N280 1.6GHz โดยจะทำงานร่วมกับชิปเซตใหม่นั่นคือ Intel GN40 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นก็คือ ความสามารถทางด้าน 3D ที่เพิ่มขึ้น และฮาร์ดแวร์การถอดรหัสวิดีโอ ทำให้เน็ตบุ๊กที่ใช้ชิปเซตใหม่นี้จะสามารถเล่นเกม และวิดีโอไฮเดฟฯตามที่ได้มีการรายงานข่าวให้ทราบไปแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ผู้บริโภคควรทราบก็คือ ระบบปฏิบัติการ Windows XP ที่ไปกับเน็ตบุ๊กทุกวันนี้จะไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบดังกล่าวได้ เนื่องจากชิปเซต Intel GN40 จะมีการทำงานร่วมกับ DirectX 10 และ DirectX Video Acceleration 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ใน Vista ไม่ใช่ Windows XP ทางผู้ผลิตกล่าวย้ำว่า คุณจำเป็นต้องใช้ Vista กับเน็ตบุ๊กจึงจะสามารถใช้คุณสมบัติดังกล่าวของชิปเซตได้ อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า เน็ตบุ๊กที่ใช้ชิปเซตใหม่นี้อาจจะมาพร้อมกับ Windows 7 Starter ก็ได้ และจากกรณีข่าวที่ว่า ไมโครซอฟท์ไม่แฮปปี้กับการจำหน่าย Windows XP ไปกับเน็ตบุ๊ก เนื่องจากค่าไลเซนส์ที่ต่ำมากการขยับตัวของเน็ตบุ๊กเข้าสู่ตลาดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้วยโพรเซสเซอร์และชิปเซตใหม่จึงเท่ากับเป็นการปิดฉาก Windows XP ไปในตัว นั่นหมายความว่า เน็ตบุ๊กรุ่นต่อไปจะมีโอเอสให้เลือกระหว่าง Windows Vista หรือ Linux หรืออาจจะเป็น Windows 7 Starter งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไป
    ก.ไอซีที เดินหน้าสร้างเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน
    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เดินหน้าสร้างเครือข่ายและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้โครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยถึงการเปิดอบรมผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ในหลักสูตร การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนอย่างยั่งยืน ว่า จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ทั้งศูนย์ใหม่และศูนย์เดิมที่จัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน 267 ศูนย์ ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเป็นการเรียนรู้ถึงแนวทางการบริหารจัดการของแต่ละศูนย์ฯ ตลอดจนช่วยให้ผู้ดูแลศูนย์ได้ทำความรู้จักและความคุ้นเคยต่อกันเป็นการสร้างเครือข่ายและสัมพันธ์ภาพอีกทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์ ICT ต่างๆ ในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในระยะยาวที่เหมาะสมกับแต่ละศูนย์เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษา ค้นคว้า แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันผ่านสื่อสมัยใหม่ ระหว่างเครือข่ายชุมชน ทั้งภายในจังหวัด ภูมิภาค และประเทศรวมถึงเครือข่ายอื่นๆ ในโลกไซเบอร์ สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ของตนเองและชุมชนอย่างแท้จริง

    สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
    236 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กทม. 10400
    โทรศัพท์ 02-275-5193, 02-275-2053

    ตอบลบ
  3. รายงานข่าวแจ้งว่า ยอดขายเน็ตบุ๊กของบริษัทผู้ผลิตชั้นนำอย่างเอเซอร์ อะซุส และเอชพีในช่วงไตรมาสที่หนึ่งของปีนี้จะพลาดเป้าไปเล็กน้อย ซึ่งทางด้านผู้ผลิตโพรเซสเซอร์ยักษ์ใหญ่อย่างอินเทล ก็ได้เห็นแนวโน้มของยอดขายชิป Atom ที่ลดลงด้วยเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ทั้งบริษัทผู้ผลิตชิปและเน็ตบุ๊กคาดว่าจะสามารถดึงยอดขายที่ขาดไปกลับมาได้ เนื่องจากทางอินเทลได้ออกโพรเซสเซอร์ที่มีประสิทธิภาพการทำงานมากขึ้นอย่าง Atom N280 1.6GHz โดยจะทำงานร่วมกับชิปเซตใหม่นั่นคือ Intel GN40 ซึ่งมีคุณสมบัติเด่นก็คือ ความสามารถทางด้าน 3D ที่เพิ่มขึ้น และฮาร์ดแวร์การถอดรหัสวิดีโอ ทำให้เน็ตบุ๊กที่ใช้ชิปเซตใหม่นี้จะสามารถเล่นเกม และวิดีโอไฮเดฟฯตามที่ได้มีการรายงานข่าวให้ทราบไปแล้วก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ข้อเท็จจริงที่ผู้บริโภคควรทราบก็คือ ระบบปฏิบัติการ Windows XP ที่ไปกับเน็ตบุ๊กทุกวันนี้จะไม่สามารถใช้ข้อได้เปรียบดังกล่าวได้ เนื่องจากชิปเซต Intel GN40 จะมีการทำงานร่วมกับ DirectX 10 และ DirectX Video Acceleration 2.0 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่อยู่ใน Vista ไม่ใช่ Windows XP ทางผู้ผลิตกล่าวย้ำว่า คุณจำเป็นต้องใช้ Vista กับเน็ตบุ๊กจึงจะสามารถใช้คุณสมบัติดังกล่าวของชิปเซตได้ อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่า เน็ตบุ๊กที่ใช้ชิปเซตใหม่นี้อาจจะมาพร้อมกับ Windows 7 Starter ก็ได้ และจากกรณีข่าวที่ว่า ไมโครซอฟท์ไม่แฮปปี้กับการจำหน่าย Windows XP ไปกับเน็ตบุ๊ก เนื่องจากค่าไลเซนส์ที่ต่ำมากการขยับตัวของเน็ตบุ๊กเข้าสู่ตลาดเอ็นเตอร์เทนเมนต์ด้วยโพรเซสเซอร์และชิปเซตใหม่จึงเท่ากับเป็นการปิดฉาก Windows XP ไปในตัว นั่นหมายความว่า เน็ตบุ๊กรุ่นต่อไปจะมีโอเอสให้เลือกระหว่าง Windows Vista หรือ Linux หรืออาจจะเป็น Windows 7 Starter งานนี้คงต้องติดตามกันต่อไป
    ก.ไอซีที เดินหน้าสร้างเครือข่ายศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน
    กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร เดินหน้าสร้างเครือข่ายและพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ภายใต้โครงการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน นายสือ ล้ออุทัย ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที เปิดเผยถึงการเปิดอบรมผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ในหลักสูตร การบริหารจัดการศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนอย่างยั่งยืน ว่า จัดขึ้นเพื่อให้ผู้ดูแลศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชน ทั้งศูนย์ใหม่และศูนย์เดิมที่จัดตั้งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รวมถึงศูนย์เครือข่ายทั่วประเทศ จำนวน 267 ศูนย์ ได้มีโอกาสพบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ เพื่อเป็นการเรียนรู้ถึงแนวทางการบริหารจัดการของแต่ละศูนย์ฯ ตลอดจนช่วยให้ผู้ดูแลศูนย์ได้ทำความรู้จักและความคุ้นเคยต่อกันเป็นการสร้างเครือข่ายและสัมพันธ์ภาพอีกทางหนึ่ง อีกทั้งเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างศูนย์ ICT ต่างๆ ในการนำไปปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานในระยะยาวที่เหมาะสมกับแต่ละศูนย์เพื่อให้ศูนย์การเรียนรู้ ICT ชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ให้ประชาชนได้เข้ามาศึกษา ค้นคว้า แลกเปลี่ยน และเรียนรู้ร่วมกันผ่านสื่อสมัยใหม่ ระหว่างเครือข่ายชุมชน ทั้งภายในจังหวัด ภูมิภาค และประเทศรวมถึงเครือข่ายอื่นๆ ในโลกไซเบอร์ สามารถพัฒนาต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ พัฒนาผลิตภัณฑ์ ปรับปรุงคุณภาพชีวิต ของตนเองและชุมชนอย่างแท้จริง

    สำนักข่าวแห่งชาติ กรมประชาสัมพันธ์
    236 ถนนวิภาวดีรังสิต เขตดินแดง กทม. 10400
    โทรศัพท์ 02-275-5193, 02-275-2053

    ตอบลบ
  4. ข่าวที่ 11
    ลูกค้าเอไอเอสเฮ อุ่นใจได้แต้ม แจกโชค
    ลูกค้าเอไอเอส ชาวสระแก้วเฮลั่น รถฮอนด้า แจ๊ซ คันที่ 2 จากโครงการ อุ่นใจได้แต้ม สนใจสมัครเข้าร่วมลุ้นรางวัลได้ทุกเดือนตลอดปี 2552 นี้ กด *544*4# แล้วโทรออกฟรี สอบถามโทร 1175…
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท แอดวานว์ อินโฟ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส นำโดยนางวิลาสินี พุทธิการันต์ รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานบริหารลูกค้าและการบริการ มอบรถยนต์ฮอนด้าแจ๊ซ คันที่ 2 จากแคมเปญ เอไอเอส อุ่นใจได้แต้ม ให้แก่ นาสาวเกศินี คัทจันทร์ ผู้โชคดี จ.สระแก้ว โดยมี พิงค์กี้ สาวิกา ไชยเดช นักแสดงชื่อดังร่วมแสดงความยินดีด้วย สำหรับลูกค้าเอไอเอสท่านอื่นๆ สนใจสมัครเข้าร่วมลุ้นรางวัลต่างๆ ได้ทุกเดือนตลอดปี 2552 นี้ เพียงกด *544*4# แล้วโทรออกฟรี สอบถามเพิ่มเติมโทร 1175
    ข่าวที่ 12
    ที่ดีแทคออกบัตรเติมเงินลายกล้วยไม้โปรโมตงาน “มหัศจรรย์แห่งกล้วยไม้ ครั้งที่ 3″
    Posted in ข่าวไอทีไทย on June 20th, 2009 by admin – Be the first to comment
    ดีแทคออกบัตรเติมเงินลายกล้วยไม้ จำนวนจำกัด 2 แสนใบ หนุนโปรโมตงาน “มหัศจรรย์แห่งกล้วยไม้ ครั้งที่ 3″ เฉลิมพระเกียรติ 77 พรรษาพระราชินีฯ พร้อมอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ไทย หวังยกเป็นเอกลักษณ์ท่องเที่ยวไทย…
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัท สยามพารากอน รีเทล จำกัด ร่วมกับ สมาคมพืชสวนแห่งประเทศไทย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยฯ กรมส่งเสริมการเกษตร และองค์กรภาคเอกชน รวมถึง โครงการทำดีทุกวัน จากบริษัท โทเทิ่ล แอคเซส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) จัดงาน 3rd Siam Paragon Bangkok Royal Orchid Paradise 2009 หรือ “มหัศจรรย์แห่งกล้วยไม้ ครั้งที่ 3″ ระหว่างวันที่ 5–10 มิถุนายน 2552 เพื่อเฉลิมพระเกียรติ 77 พรรษาสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถฯ พร้อมทั้งเผยแพร่และอนุรักษ์พันธุ์กล้วยไม้ รวมถึง ส่งเสริมให้กล้วยไม้เป็นเอกลักษณ์อีกประการของประเทศไทย ในการรณรงค์ด้านการท่องเที่ยว read more »
    มา ไทยรัฐ 19 มิถุนายน 2552

    ตอบลบ